ชาว อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ค้านขุดลอกบึงโจด

ขอนแก่น – ตัวแทนเครือข่ายชาวบ้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมลำน้ำพอง จ.ขอนแก่นเข้ายื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ผ่านสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น เพื่อคัดค้านแผนการรับรองโรงงานในเขตอำเภอน้ำพองให้เป็นโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ เนื่องจากมีโรงงานในพื้นที่หลายแห่งสร้างปัญหา นอกจากนี้ทางเครือข่ายฯ ยังเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระงับการก่อสร้างโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหนองหวายของกรมชลประทานที่มีการขุดลอกบึงโจด เพราะโครงการฯ ดังกล่าวทำให้น้ำเสียไหลลงพื้นที่เกษตรของชาวบ้านใน 5 หมู่บ้าน  

ตัวแทนเครือข่ายชาวบ้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมลำน้ำพอง จ.ขอนแก่น เข้ายื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมคัดค้านการขุดลอกบึงโจด ภาพจาก ณัฐภรณ์ แสงโพธิ์ ถ่ายเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2563

ณัฐภรณ์ แสงโพธิ์ กรรมการเครือข่ายชาวบ้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมลำน้ำพอง จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยับยั้งการขุดลอกบึงโจด เนื่องจากบึงแห่งนี้เป็นพื้นที่เก็บน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านมานานกว่า 38 ปี 

“การก่อสร้างประตูระบายน้ำและการขุดลอกบึงครั้งนี้ชาวบ้านไม่ได้ประโยชน์เลย ตรงกันข้ามชาวบ้านกลับเดือดร้อนมากขึ้น เพราะน้ำเสียจะไหลลงพื้นที่เกษตร ทำให้ปลูกข้าวไม่ได้ เราจึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระงับโครงการนี้” ณัฐภรณ์กล่าว

แกนนำกลุ่มอนุรักษ์ฯ ยังกล่าวอีกว่า ชาวบ้านในพื้นที่ทราบรู้ว่ามีโครงการฯ นี้เมื่อประมาณเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยเห็นจากการขุดลอกรอบบึง แต่ไม่ทราบรายละเอียด เพราะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลให้คนในพื้นที่ได้รับทราบ ชาวบ้านจึงร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาแก้ไขปัญหา 

“เราจะคัดค้านโครงการให้ถึงที่สุด เพราะชาวบ้านได้รับผลกระทบโดยตรง การทำแบบนี้เท่ากับเป็นการปลุกผีดิบให้ตื่นขึ้นมาหลอกชาวบ้าน”ณัฐภรณ์กล่าว 

หนังสือแถลงการณ์ของเครือข่ายฯ ระบุความเป็นมาของบึงโจดว่า เป็นแหล่งน้ำสาธารณะที่คั่นระหว่างโรงงานอุตสาหกรรมกับลำน้ำพองที่ถูกจัดให้เป็นแหล่งน้ำทิ้งจากโรงงานนานถึง 38 ปี มีปริมาณน้ำ 24,000 ลูกบาศเมตรต่อวันที่มีตะกอนสะสมและปนเปื้อนในแหล่งน้ำมานาน ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่เคยเคลื่อนไหวให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหามานาน แต่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ 

แหล่งน้ำรอบบึงโจด อ.น้ำพอง จ.อุบลรัตน์ กลายเป็นสีดำ ภาพเมื่อ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2563 ภาพจาก ณัฐภรณ์ แสงโพธิ์ 

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 10 สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดขอนแก่น กรมพัฒนาที่ดิน มูลนิธิบูรณะนิเวศ เป็นต้น ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างตะกอนดินตามการร้องเรียนของเครือข่ายชาวบ้านอนุรักษ์ฯ  

ทั้งนี้มูลนิธิบูรณะนิเวศมีความเห็นเบื้องต้นต่อโครงการขุดลอกบึงโจด จังหวัดขอนแก่นจากการลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้องได้เก็บตะกอนดินรวม 5 ตัวอย่าง คือ ก่อนเข้าบึงโจด 2 ตัวอย่าง หลังออกจากบึงโจด 2 ตัวอย่าง และกลางบึงโจด 1 ตัวอย่าง ซึ่งตัวอย่างทั้งหมดได้ส่งวิเคราะห์โดยบริษัทห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด 

ผลการวิเคราะห์พบว่า บริเวณกลางบึงโจดมีสารโลหะหนัก คือ สังกะสี 

ถึง 114.3 มก./กก. ส่วนจุดออกจากบึงโจดจุดที่ 1 มีสารชนิดนี้ถึง 109.4 ทั้งที่ค่ามาตรฐานเพียง 80 มก./กก. นอกจากนี้ยังพบโครเมียมจาก 3 จุดเกินค่ามาตรฐาน (45.5 มก./กก.) คือ จุดกลางบึงมีค่า 67.6 มก./กก. จุดออกจากบึงจุดที่ 1 มีค่า 59.1 มก./กก. และจุดออกจากบึงจุดที่ 2 มีค่า 51.1 มก./กก.    

“หากขุดลอกจะทำให้ตะกอนท้องน้ำฟุ้งกระจายสู่พื้นที่เกษตรกรรมโดยรอบและที่สำคัญพื้นที่เกษตรที่อยู่ติดบึงโจดน่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด”ผลการวิเคราะห์ของมูลนิธิบูรณะนิเวศระบุ 

สำหรับผลการตรวจตะกอนดินของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 10 และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดขอนแก่นนั้นคาดว่าจะมีการนำเสนอต่อที่ประชุมพิจารณาโครงการฯ ในวันพรุ่งนี้ (23 มิถุนายน 2563) 

Scroll Up