พรศักดิ์ ส่องแสง : อีสานชาตินิยม

วิทยากร โสวัตร เรื่อง 

ขอขอบคุณภาพหน้าปกจาก : https://www.sabaycd.com/

หมายเหตุ : อ่านบทความนี้ควรเปิดเพลงออนซอนอีสานของ พรศักดิ์ ส่องแสง ศิลปินในดวงใจของผมฟังไปด้วยนะครับ จะได้อรรถรสมาก

คำตอบต่อคำถามในรายการ เกร็ดชีวิตคนดัง เมื่อปี 2531 ของพรศักดิ์ ส่องแสง สะท้อนถึงลักษณะพิเศษของคนอีสานหรือความเป็นอีสานได้ชัดเจนมาก และเราจะเห็นความน่ารัก ซื่อๆ ตรงๆ ความเป็นนักเลงของพรศักดิ์ในวัย 27 ปี (ตอนนั้น) แล้วจะรักศิลปินคนนี้และรักความเป็นคนอีสาน เมื่อพิธีกรรายการถามว่า ถ้าเบิร์ด (ธงไชย แมคอินไตย์) กับพรศักดิ์ประชันกัน แย่งคนดูกันนี่ จะเป็นอย่างไร

พรศักดิ์: มันก็ไม่แน่สำหรับเรื่องนี้ ถ้าจะเอาไปปะทะกันนะ ผมก็ว่าถ้าเอาไปเก็บเงินก็คงได้หลายแสน เบิร์ดวงหนึ่ง พรศักดิ์วงหนึ่ง เล่นที่ไหนก็คงได้เงิน
พิธีกร: งั้นเอาเวทีเดียวกันละกัน
พรศักดิ์: มัน แฟนเพลง มันต่างกัน  สำหรับ…
พิธีกร: แฟนพรศักดิ์ดูเบิร์ดได้ แล้วแฟนเบิร์ดดูพรศักดิ์ได้ไหม ฟังได้ไหม
พรศักดิ์ : ไม่ได้ (มีเสียงหัวเราะเต็มห้องส่ง พรศักดิ์ก็ยิ้มหัวเราะน้อยๆ ยักคิ้วก่อนพูดต่อว่า) ของผมมันชาตินิยม โดยมากกะอีสาน แฟนเบิร์ดโดยมากกะความรู้สูง พวกสตริงใช่ไหมครับ ของผมมันยังไงล่ะ ออกมามันก็ป้อเลย ยกมือเลยล่ะ (พรศักดิ์ทำท่ากางแขนจะฟ้อน)เอากันยาก

ผมมองว่า เหตุปัจจัยหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้คนอีสานมีลักษณะชาตินิยมแบบที่ พรศักดิ์ ส่องแสง ว่า ก็คือ ความรู้สึกร่วมต่อการถูกดูถูก ถูกกดทับจากคนภาคกลางหรือคนที่พูดภาษาไทยและศูนย์กลางอำนาจส่วนกลางที่ทำกับเราประหนึ่งว่าเป็นพลเมืองชั้นสอง ทำให้การเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาชีวิตของคนอีสานนั้นยากแค้นลำบาก 

ยิ่งเมื่อศึกษาประวัติศาสตร์มากขึ้นๆ ยิ่งเกิดคำถามว่า เอาจริงๆ การที่ศูนย์กลางอำนาจรัฐรักษาอีสานไว้ในสมัยนั้นเพื่อต้องการพัฒนาพื้นที่และทรัพยากรมนุษย์ (คนอีสานในฐานะคนไทย/สยาม) หรือเพียงแต่ต้องการรักษาไว้เพื่อเป็นรัฐกันชนกับมหาอำนาจฝรั่งเศส ถ้าเกิดฝรั่งเศสรุกเข้ามาทางลาวเพื่อจะยึดสยาม (ตามประวัติศาสตร์ชาติไทยกระแสหลักที่พยายามบอกเราถึงการเสียดินแดนและการรุกรานของประเทศมหาอำนาจเจ้าอาณานิคม แต่พอพูดถึงความเป็นมาของประเทศชาติก็ไล่เรียงมาตั้งแต่จีนตอนใต้ ลงมาตามลำแม่น้ำสาขาเจ้าพระยา ซึ่งไม่เคยมีแผ่นดินใบขวานหรืออีสานในสารบบเลย) 

คำตอบต่อมุมมองของผม คือคำถามว่า คุณคิดว่านักร้องหมอลำผู้ยิ่งใหญ่อย่าง พรศักดิ์ ส่องแสง จะได้เป็นศิลปินแห่งชาติ (ไทย) ไหม? สำหรับผม คำตอบคือ ไม่  

และเท่าที่ผมตามดูเขา ผมก็อยากจะให้ความเห็นเพิ่มว่า เอาจริงๆ แล้ว ตัวพรศักดิ์ ส่องแสง เองก็อาจจะไม่ได้อยากได้อยากเป็นศิลปินแห่งชาติ เพราะผมไม่เห็นเขาทำอะไรเพื่อให้เป็นเงื่อนไขที่จะได้มัน (ยิ่งครั้งหนึ่งมีคลิปลำบนเถียงนาก่อนเลือกตั้งว่าจะเลือกพรรคเพื่อไทย ยิ่งเป็นการตัดทำลายโอกาสที่จะได้เป็นศิลปินแห่งชาติ) และดูเขาก็หยิ่งทระนงพอตัวในความเป็นศิลปินของเขา ศิลปินอีสาน !

ดูอย่างศิลปินนักร้อง/นักแต่งเพลง/นักแสดงระดับ นพดล ดวงพร, หนิงหน่อง, ราชันเพลงลูกทุ่งอีสานอย่าง เทพพร เพชรอุบล ต่างล้วนล้มหายตายไปอย่างไม่ได้รับการเหลียวแลในเรื่องนี้เลย นี่ไม่นับครูเพลงอย่าง พงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา ที่กว่าจะได้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ก็หง่อมจวนเจียนจะสิ้นชีวิต พอหลังจากได้ ยังไม่ทันได้เงินบำนาญมั้ง ก็สิ้นชีวิตเสียก่อน
 

ถ้าถามใจผมนะ ศิลปินเหล่านี้ ถ้าอีสานเป็นประเทศ ศิลปินเหล่านี้ต้องเป็นศิลปินชั้นเอกของแผ่นดินและควรมีอนุสาวรีย์ให้ศิลปินเหล่านี้ทุกท่าน เพราะถือเป็นจิตวิญญาณอีสาน (เรื่องอนุสาวรีย์นี้ แม้ไม่เป็นประเทศก็ควรจัดทำให้) สร้างไว้ในบ้านเกิดของพวกท่าน มันจะสร้างสตอรี่มากมาย สร้างความภาคภูมิใจ สร้างแรงบันดาลใจ มีผลต่อการท่องเที่ยวด้วย

-พวกเขาคือต้นธาร เป็นกลุ่มคนแรกๆ ที่ทำให้ภาษาลาวอีสานเบียดแทรกในภาษาไทย และเป็นการเบิกทางให้ศิลปินรุ่นหลังสร้างสรรค์ผลงานออกมาเป็นลาว เป็นอีสานได้เต็มที่ ไม่เคอะเขินเหมือนแต่ก่อน และกลายเป็นที่ยอมรับทั่วประเทศ

-พวกเขาเป็นตัวแทนของยุคสมัยหนึ่ง เป็นจุดเปลี่ยนแห่งประวัติศาสตร์วัฒนธรรมที่ครั้งหนึ่งแคนและลำถูกสั่งห้ามในสยาม โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในช่วง ร.4 ได้ฟื้นตื่นขึ้นอีกครั้ง เป็นรอยต่อที่สำคัญระหว่างการร้องลำเฉพาะในภูมิภาคของตัวเองไปสู่วงกว้าง

นึกภาพออกไหมครับว่า เส้นทางการเติบใหญ่เติบโตเจริญก้าวหน้าในยศถาของศิลปินไทยนั้น อย่างศิลปินแห่งชาติของศิลปินอีสาน เป็นไปได้ยากมากๆ ยากกว่าการโกอินเตอร์เสียอีก ดูอย่างกรณี พรศักดิ์ ส่องแสง เป็นศิลปินหมอลำอีสานคนแรกๆ ที่ไปแสดงต่างประเทศ ถ้าเทียบกับเบิร์ดตอนนั้นนะ เบิร์ดมีแฟนคนไทยมาก ดังมากๆ แต่ได้เดินสายต่างประเทศเท่าพรศักดิ์ไหม (อันนี้เป็นคำถามนะครับ ผมไม่มีสถิติ) แล้วก็มีศิลปิน ศิลปะอีสานรุกพื้นที่อินเตอร์ต่อตามกันมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

มันอาจจะมีปัจจัยหนุนส่งหลายอย่าง เช่น การกระจายตัวของแรงงานอพยพของคนอีสาน แต่ถ้าของมันไม่ดีจริงนี่ คงไม่เดินทางไปไกลขนาดนั้นหรอกครับ

ในเมืองไทยน่ะ ต่อให้คุณดังแค่ไหน ถ้าเป็นคนอีสานก็ยากแล้วที่จะไต่เต้า ยิ่งถ้าไม่อยู่ในครรลองคือ ส่งเสริมอำนาจรัฐส่วนกลาง ก็เป็นอันว่า หมดอนาคตบนเส้นทางนี้ (ถ้าอนาคตหมายถึงยอดปรารถนาอย่างศิลปินแห่งชาตินะครับ) แต่อย่างที่ผมยกตัวอย่าง พรศักดิ์ ส่องแสง นั่นแหละ ผมเห็นความทระนงในวิถีความเป็นศิลปินอีสาน มั่นใจในฐานแฟนเพลงชาตินิยมของเขา และผมก็มั่นใจเช่นกันว่า คนอีสานมีความทระนงในศักดิ์ศรีและภูมิใจในศิลปะวัฒนธรรมตัวเอง


ถ้าเราลองคิดอีกภาพหนึ่งขึ้นมาเทียบ จะเห็นภาพชัดอย่างว่า ถ้าอีสานเป็นประเทศ พื้นที่ความหมายและคุณค่าของสิ่งเหล่านี้จะเปลี่ยนไปทันที และที่สำคัญ อีสานไม่มีก๊กอำนาจใหญ่ๆ หนึ่งเดียว ซึ่งจะเอื้อต่อเป็นประชาธิปไตยมาก เสียงประชาชนก็จะกลายเป็นเสียงสวรรค์อย่างแท้จริง และเสียงสวรรค์เหล่านี้แหละที่จะคัดกรอง คัดสรรศิลปินของเราให้ยืนเด่นเป็นสง่าท้าทายกาลเวลา

หมายเหตุ: ความคิดเห็นหรือมุมมองต่างๆ ที่ปรากฎบนเว็บไซต์เดอะอีสานเรคคอร์ด เป็นข้อคิดเห็นของผู้เขียน ซึ่งไม่ได้เป็นมุมมองหรือความคิดเห็นของกองบรรณาธิการเดอะอีสานเรคคอร์ด

Scroll Up