ถอดบทเรียนเลือกตั้งอีสานหลังยุคทหารครองเมือง

การเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์เดือนมีนาคมมีหลายอย่างที่ต้องถอดบทเรียนในพื้นที่อีสาน โดยเฉพาะอุบลราชธานี ที่เป็นฐานเสียงใหญ่ของพรรคเพื่อไทย พวกเขาเปลี่ยนไปหรือคงเดิม ปฐวี โชติอนันต์ จับประเด็นจากงานเสวนามาเล่า

“พ่ออยู่สภา ลูกทำอะไร” เปิดมุมมองลูกสาวนักการเมืองรุ่นใหม่ ว่าด้วยประชาธิปไตยในอดีต ปัจจุบันและอนาคต

บทสัมภาษณ์ “สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ” ลูกสาวนักการเมืองดังอุบลราชธานี ว่าด้วยเรื่องราวเบื้องหลังชีวิตครอบครัวคนทำงานการเมือง ที่มาความสนใจงานการเมืองและมุมมองต่อการเมืองไทยของเธอ ทั้งก่อนและหลังรัฐประหาร ปี 2557 จนกระทั่งปัจจุบัน

เพราะเหตุใดเพื่อไทยยังคงชนะในอีสาน

เพื่อไทยยังชนะในอีสาน แต่จำนวน ส.ส. เขตลดลง นักวิชาการแนะเพื่อไทยควรปรับตัว อย่าให้คนเรียกว่า “เสาไฟฟ้า” ไม่ทำอะไรก็ชนะ เพราะหลังจากนี้คนอีสานมีตัวเลือกไม่ใช่แค่เพื่อไทย ด้านนักวิชาการศึกษาคนเสื้อแดงเผย คนอีสานเลือกเพื่อไทยไม่ใช่แค่นโยบาย แต่เลือกเพราะต้องการแก้แค้นที่พรรคฯ ที่ตนรักถูกรังแกมากว่า 10 ปี ด้านคนอีสานหวัง หลังเลือกตั้ง ทหารไม่ควรยึดอำนาจอีก

เสียงจากอีสาน: ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรกต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลง

ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรก ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 18 – 25 ปี มีจำนวนประมาณ 7 ล้านคน หรือเกือบร้อยละ 14 ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในครั้งนี้ เดอะอีสานเรคคอร์ดถามพวกเขาว่า ในประเทศตอนนี้มีปัญหาอะไรบ้าง แล้วต้องการเห็นนโยบายอะไรมาแก้ไขปัญหาเหล่านั้น และพรรคการเมืองไหนที่อยากจะลงคะแนนเสียงเลือกตั้งครั้งแรกนี้

ฤดูกาลหาเสียง เหมือนรถน้ำปลาขับผ่านหน้าบ้านเฉยๆ

[Photo Essay] โดย วิศรุต แสนคำ ที่พยายามเก็บภาพบรรยากาศการหาเสียงของแต่ละพรรคที่หมู่บ้านเล็ก ๆ ในจังหวัดขอนแก่น รวมถึงเก็บความคิดเห็นบางส่วนของชาวบ้านในพื้นที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง

นโยบายประชานิยม มาตรฐานใหม่ของการกำหนดนโยบายเพื่อคนอีสาน

“เพื่อไทย” ยังมุ่งเสนอนโยบายประชานิยมเพื่อหวังคะแนนจากคนอีสาน ด้านนักวิชาการเผยคนอีสานเลือกพรรคอย่างมีเหตุผล เพราะการเลือกตั้งทำให้ได้นโยบายที่ต้องการ พร้อมเชื่อว่าหลังจากนี้ทุกพรรคจะต้องแข่งขันกันออกแบบนโยบายที่ทำได้จริง แนะทุกพรรคต้องคิดนโยบายที่คุ้มค่า มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมกับคนทุกกลุ่มในสังคม