ศาลสั่งพิจารณาลับคดี “ไผ่ ดาวดิน” ห้ามเผยแพร่เนื้อหา

ขอนแก่น – ศาลขอนแก่นพิจารณาคดีที่อัยการกล่าวหาว่านายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ทำผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นัดแรก โดยพิจารณาคดีเป็นการลับ และห้ามทนายความเผยแพร่เนื้อหาการพิจารณาคดี

เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2560 ศาลจังหวัดขอนแก่นนัดสืบพยานโจทก์นัดแรก คดีที่อัยการจังหวัดขอนแก่นเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน นักกิจกรรมผู้เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลของคสช. เป็นจำเลย ในข้อหาหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 จากการแบ่งปันบทความพระราชประวัติรัชกาลที่ 10 ของสำนักข่าวบีบีซีไทย บนหน้าเฟซบุ๊กของตน โดยพยานโจทก์ คือ พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี หรือ เสธ.พีท รักษาการหัวหน้ากองกิจการพลเรือนมณฑลทหารบกที่ 23 เป็นผู้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2559

ทั้งนี้ นายจตุภัทร์ถูกดำเนินคดีเพียงคนเดียว แม้จะมีผู้อื่นอีกหลายพันคนที่แบ่งปันบทความดังกล่าวบนสื่อออนไลน์ โดยแม้กระทั่งสำนักข่าวบีบีซีไทยซึ่งเป็นผู้ผลิตและเผยแพร่บทความต้นฉบับก็ไม่ถูกดำเนินคดี  

นายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา บิดานายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา มาร่วมฟังการพิจารณาคดี

เวลา 9.00 น. คู่ความทั้งสองฝ่ายได้เข้าไปภายในห้องพิจารณาคดีที่ 8 แล้ว รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจประมาณ 5 นาย ซึ่งบางส่วนเป็นผู้ติดตามของ เสธ.พีท ผู้สังเกตการณ์คดีจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) น.ส.ชนกนันท์ รวมทรัพย์ สมาชิกขบวนการประชาธิปไตยใหม่ น.ส.จีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการเว็บไซต์ประชาไท และน.ส.ไทเรล ฮาเบอร์คอร์น อาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย

ก่อนการพิจารณาคดีเจ้าหน้าที่ศาลถามว่า มีนักข่าวอยู่ในห้องนี้ด้วยหรือไม่ พร้อมบอกว่าศาลไม่อนุญาตให้มีการจดบันทึก และขอให้ปิดเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด จากนั้นพ.ท.พิทักษ์พลได้ลุกขึ้นไปพูดคุยกับอัยการว่า มีนักข่าวอยู่ในห้องนี้ ทำให้ตนรู้สึกไม่ปลอดภัย

ต่อมาเมื่อผู้พิพากษาขึ้นพิจารณาคดี จึงได้สั่งว่า คดีนี้เป็นการพิจารณาลับเนื่องจากเป็นคดีเกี่ยวกับความมั่นคง ไม่อนุญาตให้บุคคลอื่น นอกจากคู่ความและพ่อแม่ของคู่ความร่วมฟังการพิจารณาคดี ทำให้ผู้สังเกตการณ์และผู้ที่มาให้กำลังใจต้องออกห้องพิจารณาคดีที่ 8

ห้องพิจารณาคดีติดป้าย “พิจารณาลับ” มีเพียงคู่ความและบิดามารดาของคู่ความเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าฟังการพิจารณาคดี

การสืบพยานโจทก์โดยอัยการดำเนินไปจนถึงเวลา 12.00 น.และเริ่มพิจารณาคดีอีกครั้งในช่วงบ่ายเวลา 13.30 น. โดยช่วงบ่ายเป็นการถามค้านโดยทนายความฝ่ายจำเลย จนกระทั่งเวลา 17.20 น. จึงยุติการพิจารณาคดีในวันนี้ แต่การถามค้านพ.ท.พิทักษ์พลยังไม่เสร็จสิ้น จะต้องมีการสืบพยานต่อในวันอื่น

หลังจากการพิจารณาคดี เพื่อนของนายจตุภัทร์ได้ขออนุญาตเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์พูดคุยกับนายจตุภัทร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่อนุญาตให้พูดคุยได้ 5 นาที เนื่องจากรถของเรือนจำและผู้ต้องขังคนอื่นๆ รอนายจตุภัทร์อยู่

ส่วนเนื้อหาในการพิจารณาคดีนั้น ศาลได้กำชับทนายความว่า ห้ามให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหรือเผยแพร่เนื้อหาใดๆ

การสืบพยานคดีนี้ มีนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 3, 4, 15, 16 และ 17 ส.ค. 2560 และนัดสืบพยานจำเลยในวันที่ 30 และ 31 ส.ค. 2560 และ 5 – 7 ก.ย. 2560 โดยจะเริ่มพิจารณาเวลา 9.00 น.ทุกนัด