รปภ.เข้ม หลังข่าวลือลอบสังหาร “เลิศศักด์ คำคงศักดิ์”

หนองบัวลำภู – บรรยากาศรักษาความปลอดภัยของกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่- ผาจันได บริเวณทางเข้า-ออกเหมืองหินดงมะไฟ จ.หนองบัวลำภู เป็นไปอย่างเข้มข้น หลังเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ที่ปรึกษากลุ่มอนุรักษ์ฯ ถูกขู่ลอบสังหาร โดยสมาชิกกลุ่มอนุรักษ์ฯ ได้สับเปลี่ยนหมุนเวียนชาวบ้านมาดูแลทางเข้าออกทุก 6 ชั่วโมง รวมทั้งได้รวบรวมหลักฐานและลงบันทึกประจำวันที่สภ.สุวรรณคูหา

อดิศักดิ์ ตุ้มอ่อน ที่ปรึกษากลุ่มอนุรักษ์เขาเหล่าใหญ่-ผาจันได หัวหน้าผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ชุมนุม เปิดเผยว่าได้วางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ด้วยการสับเปลี่ยนเวรยามเพื่อดูแลความปลอดภัยบริเวณทางเข้าออกครั้งละ 5-10 คน ทุก 6 ชั่วโมง โดยมีทั้งผู้หญิงและผู้ชายเข้าร่วมเป็นผู้ดูแลความปลอดภัย

“ทางกลุ่มอนุรักษ์ฯ จะมีรายชื่อคนที่ทำหน้าที่เฝ้าระวังและคัดกรองคนที่จะเข้ามาในพื้นที่ รวมถึงเฝ้าระวังรถหรือบุคคลที่ขับผ่านบริเวณพื้นที่ชุมนุม โดยจะสังเกตทะเบียนรถทุกคันที่ขับผ่านซ้ำๆ รวมถึงรถที่ไม่ติดป้ายทะเบียน ตรวจเช็คบุคคลเข้าออกสถานที่ชุมนุมด้วยการลงชื่อก่อนเข้าทุกครั้งเพื่อป้องกันความปลอดภัย” อดิศักดิ์กล่าว 

อดิศักดิ์ ตุ้มอ่อน ที่ปรึกษากลุ่มอนุรักษ์เขาเหล่าใหญ่-ผาจันได และหัวหน้าผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ชุมนุม

พบอดีตทหารเก่าก่อกวนการชุมนุม

เขากล่าวอีกว่า หากเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ หรือฝ่ายปกครองจะต้องแจ้งกับคนในพื้นที่ชุมนุม รวมถึงต้องแสดงบัตรและลงชื่อก่อนเข้าออกทุกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงๆ ไม่ได้มีคนแอบแฝงเป็นเจ้าหน้าที่ เพื่อป้องกันเหตุจากมือที่สาม เพราะก่อนหน้านี้มีคนแอบอ้างว่าเป็นทหาร แล้วเข้ามาปั่นป่วนการชุมนุม แต่หลังจากที่ตรวจสอบกับคนในพื้นที่แล้วทราบว่าเป็นอดีตทหารผ่านศึก ซึ่งตอนนี้ประกอบอาชีพรักษาความปลอดภัย (รปภ.) 

อดิศักดิ์กล่าวต่อว่า ทางกลุ่มอนุรักษ์ฯ ยังได้แจ้งไปทางสภ.สุวรรณคูหาว่า หากมีเหตุฉุกเฉินขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมกำลังไว้เพื่อรองรับสถานการณ์ โดยผู้กำกับสภ.ได้รับทราบและยินดีที่จะปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ของชาวบ้าน 

“ในแต่วันจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.สุวรรณคูหา มาตรวจตราความเรียบร้อย โดยมีตู้ยามที่จะมีตำรวจมาติดตามดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด แม้จะมีตำรวจเข้ามาตรวจดูความเรียบร้อย แต่ทางกลุ่มอนุรักษ์ฯ ก็ไม่ชะล่าใจจากการถูกขุมขู่และคุกคาม โดยสมาชิกกลุ่มฯ ได้รวบรวมหลักฐานเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว” ที่ปรึกษากลุ่มอนุรักษ์ฯ กล่าว

ตร.สุวรรณคูหาไม่ได้กลิ่นลอบสังหารแกนนำ

พ.ต.ท.ปรีดา สุดชา รอง ผกก.ป.สภ.สุวรรณคูหา กล่าวถึงกระแสข่าวการลอบทำร้าย เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ที่ปรึกษากลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่ ผาจันได ขณะเคลื่อนไหวต่อต้านการทำเหมืองของบริษัทเอกชนใน ต.ดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู ว่า จากการส่งสายข่าวหาข้อมูลในพื้นที่ ไม่ได้รับแจ้งเรื่องนี้ มีเพียงข่าวในสื่อโซเชียลมีเดียเท่านั้น

“ตรงกันข้าม กลับมีลูกจ้างเหมือง 3 คนมาแจ้งความว่า มีการข่มขู่ให้พวกเขาเก็บของออกจากพื้นที่เหมือง ไม่เช่นนั้นจะถูกจับ” พ.ต.ท.ปรีดา

 สำหรับการชุมนุมของกลุ่มอนุรักษ์ฯ ในวันพรุ่งนี้ที่จะเดินเข้าไปในพื้นที่ที่เคยเป็นเขตสัมปทานเหมืองแร่และโรงประกอบโลหะกรรมในพรุ่งนี้ ได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ ( 24 กันยายน 2563) นั้น รอง ผกก.ป.สภ.สุวรรณคูหา กล่าวว่า ได้เตรียมตำรวจควบคุมฝูงชนไว้ดูแลความปลอดภัยจำนวน 30 นาย และมีตำรวจสายตรวจสับเปลี่ยนหมุนเวียนดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้บนทวิตเตอร์ยังคงกระแสรณรงค์ติด #SaveLertsak หลังจากที่มีกระแสข่าวการลอบทำร้ายอย่างต่อเนื่อง

จุตภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน นักกิจกรรมทางการเมือง พ่นสีให้ภูผาฮวก เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่า พื้นที่ภูผาฮวกเป็นของประชาชนแล้ว 

เปลี่ยนโรงโม่หินเป็นป่าชุมชน 

ในวันนี้ (24 กันยายน 2563) สัญญาประทานบัตรของบริษัทเอกชนจะสิ้นสุดลงและในวันพรุ่งนี้ (25 กันยายน 2563) ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯ จะมีการเคลื่อนขบวนเข้าทวงคืนพื้นที่โรงโม่หิน โดยใช้ชื่อกิจกรรมว่า “26 ปี การต่อสู้ สู่ชัยชนะ ‘เปลี่ยนโรงโม่หินเป็นป่าชุมชน หยุดเหมืองหินถาวร’ ในชุมชนผาฮวกพัฒนา ชาวประชาสามัคคี (เหมืองหิน ธ.ศิลาสิทธิ)  

โดยจะมีกิจกรรมหว่านเมล็ดพันธุ์และปลูกต้นกล้าฟื้นฟูภูผาป่าไม้ในเขตโรงโม่ และกิจกรรมพูดเสรีภาพ นำโดยนักเรียนจากโรงเรียนสังคมและการเมือง ‘เหมืองแร่หนองบัว’ และอ่านคำประกาศ 26 ปี การต่อสู้ สู่ชัยชนะ ‘เปลี่ยนโรงโม่หินเป็นป่าชุมชน หยุดเหมืองหินถาวร’ จากนั้นจะเป็นพิธีปักหมุด ‘ป่าชุมชน’ และขอขมาแม่ธรณี

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 4  กันยายน 2563 ที่ผ่านมา กลุ่มอนุรักษ์ฯ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม “ยึดคืนเขตเหมืองแร่และเปลี่ยนให้เป็นเขตป่าชุมชน พร้อมประกาศชัยชนะและเจตนารมย์ #ให้เหมืองจบที่รุ่นเรา” ขึ้น เนื่องจากใบอนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเก่ากลอยและป่านากลางกว่า  175 ไร่ เพื่อทำเหมืองแร่หินปูน ของบริษัท ธ.ศิลาสิทธิ จำกัด ได้สิ้นสุดอายุใบอนุญาตลง

Scroll Up