ไม่ยืนในโรงหนัง เป็นสิทธิส่วนบุคคล ไม่ผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา ก่อนจะยุติการชุมนุม “ทวงอำนาจคืนราษฎร” ที่ท้องสนามหลวง พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน แกนนำกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้ประกาศข้อเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบัน 10 ข้อ และเชิญชวนให้ประชาชนใช้วิธีสันติวิธีต่อต้านเผด็จการ 8 ข้อ 

หนึ่งในนั้นคือ การรณรงค์ไม่ยืนในโรงหนัง เมื่อได้ยินเพลงสรรเสริญในโรงภาพยนตร์ แต่ให้ชูสามนิ้วแทน โดยคำเชิญชวนดังกล่าวมีทั้งกระแสบวกและลบ

ผู้สื่อข่าวพิเศษ The Isaan Record จึงลงพื้นที่สำรวจโรงภาพยนตร์แห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2563 ในรอบฉายภาพยนตร์เรื่อง “เลิฟยู โคกอีเกิ้ง” มีผู้เข้าชมในโรงหนังจำนวน 5 คน 

ก่อนฉายภาพยนตร์มีการฉายหนังตัวอย่างและโฆษณาสินค้าต่างๆ แต่เมื่อถึงช่วงเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมี กลับไม่มีใครลุกขึ้นยืนหรือทำความเคารพอย่างที่เคยเป็น 

พนักงานบริษัทเอกชนอายุ 25 ปี (ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) เป็นคนหนึ่งที่ไม่ยืนทำความเคารพในโรงหนัง ให้สัมภาษณ์หลังดูหนังจบว่า ตอนนี้คนสบายใจที่จะแสดงออก ด้วยการไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญมากขึ้น 

“ตอนนี้ใครๆ ก็ทำกัน คนพูดเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ได้อย่างเปิดเผยขึ้น ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ อย่างที่เคยเป็นมา”พนักงานเอกชนกล่าว 

เขายังกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้เวลาคนไม่ยืนในโรงหนังมักมีการบันทึกภาพ แล้วนำไปประจานบนสื่อออนไลน์ กระทั่งคนไม่ยืนถูกทำร้ายร่างกาย จึงทำให้เกิดความกลัวและทำให้ตนจำเป็นต้องทำตามเพื่อไม่ให้ถูกทำร้าย 

“เวลาไปดูหนัง ไม่ว่าจะเป็นหนังแนวไหน หรือดูกับใครก็จะไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี ถ้าใครถามว่าเพราะอะไร ผมคิดว่าเป็นคำถามที่ไม่ควรถามและไม่จำเป็นต้องตอบ เพราะการที่จะยืนหรือไม่ เป็นสิทธิส่วนบุคคล”เขากล่าว 

ส่วนนักศึกษาหญิงวัย 21 ปี (ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) ให้สัมภาษณ์สั้นๆ หลังจากดูหนังจบว่า ก่อนหนังจะฉายได้ยืนรอด้านนอกโรงหนัง กระทั่งเพลงสรรเสริญพระบารมีจบ เพราะไม่ต้องการยืนทำความเคารพและไม่ต้องการที่จะปะทะกับกลุ่มที่ใช้ความรุนแรงกับผู้ไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี 

“การยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นสิทธิ์ของแต่ละบุคคล ไม่ถือเป็นค่านิยมของคนยุคนี้ แต่ไม่ควรบังคับและใช้ความรุนแรงกับผู้เห็นต่าง”นักศึกษาหญิงกล่าว

บรรยากาศภายในโรงหนัง จ.ขอนแก่น ที่ผู้ชมภาพยนตร์ส่วนใหญ่จะยืนรอด้านนอกโรงหนัง จนกว่าเพลงสรรเสริญพระบารมีจบจึงเข้ารับชมภาพยนตร์

ทั้งนี้เธอเห็นว่า กระแสการรณรงค์ของกลุ่มนักศึกษากลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม รวมถึงกลุ่มอื่นๆ ส่งผลต่อการตัดสินใจของเธอค่อนข้างมาก

เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2562 เพจเฟซบุ๊กนักการมีม ได้นัดทำกิจกรรม “ไม่ยืนในโรงภาพยนตร์” ช่วงเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนมีพื้นที่แสดงความคิดโดยไม่ถูกปิดกั้น มีผู้ใช้เฟซบุ๊กกดแสดงความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมซึ่งใช้ชื่อว่า Not Stand at Major Cineplex: They can’t stop all of us กว่า 4,900 คน

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2550 โชติศักดิ์ อ่อนสูง ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หลังไม่ยืนแสดงความเคารพระหว่างเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงหนังและมีผู้แจ้งความร้องทุกข์ต่อสภ.ปทุมวัน ต่อมาอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 ตัดสินว่า การกระทำของโชติศักดิ์เป็นเพียงการไม่ได้ลุกขึ้นยืน ขณะเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนตร์เท่านั้น แต่ไม่ได้แสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อองค์รัชทายาทหรือพระมหากษัตริย์ จึงไม่เข้าข่ายการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวันจึงสรุปสำนวนมีความเห็นสมควรสั่งไม่ฟ้อง

Scroll Up