“อีสานสิบ่ทน” จัดกิจกรรมค้านเสียงอธิการฯ ม.มหาสารคาม ห้ามจัดงาน

ดานุชัช บุญอรัญ เรื่องและภาพ

มหาสารคาม – เมื่อวานนี้ (22 กรกฎาคม 2563) ตั้งแต่เวลา 17.00 น. บริเวณลานศาลาแปดเหลี่ยม วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) แนวร่วมนิสิต มมส. เพื่อประชาธิปไตย พร้อมด้วย กลุ่มเสรีประชาธิปไตย นิสิต นักศึกษา อุดรธานี กลุ่มเยาวชนสุรินทร์เพื่อประชาธิปไตย พรรคโดมปฏิวัติ กลุ่ม Korat No เผด็จการ และประชาชนจากหลายจังหวัดในภาคอีสาน จัดการกิจกรรมสนับสนุนแนวคิดกลุ่มเยาวชนปลดแอก โดยใช้ชื่อว่า “อีสานสิบ่ทน” มีผู้มาร่วมงานมากกว่า 500 คน

พงศธรณ์ ตันเจริญ แนวร่วมนิสิต มมส. เพื่อประชาธิปไตยปราศรัยโจมตีอธิการบดี ม.มหาสารคามที่ห้ามชุมนุมในพื้นที่มหาวิทยาลัย

ก่อนการชุมนุมเวลา 15.00 น. พงศธรณ์ ตันเจริญ แนวร่วมนิสิต มมส. เพื่อประชาธิปไตย ปราศรัยบนรถขยายเสียงแล้วหันหน้าไปทางตึกสยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นที่ทำการของอธิการบดี ม.มหาสารคาม ตอบโต้กรณี แถลงการณ์ ม.มหาสารคาม ห้ามนิสิตใช้พื้นที่ในมหาวิทยาลัยจัดกิจกรรม เนื่องจากเกรงว่า จะเป็นแหล่งแพร่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด – 19 และเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 

พงศธรณ์ ปราศรัยว่า จากสถิติผู้ติดเชื้อภายในประเทศที่ไม่เพิ่มมากว่าสองเดือนแล้ว การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในปัจจุบันจึงเป็นเรื่องไม่จำเป็น ข้ออ้างทั้งสองประเด็นที่มหาวิทยาลัยระบุในแถลงการณ์นั้น จึงฟังไม่ขึ้น และบ่งชี้ได้ชัดเจนว่าเป็นการพยายามขัดขวางการใช้สิทธิ์ในการแสดงออกของนิสิต โดยผู้บริหารที่รับใช้ผู้มีอำนาจ ทรยศปณิธาณของมหาวิทยาลัยที่สอนให้ผู้มีปัญญาต้องรับใช้ประชาชน

“เรายินดีที่จะต่อต้านการใช้อำนาจโดยมิชอบ และขอยืนยันที่จะจัดกิจกรรมต่อไป เพราะอย่าลืมว่าพื้นที่ตรงนี้ ไม่ใช่ที่ส่วนตัวของพวกท่าน เเต่สร้างจากเงินภาษีของพวกเรา” พงศธรณ์กล่าว

ตำรวจเจรจากับตัวแทนนิสิต มมส.เพื่อประชาธิปไตยให้ชุมนุมโดยสงบและไม่กระทำผิดกฎหมาย

ต่อมาเวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ชี้แจงต่อตัวแทนนิสิต มมส.เพื่อประชาธิปไตยว่า ขณะนี้ประเทศอยู่ภายใต้การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ  การชุมนุม ยุยง ปลุกปั่น ให้เกิดความไม่สงบ และเสี่ยงให้เกิดการแพร่เชื้อโรคจึงถือเป็นการละเมิดกฎหมาย 

“ขอให้ผู้ชุมนุมและผู้ปกครองของนิสิต นักศึกษาที่มาชุมนุม จงระมัดระวัง อย่าได้กระทำผิดกฎหมาย” ตำรวจกล่าว

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยังได้ตั้งจุดตรวจอาวุธและสั่งห้ามใช้เครื่องขยายเสียง แต่กลุ่มผู้จัดยืนยันดำเนินกิจกรรมและใช้เครื่องขยายเสียงต่อตามกำหนดการเดิม

เมื่อเวลา 17.00 น. กิจกรรมการชุมนุมจึงเริ่มขึ้นด้วยการแห่ดนตรีศิลปะอีสานรอบลานแปดเหลี่ยม ก่อนนำเข้าสู่บรรยากาศ การปราศรัยแสดงทรรศนะ และประกาศข้อเรียกร้องหลัก 4 ข้อ ได้แก่ 1. เรียกร้องให้ทางรัฐบาลยุบสภา 2. ยุติบทบาท ส.ว.ยุติการสืบทอดของ คสช. 3. ให้มีการใช้การเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญปี 40 และ 4. ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นของประชาชน

ธนพล มานะจึงเจริญ นักเรียนโรงเรียนสาธิต ม.มหาสารคาม ปราศรัยวิจารณ์การทำงานของรัฐบาล

ธนพล มานะจึงเจริญ นักเรียนจากโรงเรียนสาธิต ม.มหาสารคาม  ปราศรัยช่วงหนึ่งว่า ความล้มเหลวตลอด 6 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ในช่วงวิกฤตไวรัสโควิด-19 รัฐบาลได้เเสดงออกถึงความไร้ประสิทธิภาพ ไร้น้ำยา ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างสิ้นเชิง รัฐพยายามควบคุมตัวเลขทางสาธารณะสุขเพื่อสร้างภาพว่าควบคุมสถานการณ์ได้ ทั้งที่ในด้านสังคม เศรษฐกิจ ฯลฯ ประชาชนต้องแก้ไขปัญหาตามมีตามเกิด ทั้งหมดนี้ทำให้รู้สึกว่าสิ่งที่เป็นปัญหามากที่สุดจริงๆ คือรัฐบาล

“รัฐบาลชุดนี้มีปัญหาจากที่มา เมื่อไม่ได้มาจากประชาชน ก็ไม่ต้องเห็นหัวประชาชน ทางออกเดียวที่จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นคือ เราต้องมีรัฐบาลของประชาชน เริ่มจากข้อเสนอสี่ข้อของเราในวันนี้ต้องเกิดขึ้นให้ได้ก่อน” ธนพล กล่าว

ผู้ร่วมชุมนุมได้สลับกันขึ้นปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล จนกระทั่งเวลา 19.00 น. กลุ่มผู้จัดกิจกรรมได้ประกาศผ่านลำโพงเพื่อให้เจ้าหน้าที่ภายในมหาวิทยาลัยเปิดไฟสปอร์ตไลต์ท์บริเวณลานแปดเหลี่ยม แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ยอมเปิด ผู้มาร่วมงานทั้งหมดจึงพร้อมใจกันเปิดแฟลชจากโทรศัพท์มือถือแทน 

Scroll Up