6 มหา’ลัยผนึกกำลัง ตั้งสมัชชานักศึกษาอีสาน

ภาพหน้าปกจาก Chainarong Setthachua 

พงศธรณ์ ตันเจริญ เรื่อง

ก่อนหน้านี้ เราได้เห็นปรากฏการณ์การเกิดขึ้นของกิจกรรมชุมนุมในมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศ และการเกิดขึ้นของกลุ่มนักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองมากที่สุด หากนับจากหลังการเกิดรัฐประหารปี 2557 เป็นต้นมา 

ประชาชนได้เห็นปรากฏการณ์พลังบริสุทธิ์ของปัญญาชนกลับมาเบ่งบานอีกครั้ง ท่ามกลางสภาวะการเมืองไทยที่ถูกครอบงำจากอิทธิพลมรดกของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ทิ้งเอาไว้ อย่างเช่นรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 และองค์กรอิสระต่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออุ้มพวกพ้องของตนเองและรักษาอำนาจของ คสช. 

นั่นจึงเป็นจุดที่ทำให้ความอัดอั้นค่อยๆ สะสมมากยิ่งขึ้นในใจนักศึกษา ในฐานะที่พวกเขากำลังเติบโตและเตรียมความพร้อมออกไปใช้ชีวิตทำงานในสังคมนอกรั้วมหาวิทยลัย 

เมื่อนักศึกษาเห็นสังคมข้างนอกรั้วมีความไม่เป็นธรรม มีกลไกโครงสร้างทางการเมืองและโครงสร้างทางสังคมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการเติบโตของประชาธิปไตย 

จุดนี้มีส่วนทำให้นักศึกษาต้องออกมาทำอะไรสักอย่างเพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งทางสังคมและการเมืองให้ได้

หลังจากพลังการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยของนักศึกษาเบ่งบานขึ้นเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา ทว่าความเคลื่อนไหวของเหล่านักศึกษาก็ถูกทำให้แผ่วบางลงจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 แต่ก็ไม่อาจหยุดการต่อสู้ของนักศึกษาได้ เพียงแต่รูปแบบการเคลื่อนไหวของนักศึกษาเปลี่ยนแปลงไปตามพลวัตที่มีการปรับตัวอยู่เสมอ 

เมื่อไม่สามารถรวมตัวกันในที่สาธารณะก็รวมตัวกันบนโลกออนไลน์แทน โดยมีการผลิตกิจกรรมผลิตแคมเปญรณรงค์ออกมาในเรื่องประเด็นปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ เช่น การรณรงค์เรียกร้องให้คืนค่าเทอมบางส่วนแก่นักศึกษาเพื่อช่วยเหลือนักศึกษาในยามนี้ จากการเรียกร้องของกลุ่มเยาวชนปลดแอก-Free YOUTH นำมาสู่กระแสการเรียกร้องไปยังมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศ และทำให้กลุ่มแนวร่วมนิสิต มมส. เพื่อประชาธิปไตย ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการออกมาร่วมรณรงค์กิจกรรมผ่านการโหวตในเพจแนวร่วมนิสิต มมส. เพื่อประชาธิปไตยเป็นการกดดันให้มหาวิทยาลัยมหาสารคามให้ออกมาตรการช่วยเหลือนักศึกษาด้วยเช่นกัน

การรณรงค์เรียกร้องให้คืนค่าเทอมจากเพจแนวร่วมนิสิต มมส. เพื่อประชาธิปไตย – MSU Democracy Front

ขณะเดียวกันสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย – Student Union of Thailand ก็คัดค้านการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงความเข้าใจและความคืบหน้าเพื่อหุ้นส่วนข้ามแปซิฟิกหรือที่รู้จักกันในชื่อ CPTPP (Comprehensive and Progressive Agreement of Trans-Pacific Partnership) ด้วยการตั้ง แฮชแทค #NoCPTPP บนโซเชียลมีเดียแล้วชวนประชาชนกดดันรัฐบาลให้ยกเลิกการพิจารณาการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ CPTPP 

การรณรงค์ให้รัฐบาลยกเลิกการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ CPTPP เพจสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย – Student Union of Thailand

จากความล่าช้าในการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤตโควิด-19 ก็ทำให้กลุ่มแนวร่วมนิสิต มมส. เพื่อประชาธิปไตยเรียกร้องผ่านโซเชียลมีเดียว่าขอให้รัฐบาลออกมาตรการเยียวยานักศึกษา เนื่องจากนักศึกษาและครอบครัวคือผู้ที่ได้รับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะนักศึกษายังคงชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาเต็มจำนวน แม้การเรียนการสอนจะถูกจัดในรูปแบบออนไลน์ รวมทั้งมีการงดกิจกรรมทั้งในและนอกหลักสูตรไปแล้ว

ต่อมาก็เกิดกระแสกิจกรรมการประท้วงรัฐบาลออนไลน์ โดยสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย – Student Union of Thailand ด้วยการโพสต์เชิญชวนนิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤตโควิด-19 ออกมาร่วมกิจกรรมถ่ายภาพตัวเองพร้อมชูป้ายข้อความ #MobFromHome บนโซเชียลมีเดียของตัวเองจนเกิดเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ พร้อมกับทิ้งคำถามกึ่งเชิญชวนว่า “โควิดหายมาไล่รัฐบาลกันไหม?”

       โปสเตอร์เชิญชวนให้ประชาชนร่วมประท้วงออนไลน์ ภาพจากเพจสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย – Student Union of Thailand )

กระทั่งเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา ได้มีการจัดตั้งสมัชชานักศึกษาอีสานขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างเครือข่ายและร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อสังคมและการเมือง โดยมีนักศึกษาอีสานจาก 6 มหาวิทยาลัย ได้แก่ 1. มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 3. มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี 4. มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร 5. มหาวิทยาลัยราชภัฎชัยภูมิ และ 6. มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี รวมตัวเป็น “สมัชชานักศึกษาอีสาน”

ถือเป็นการสร้างเครือข่ายของนักศึกษาต่างมหาวิทยาลัยครั้งแรกในรอบหลายปี หลังจากสหพันธ์นิสิตนักศึกษาอีสานแห่งประเทศไทยหยุดการเคลื่อนไหว 

การรวมตัวกันของนักศึกษาอีสานครั้งนี้จึงเป็นการรวบรวมความอัดอั้นตันใจของนักศึกษาเพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลที่ไม่มีความโปร่งใส โดยเฉพาะสถานการณ์หลังจากโรคโควิด-19 ซาลงแล้ว 

ภายใต้สถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ที่บริหารจัดการโดยรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากอำนาจของประชาชนได้ฝากคราบน้ำตาและรอยบอบช้ำให้แก่ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ ปากท้อง ความมั่นคงทางอาหาร รวมถึงสิทธิเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล 

จึงถึงเวลาแล้วที่พวกเราจะมาร่วมกันเคลื่อนไหว ส่งเสียงให้ดัง เพื่อไล่รัฐบาล พร้อมกับติดแฮชแทค #รัฐบาลเฮงซวย ร้อยเรียงประชาชนทุกคนก้าวไปด้วยกัน โดยสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของสมัชชานักศึกษอีสานได้ที่เพจเฟซบุ๊กสมัชชานักศึกษาอีสานและทวิตเตอร์ @EsanStudents

หมายเหตุ: ความคิดเห็นหรือมุมมองต่างๆ ที่ปรากฎบนเว็บไซต์เดอะอีสานเรคคอร์ด เป็นข้อคิดเห็นของผู้เขียน ซึ่งไม่ได้เป็นมุมมองหรือความคิดเห็นของกองบรรณาธิการเดอะอีสานเรคคอร์ด

Scroll Up