หนึ่งทศวรรษวารสารชายคาเรื่องสั้น: ยุคที่สาม

นิตยสารชายคาเรื่องสั้นถือเป็นเวทีกลางให้นักเขียนอีสานได้โลดแล่นในโลกวรรณกรรม เวลาหนึ่งทศวรรษก็ถือเป็นช่วงเวลาที่ “คณะเขียน” ต้องล้มลุกกับงบประมาณที่มีจำเขี่ย มาโนช พรหมสิงห์ สรุปบทเรียนสิบขวบปีของนิตยสารฉบับนี้ในฐานะบรรณาธิการ

“ชายคาเรื่องสั้น” บนซากศพการตายหมู่ของนิตยสารและการรัฐประหาร : ยุคที่สอง

“สักวัน “ชายคาเรื่องสั้น” คงไม่มีอยู่ เรารู้ว่าเรามิได้เป็นอมตะ ขอแค่วันนี้ ขณะนี้ที่เราพอจะทำได้ เราจะตั้งมั่นทำอย่างจริงจังจริงใจ ด้วยตัวตนอันแท้จริงของเรา” นี่ไม่ใช่ความสิ้นหวังที่เห็นการตายล้มหายตายจากของสื่อกระดาษในยุคสื่อออนไลน์ที่ส่งตรงถึงเตียงนอน แต่เป็นความหวัง ความฝัน ของบรรณาธิการนิตยสารชายคาเรื่องสั้นอย่าง “มาโนช พรหมสิงห์”

เสียงกระซิบที่แผ่วมากับสายลมฤดูร้อน

เรื่องสั้นอันดับ (2) เสียงกระซิบที่แผ่วมากับสายลมฤดูร้อน ของสุวิทย์ นาดี ทำหน้าที่ได้ดีมากในการบอกเล่าความเป็นไปของผู้คนและชุมชนอีสานแถบชายแดนที่ติดกับประเทศกัมพูชาในยุคที่มีสงครามกลางเมืองของเขมรสามฝ่าย

กระเป๋าผ้าฝ้ายสีแดงมีซิปพร้อม

“กระเป๋าผ้าฝ้ายสีแดงมีซิปพร้อม” เป็นเรื่องรัก-รักแห่งหัวใจอันงดงาม คีต์ คิมหันต์ สร้างเรื่องสั้นเรื่องนี้ของเขาขึ้นมาด้วยรูปคำที่เป็น ‘ภาพที่เคลื่อน’ เป็นบรรยากาศที่อบอวลของเรื่องไปตลอด และในความเคลื่อนไหวนั้นมีสีสันที่สด เหมือนสีสันช่วงฤดูหนาวไปแล้งและร้อน

“ชายคาเรื่องสั้น” บนที่ราบสูงแห่งความโง่-จน-เจ็บ : ยุคแรก

“แม้ชายคาเรื่องสั้นจะตายแล้ว แต่มิตรภาพและอำนาจวรรณกรรมยังมีชีวิตอยู่ ไม่เคยตาย…” ประสบการณ์ตรงจาก มาโนช พรหมสิงห์ อดีตผู้ปลุกปั้นให้วรรณกรรมเรื่องสั้นมีชีวิตในแดนอีสาน