พิธีรอมฎอนท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ของชาวมุสลิม จ.ขอนแก่น

ยศพนธ์ เกิดวิบูลย์ เรื่อง 

Chris Beale ภาพ

ก่อนพลบค่ำ ครอบครัว “ดลละวิจิจร” ชาวไทยมุสลิมเชื้อสายปาทาน (ชาวมุสลิมที่มีบรรพบุรุษอพยพมาจากปากีสถาน) ในจังหวัดขอนแก่น ช่วยกันจัดเตรียมวัตถุดิบเพื่อประกอบอาหารมื้อเย็น หลังพวกเขาถือศีลอดอาหารและน้ำตั้งแต่เช้ามืด ตั้งแต่เวลาพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตกในเดือนรอมฎอน เดือนแห่งความศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิมทั่วโลก 

สมาชิกครอบครัวดลละวิจิจรกำลังปรุงอาหารมื้อเย็น เพื่อเตรียมรับประทานเป็นอาหารมื้อแรก หลังจากถือศีลอดตลอดทั้งวันในเดือนรอมฎอน ภาพโดย Chris Beale

ปีนี้ สำนักจุฬาราชมนตรี ซึ่งเป็นผู้นำกิจการศาสนาอิสลามในประเทศไทย ประกาศเริ่มเดือนรอมฎอนถือศีลอดตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2563 และสิ้นสุดวันที่ 24 พฤษภาคม 2563 

สมาชิกครอบครัวดลละวิจิจรตั้งใจอดอาหารและน้ำเพื่ออุทิศส่วนกุศล บำเพ็ญบุญ สวดภาวนาขอพระเจ้า ทำความดี และละเว้นการทำบาปทั้งหมดในชีวิตแต่ละวัน ตามความเชื่อและความศรัทธาว่าจะได้เข้าถึงอัลลอฮ์ พระเจ้าของศาสนาอิสลาม

ครอบครัวดลละวิจิจรขณะรับประทานอาหารมื้อเย็นร่วมกัน ซึ่งเป็นมื้อแรกของวัน หลังจากถือศีลอดทั้งอาหารและน้ำมาตลอดทั้งวัน ภาพโดย Chris Beale

“พวกเราชาวมุสลิมทั่วโลกต่างรอคอยร่วมพิธีรอมฎอน ถือศีลอด เพราะถือเป็นบุญมหาศาล เป็นเดือนที่พระเจ้าจะโปรดปรานคนที่ทำความดี และพระเจ้าจะให้ทุกสิ่งที่เราขอ พรทุกอย่างท่านจะให้” บุคอรี หรือ จรัญ ดลลวิจจร หัวหน้าครอบครัวดลละวิจิจร รองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดขอนแก่นกล่าว 

นอกจากถือศีลอดแล้ว ในเดือนแห่งความศักดิ์สิทธิ์นี้ การออกไปรวมตัวกันละหมาดและสวดภาวนาขอพรจากพระเจ้าที่มัสยิดในช่วงเย็นและร่วมกันรับประทานอาหารชาโฮร์ (การทานอาหารก่อนศีลอดในเช้ารุ่งก่อนพระอาทิตย์ขึ้น) พร้อมกับพบปะพูดคุยฉันท์ญาติมิตรในตอนกลางคืน  

รวมถึงพิธีที่สำคัญคือการ “เอียะติกาฟ” หรือการปฏิบัติศาสนกิจในห้วงสิบวันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน ด้วยการถือศีลอด บำเพ็ญ ภาวนา และอ่านอัลกุรอานอย่างตรึกตรองอยู่ในมัสยิดตลอดทั้งวันและคืนเพื่อเพิ่มบุญ ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมชาวมุสลิมรอคอยมานานเกือบ 1 ปี 

แต่ปีนี้ชาวมุสลิมไม่อาจทำอย่างที่คาดหวังได้ เพราะการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ทั่วโลก  

สถานที่รับประทานอาหารภายในมัสยิดกลางขอนแก่นในช่วงปิดทำการ เพราะสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 หากเป็นสถานการณ์ปกติในเดือนรอมฎอน บริเวณนี้ ชาวมุสลิมแต่ละครอบครัวจะนำมาอาหารมาจากบ้านเพื่อรับประทานร่วมกับคนอื่นๆ ภาพโดย Chris Beale

ครั้งแรกในชีวิตที่ทำพิธีรอมฎอนที่บ้าน

สำนักจุฬาราชมนตรีประกาศงดจัดเลี้ยงอาหารละศีลอดที่มัสยิด และการไปอ่านอัลกุรอาน รวมถึงกิจกรรมการละหมาดที่มัสยิดในยามค่ำคืนในช่วงรอมฎอนเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19” บุคอรีกล่าวอ้างถึงคำสั่งบางส่วนจากสำนักจุฬาราชมนตรีที่ประกาศเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2563

นี่คือเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ จรัญ รวมถึงสมาชิกในครอบครัวของเขาที่ไม่ได้ร่วมพิธีละหมาดและร่วมกันละหมาดตะรอเวียะห์ (การละหมาดตอนกลางคืนตลอดเดือนรอมฎอน ซึ่งจะมีการละหมาดมากกว่าการละหมาด 5 เวลาในช่วงปกติ) ที่มัสยิดกลางเมืองขอนแก่นเหมือนทุกๆ ปีที่ผ่านมา

“พวกเราเชื่อว่า การรวมตัวละหมาดและสวดภาวนาในเดือนรอมฎอนร่วมกันที่มัสยิดนั้นจะทำให้ผลบุญเพิ่มขึ้นหลายเท่า แต่เมื่อผู้นำกิจการศาสนาบอกว่าในช่วงโรคระบาดสามารถทำพิธีนี้ที่บ้านได้ เราก็เชื่อฟังและปฏิบัติตาม” บุคอรีกล่าว

“เมื่อผู้นำกิจการศาสนาเราบอกว่าในช่วงโรคระบาดสามารถทำพิธีนี้ที่บ้านได้ เราก็เชื่อฟังและปฏิบัติตาม”จรัญ ดลละวิจิจร หรือ บุคอรี หัวหน้าครอบครัวดลละวิจิจร ภาพโดย Chris Beale

รู้สึกแย่ เมื่อไม่ได้ไปละหมาดที่มัสยิด

ตามหลักทางศาสนาอิสลาม การละหมาด คือการแสดงออกถึงความเคารพ สักการะ ความขอบคุณ และความภักดีต่ออัลลอฮ์ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ทำได้ ถือเป็นหนึ่งในศาสนกิจที่สำคัญของผู้นับถือศาสนาอิสลามต้องทำการละหมาด 5 เวลาต่อวัน และการละหมาดในเย็นวันศุกร์ (ละหมาดยุมอะฮฺ) ที่มัสยิด รวมถึงการละหมาดตะรอเวียะห์ (การละหมาดตอนกลางคืนตลอดเดือนรอมฎอน) ที่มัสยิด

แต่ปีนี้พวกเขาไม่อาจปฏิบัติตามหลักปฏิบัติดังกล่าวได้ เนื่องจากการระบาดของเชื้อไวรัส ทำให้บุคอรีรู้สึกแย่กับตัวเอง เพราะทุกปีเขาจะเป็นผู้นำครอบครัวไปทำพิธีสำคัญนี้ที่มัสยิด

“ทุกวันนี้ยังรู้สึกผิด เหมือนเป็นคนทำผิดหลักศาสนา ที่รอมฎอนปีนี้ไม่ได้ไปละหมาดสำคัญที่มัสยิด เพราะเป็นช่วงเวลาที่เรารอคอยมานานกว่า 1 ปี เพื่อที่จะปฏิบัติความดีต่อพระเจ้า” เขากล่าวและว่า “สำหรับคนมุสลิมแต่ละปีขอให้มีชีวิตรอดเพื่อทำพิธีรอมฎอน เพราะเดือนนี้เป็นเดือนอันวิเศษ เดือนแห่งความสุข เดือนที่พระเจ้าปลดบาปให้ทั้งหมด”

บุคอรี ในฐานะหัวหน้าครอบครัวดลละวิจิจร ทำหน้าที่เป็นอิหม่ามนำครอบครัวปฏิบัติศาสนกิจในช่วงเดือนรอมฎอนภายในบ้านตัวเอง ภาพโดย Chris Beale

ผู้ชายทุกบ้านต้องทำหน้าที่อิหม่าม 

การไม่สามารถไปปฏิบัติศาสนกิจที่มัสยิดในช่วงสถานการณ์เชื้อไวรัสระบาดทำให้ บุคอรี ในฐานะผู้ชายและเป็นผู้นำครอบครัว ต้องทำหน้าที่เป็นอิหม่าม (ผู้นำศาสนาอิสลามประจำมัสยิด ซึ่งนำการปฏิบัติศาสนกิจและการทำละหมาด) แล้วพาคนในครอบครัวละหมาดและปฏิบัติศาสนกิจสำคัญในช่วงเดือนรอมฎอนเสียเอง 

บุคอรีจำเป็นต้องฝึกระเบียบพิธีการปฏิบัติศาสนกิจในช่วงรอมฎอนทุกวัน เพื่อไม่ให้ผิดพลาด 

“ปกติเคยเป็นแต่ผู้ตาม ไม่เคยเป็นผู้นำในการทำศาสนกิจ แต่เวลานี้ผมต้องเป็นอิหม่ามเอง ต้องละหมาด นำสวดภาวนา อีกทั้งช่วงรอมฎอนต้องพาครอบครัวสวดภาวนาอีก 10 กว่าบทสวดในแต่ละคืน” บุคอรีกล่าว

หลังจากที่บุคอรีรู้ว่าต้องทำหน้าที่อิหม่าม นำครอบครัวทำพิธีกรรมในช่วงเดือนรอมฎอน เขาต้องปรับตัวเองอย่างมาก ต้องเรียนรู้ ฝึกฝนระเบียบวิธีปฏิบัติศาสนกิจในช่วงรอมฎอนทั้งหมด ภาพโดย Chris Beale

อิสลามสอนให้ดูแลตัวเองเพื่อให้มีสุขภาพดี

บทบัญญัติในคัมภีร์อัลกุรอานที่จุฬาราชมนตรี อ้างเพื่อประกาศในประกาศห้ามปฏิบัติศาสนกิจรวมกันที่มัสยิด ช่วงเดือนรอมฎอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด- 19 ความหนึ่งว่า 

“สูเจ้าอย่าได้นำตัวเองสู่ความวิบัติ” ซึ่งมีนัยชี้ชัดว่า ห้ามกระทำการใดๆ ที่เป็นการฆ่าตัวตาย การทำร้ายตนเอง และการนำพาตนเองไปสู่ความเสียหาย ความสูญเสียหรือการเสียชีวิต จะด้วยวิธีการหรือการกระทำใดๆ ก็ตาม ล้วนเป็นสิ่งต้องห้าม และอาศัยความจากวจนะของศาสนทูต ที่ว่า “ไม่มีการประทุษร้ายต่อตนเองและต่อผู้อื่น” จึงมีนัยชี้ชัดว่า บุคคลจะไม่ประทุษร้ายต่อตนเองและจะไม่ประทุษร้ายหรือสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น ไม่ว่าด้วยวิธีการหรือการกระทำใดๆ ก็ตาม ล้วนเป็นสิ่งต้องห้าม

“ศาสนาอิสลามเน้นหนักเรื่องความปลอดภัยและการรักษา ดูแลตัวเองให้สุขภาพดี อย่าทำร้ายตัวเอง อย่าทำให้ตัวเองป่วยและบาดเจ็บ กรณีการระบาดของไวรัสเช่นกัน หากคนมุสลิมไม่ฟังคำประกาศของจุฬาราชมนตรีและไปรวมตัวกันทำพิธีช่วงรอมฎอนถือว่าเป็นการทำร้ายตัวเอง แล้วถ้ายิ่งนำพาไวรัสไปแพร่ระบาดให้คนอื่นก็ยิ่งเป็นบาปหนัก เพราะทำร้ายคนอื่น” บุคอรีกล่าว

สมาชิกครอบครัวดลละวิจิจรทำพิธีละหมาดในช่วงเดือนรอมฎอนภายในบ้านของตัวเอง เพราะมัสยิดกลางเมืองขอนแก่นปิดทำการ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ภาพโดย Chris Beale

ถึงแม้รอมฎอนปีนี้จะมีอุปสรรคมากมายมาขวางกั้นการบำเพ็ญบุญของครอบครัวดลละวิจิจรและพี่น้องมุสลิมทั่วโลก แต่บุคอรีก็ขอภาวนาและขอพรต่อพระเจ้าว่า รอมฎอนปีหน้า ขอให้พี่น้องมุสลิมทุกคนพบกับรอมฎอนในสภาพที่สมบูรณ์แบบ

“ขอให้พระเจ้าโปรดปรานให้โรคร้ายนี้หายไปจากสังคมโลก หายไปจากประเทศไทย ให้ทุกคนปลอดภัยจากโรคร้ายนี้ให้สู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ขอพระเจ้าโปรดด้วย” บุคอรีกล่าวทิ้งท้าย 

Scroll Up