คนรุ่นใหม่แห่ร่วมกิจกรรม “อีสานบ่ย่านเด้อ” เรียกร้องประชาธิปไตยที่แท้จริง 

หทัยรัตน์ พหลทัพ เรื่อง 

ยศพล เกิดวิบูลย์​ ภาพ 

ขอนแก่น – บริเวณสวนรัชดานุสรณ์ (ลานสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ด้านหน้าศาลากลาง จ.ขอนแก่น) กลุ่มขอนแก่นพอกันทีจัดกิจกรรมภายใต้ชื่อ “อีสานบ่ย่านเด้อ” เพื่อสนับสนุนแนวคิดกลุ่มเยาวชนปลดแอกที่มีการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยการชุมนุมครั้งนี้มีนักเรียน นักศึกษาและประชาชนมาร่วมหลายพันคน 

กิตติพจน์ (ขอสงวนนามสกุล) ตัวแทนนักเรียนมัธยมชั้นปีที่ 4 โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง จ.ขอนแก่น ได้ปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์ระบบการศึกษาที่ใช้ระบบอำนาจนิยมในการปกครองนักเรียนนักศึกษา โดยเฉพาะการควบคุมเรื่องการแต่งกายและการตัดผมที่เป็นการใช้ระบบอำนาจนิยม ไม่ให้นักศึกษามีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก 

“มีคนถามว่า ทำไมพวกเราจึงได้ออกมาเคลื่อนไหว ถ้าปัจจุบันมันดี พวกเราคงไม่ต้องออกมา แต่เพราะระบบอำมหิตที่พวกคุณสร้างไว้ให้ลูกหลาน เป็นระบบอำนาจนิยมที่ไม่มีทางเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงจึงทำให้พวกเราออกมาต่อสู้” นักเรียนชั้น ม.4 ปราศรัย 

กิตติพจน์ให้สัมภาษณ์หลังการปราศรัยว่า การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ยอมรับว่าเกิดจากความกลัวผลกระทบที่จะตาม เพราะช่วงหลายปีที่ผ่านมามีนักกิจกรรมและนักศึกษาจำนวนมากถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงติดตามความเคลื่อนไหว ทำให้เกิดการละเมิดสิทธิ์ ดังนั้นจึงขอสนับสนุนแนวคิดของกลุ่มเยาวชนปลดแอกที่ให้ยกเลิกการคุกคามนักกิจกรรม นักศึกษา และประชาชน 

ผู้ชุนนุมในกิจกรรม “อีสานบ่ย่านเด้อ” ได้ชูป้ายสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ที่เป็นข้อเรียกร้องหนึ่งในสามของกลุ่มเยาวชนปลดแอก

ขณะที่ พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน แกนนำกลุ่มสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) และแกนนำกลุ่มเยาวชนปลดแอก ปราศรัยว่า ยังไม่ถึงสัปดาห์หลังจากมีการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอกที่มีการเรียกร้อง 3 ข้อ ได้แก่ 1. ให้รัฐบาลยุบสภา 2. หยุดคุกคามประชาชน และ 3. ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้มีนักศึกษาและประชาชนกว่า 20 จังหวัดออกมาเคลื่อนไหว โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคอีสาน 

“นี่คือการประสานพลังของประชาชนอย่างแท้จริง หากมองย้อนไปช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีการจัดแฟลชม็อบตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่เป็นการชุมนุมของนักศึกษา แต่คราวนี้ได้ขยับออกจากรั้วมหาวิทยาลัยแล้ว ทำให้เห็นว่า ตอนนี้การไล่รัฐบาลเป็นเรื่องของทุกคน” พริษฐ์ปราศรัย 

ส่วน จุตภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน นักกิจกรรมทางการเมือง ปราศรัยช่วงหนึ่งว่า รัฐบาลชุดนี้ห้ามชุมนุม เพราะเป็นการละเมิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่ไม่เคยถามว่า กฎหมายฉบับนี้ละเมิดความเป็นมนุษย์ของประชาชนหรือไม่ 

“พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไม่เคยทำให้สิทธิเสรีภาพของพวกเราดีขึ้น แล้วจะมีกฎหมายฉบับนี้ต่อไปทำไม” ไผ่ ดาวดิน ปราศรัย

นักเรียน นักศึกษา แสดงความคิดเห็นทางการเมืองผ่านป้ายที่มีข้อความว่า We need democracy , Thai need real democracy

การชุมนุมครั้งนี้ ผู้ร่วมชุมนุมที่ส่วนใหญ่เป็นเยาวชนได้นำป้ายข้อความที่วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาการระบาดของโควิด-19 ที่อนุญาตให้แขกวีไอพีจากต่างประเทศเข้ามาประเทศไทยโดยที่ไม่ต้องตรวจคัดกรองโควิด – 19 We need democracy (เราต้องการประชาธิปไตย), Thai need real democracy (ไทยต้องการประชาธิปไตยที่แท้จริง) เป็นต้น 

นอกจากนักเรียนนักศึกษาแล้ว ยังมีประชาชนมาร่วมชุมนุมครั้งนี้เป็นจำนวนมาก โดยหญิงชาวจังหวัดขอนแก่นคนหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า มีความสนใจทางการเมืองมาทั้งชีวิตและอยากให้รัฐบาลชุดนี้ออกไป แล้วมาเลือกต้ังกันใหม่เพื่อให้ได้รัฐบาลที่มาจากเสียงประชาชนโดยแท้จริง 

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้จัดนิทรรศการให้ความรู้เรื่องรัฐธรรมนูญให้กับผู้มาร่วมชุมนุมได้อ่านรัฐธรรมนูญอย่างย่อๆ ตั้งแต่ฉบับแรกจนถึงฉบับ 2560 นอกจากนี้ยังได้ชูป้ายบุคคลถูกบังคับให้สูญหาย อาทิ วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ หรือ ต้า, สหายกาสะลอง เป็นต้น ซึ่งการจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้จบลงเวลาประมาณ 21.00 น. โดยแกนนำผู้ชุมนุมได้ประกาศว่าจะมีการชุมนุมอีกในเร็วๆ นี้

Scroll Up