เมื่อขอนแก่นปิดเมือง เพราะพิษโควิด-19

โดยนักเขียนรับเชิญ คริส บีล

ตลอดสิบปีที่ผ่านมาผมวาดฝันถึงการใช้ชีวิตในเมืองไทย แต่ไม่นึกเลยว่าโรคระบาดที่คร่าชีวิตผู้คนไปทั่วโลกจะทำให้ความฝันของผมเป็นจริงขึ้นมา

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 ผมออกจากอพาร์ทเมนท์ในเมืองซานฟรานซิสโก (สหรัฐฯ) และตรงดิ่งไปสนามบินเพื่อมุ่งตรงสู่เมืองไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำทุกฤดูหนาว ระหว่างออกเดินทาง สตีเว่น ลูกชายชาวจีนอพยพและเจ้าของร้านซาลาเปาในตึกก็พูดว่า “บ้าหรือเปล่า อย่าไปเอเชียตอนนี้เลย กำลังมีไวรัสโคโรนาระบาด อยู่นี่แหละ ปลอดภัยกว่า” ตอนนั้นคำพูดของเขาไม่มีความหมายเท่าใดนัก ตอนนั้นประเทศจีนตกอยู่ท่ามกลางสิ่งที่กำลังจะกลายเป็นการระบาดไปทั่วโลก และไทยก็มีตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงที่สุดนอกประเทศจีน แต่ผมไม่ใส่ใจกับคำพูดของเขามากนักและเดินทางต่อไปยังสนามบินเพื่อขึ้นเครื่องมายังกรุงเทพฯ

ผมวางแผนไว้ว่าจะใช้เวลาอยู่ในเมืองหลวงสัก 2-3 วันก่อนจะเดินทางมายังภาคอีสานเพื่อถ่ายภาพและร่วมจัดนิทรรศการเกี่ยวกับนักดนตรีหมอลำ ที่กรุงเทพฯ หน้ากากอนามัยกลายเป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วไปสวมใส่ ที่หน้าห้างสรรพสินค้าและโรงแรมมักมีการแจกเจลล้างมือ มาตรการเหล่านี้ยังเป็นสิ่งที่แปลกปลอมอยู่ในประเทศของผม

หนึ่งเดือนต่อมา ผมตกอยู่ท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 ในจังหวัดขอนแก่น เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ประเทศไทยเริ่มใช้มาตรการล็อกดาวน์ มีการประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ เทศกาลสงกรานต์ถูกยกเลิกและห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชั่วคราว เที่ยวบินเดินทางกลับซานฟรานซิสโกของผมถูกยกเลิกหลายครั้ง ขณะเดียวกันทั่วโลกมีตัวเลขการติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ตัวเลขของไทยดูเหมือนยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ส่วนตัวเลขผู้เสียชีวิตรายวันในสหรัฐฯ ในช่วงนั้นเพิ่มขึ้นเป็นหลักร้อยหรือหลักพันในบางวัน ผมต่ออายุวีซ่าและตัดสินใจที่จะอยู่จังหวัดขอนแก่นต่อ แทนที่จะเดินทางกลับไปยังสหรัฐฯ ที่ขณะนี้กลายเป็นศูนย์กลางของการระบาดของโรคแล้ว

เดือนเมษายน การใส่หน้ากากอนามัย การวัดอุณหภูมิร่างกาย เจลล้างมือ และการรักษาระยะห่างทางสังคมกลายเป็นเรื่องธรรมดาในขอนแก่น ผมไปตระเวนตามท้องถนนเพื่อบันทึกเรื่องราวของช่วงเวลาที่ไม่ธรรมดาทางประวัติศาสตร์นี้ไว้อย่างพินิจพิเคราะห์ 

ห้างสรรพสินค้า ร้านตัดผม ร้านนวด และสถานบันเทิงทุกแห่งถูกปิด ร้านอาหารก็ขายให้เฉพาะการสั่งกลับบ้านเท่านั้น มีเพียงแค่เซเว่น อีเลฟเว่นและร้านขายของชำเท่านั้นที่มีการวัดอุณหภูมิบริเวณทางเข้าร้าน มีการปฏิบัติมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมตามร้านขายอาหารทั่วไป และมีการห้ามการรวมตัวของคนหมู่มากที่บึงแก่นนคร และสนามกีฬาขอนแก่น ส่วนสนามบินขอนแก่นมีเที่ยวบินไม่กี่เที่ยวต่อสัปดาห์ ซึ่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเริ่มเห็นได้ชัด เมื่อคนหาเช้ากินค่ำเริ่มไม่พอกิน ต้องอาศัยการบริจาคเพื่อให้ครอบครัวได้ประทังชีวิต

ขณะเดียวกันที่สหรัฐอเมริกากลับตอบสนองค่อนข้างช้าและมีการใช้ไวรัสเป็นเรื่องทางการเมือง ในขณะที่ตัวเลขของผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นไปเป็นหลักหมื่นและแสน ประเทศบ้านเกิดของผมยังถกเถียงกันไม่จบว่า พลเมืองควรใส่หน้ากากอนามัยหรือไม่ หลายประเทศมีการล็อกดาวน์ การกักตัวเองอยู่กับบ้านหรือที่พัก ประธานาธิบดีทรัมป์กลับวนเวียนอยู่กับการกล่าวโทษผู้อื่นมากกว่าที่จะนำพาประเทศผ่านวิกฤต ชาวอเมริกันกว่า 30 ล้านคนในตอนนั้นต้องกลายเป็นคนว่างงานและต้องการที่จะให้เศรษฐกิจเดินหน้าอีกครั้ง ในบางรัฐผู้คนชุมนุมตามท้องถนนเพื่อเรียกร้องให้มีการเปิดเมือง พวกเขาท้าทายมาตรการการรักษาระยะห่างทางสังคมและยังปิดทางเข้าอาคารสถานที่ราชการและโรงพยาบาลอีกด้วย

ช่วงเวลาสามเดือน ประเทศไทยและสหรัฐฯ ได้สลับขั้วกัน สหรัฐฯ กลายเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตมากที่สุด ขณะที่ตัวเลขของไทยลดลง ผมโชคดีที่อาศัยอยู่ที่ขอนแก่นในช่วงเวลานี้ น่าสนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น เมื่อหลายประเทศทั่วโลกเริ่มเปิดเมือง

ภาพถ่ายต่อไปนี้ ผมถ่ายระหว่างกลางเดือนเมษายนและกลางเดือนพฤษภาคมในเมืองขอนแก่น

ป้ายสองป้าย ด้านบน “ปิด ตามนโยบายรัฐ หยุดเชื้อเพื่อชาติ Covid-19” แขวนอยู่หน้าร้านรินไหมไทยที่ถนนหน้าเมือง กลางเมืองขอนแก่น
ลูกค้าร้านติ๊กแจ่วฮ้อนยืนเพื่อรักษาระยะห่างทางสังคมระหว่างเข้าคิวซื้ออาหาร
คนเดินผ่านป้ายโปรโมทการรักษาระยะห่างทางสังคมบริเวณหน้าตลาดโต้รุ่ง บึงแก่นนคร
พนักงานร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น ถนนหน้าเมือง เตรียมต้อนรับลูกค้าบริเวณหน้าร้านด้วยการวัดอุณหภูมิและหยดเจลล้างมือ
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลความปลอดภัยในนสนามบินขอนแก่นอันว่างเปล่าเมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ไม่มีผู้โดยสารเดินทางเข้า-ออกเลย เพราะมีการจำกัดการเดินทางเพื่อยับยั้งการระบาดของโรคโควิด-19
ร้านค้าในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซ่าปิดเงียบไม่มีลูกค้า เมื่อวันที่ 24 เมษายน ซึ่งเป็นหนึ่งเดือนหลังจากรัฐบาลประกาศปิดห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศไทย
ผู้หญิงคนหนึ่งถือถุงอาหารแห้งที่ได้รับบริจาคจากผู้บริจาคที่ KK Ideal Home เมื่อวันที่ 28 เมษายน
โรนัลด์ แมคโดนัลด์ นั่งอย่างโดดเดี่ยวบนม้านั่งที่ส่วนใหญ่มักจะมีคนมานั่งด้วยที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซ่า
น้อยนั่งที่สนามเปตองที่บึงแก่นนคร เขามักเล่นเปตองกับเพื่อนๆ แต่จากนโยบายของรัฐบาลเพื่อลดการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้กิจกรรมทางสังคมนี้ต้องหยุดไป
ร้านค้าริมทาง บริเวณกลางเมืองขอนแก่นวางเก้าอี้ห่างกัน 1 เมตร เพื่อให้ลูกค้านั่งรอตามนโยบายรักษาระยะห่างทางสังคม
สุนัขจรจัดเดินผ่าน U-Bar แหล่งท่องเที่ยวยามราตรียอดนิยมในตัวเมืองขอนแก่น หลังจากแหล่งท่องเที่ยมยามราตรีและบาร์ทั่วประเทศปิดชั่วคราวเพื่อลดการระบาดของโรคโควิด 19

Scroll Up