มมส.ไม่เอาเผด็จการ เสียงของคนรุ่นใหม่ จากมหาวิทยาลัยลุ่มน้ำชี


ดานุชัช บุญอรัญ เรื่องและภาพ

เวลา 16.30 น. บริเวณลานแปดเหลี่ยม วิทยาลัยการเมืองการปกครอง ม.มหาสารคาม แนวร่วมนิสิต มมส. เพื่อประชาธิปไตย พร้อมประชาชนจังหวัดมหาสารคามมากกว่า 1,000 คน ร่วมกันจัดกิจกรรม #พึงเป็นอยู่เพื่อมหาชน มิใช่เพื่อเผด็จการ #มมส.ไม่เอาเผด็จการ เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่  

ภายในกิจกรรมครั้งนี้มีป้ายข้อความแสดงความคิดเห็นทางการเมือง อาทิ “ผู้นำโง่ เราจะตายกันหมด “สารคาม เผด็จการบ่ต้อง” “มีเพียงคนรุ่นใหม่เท่านั้นที่ขับเคลื่อนสังคม” ฯลฯ 

“ไม่อยากทนเห็น ส.ส. ขายตัว ขายอุดมการณ์ และสนใจแต่ผลประโยชน์ส่วนตัว” บางส่วนในการปราศรัยของนิสิต ม.มหาสารคามถึงกรณีอดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ย้ายไปสังกัดพรรครัฐบาล 

พงศธร​ณ์​ ตัน​เจริญ​ หนึ่งในแกนนำนิสิต ปราศรัยว่า ท่าทีของนิสิตและประชาชนใน จ.มหาสารคาม ก่อนหน้านี้ คือการเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาด้านสิทธิเสรีภาพและเศรษฐกิจ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าแก้ไขไม่ได้ และนับวันยิ่งกลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทำให้กลไกภาครัฐกลายเป็นเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจ

“สิ่งเดียวที่อยากเรียกร้องในวันนี้ คือให้ พล.อ.ประยุทธ์ (จันทร์โอชา) ยุบสภา แล้วคืนอำนาจกลับมาเป็นของประชาชน เราต้องการเลือกตั้งใหม่ เราต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” พงศธรณ์กล่าวและว่า “ประเทศนี้เป็นของประชาชน ประชาธิปไตยก็เป็นของประชาชน ดังนั้น ส.ส. ส.ว. คณะรัฐมนตรี ต้องยึดโยงกับกับประชาชนไม่ใช่มาจากวงจรอุบาทว์อย่างการทำรัฐประหาร”

นิสิต ม.มหาสารคาม ชูป้ายพร้อมข้อความตั้งคำถามต่อการบริหารประเทศของรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ด้านนิสิตคนหนึ่งจากสาขาประวัติศาสตร์ ม.มหาสารคาม ปราศรัยว่า สาเหตุที่เรามารวมตัวกันในวันนี้ ไม่ได้เพียงเพื่อชูป้ายวิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์เท่านั้น แต่มาเพื่อบอกว่า คนรุ่นใหม่เป็นอนาคตที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศนี้จากการครอบงำทางการเมืองที่สกปรก 

“ผมไม่อยากทนเห็นสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นสถานที่สำคัญในระบอบประชาธิปไตย มี ส.ส.ขายตัว ขายอุดมการณ์ ที่สนใจเฉพาะผลประโยชน์ส่วนตัว โดยไม่คำนึงว่าสิ่งที่ได้ สิ่งที่มีทุกวันนี้ ทุกอย่างมาจากประชาชน” นิสิต ม.มหาสารคาม ปราศรัยและว่า “ส.ส.เหล่านี้เห็นแก่เงิน เขาไม่คิดหรือว่าการเลือกตั้งสมัยหน้าจะมีใครเลือกอีกไหม ถ้ามีการเลือกตั้งใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญที่ถูกต้อง ต่อให้มีพรรคพลังประชารัฐพรรคเดียว ก็อย่าฝันจะได้เป็นส.ส.อีก”

นิสิตคนผู้นี้ยังปราศรัยอีกว่า ตลอดระยะเวลา 6 ปี ที่ คสช. และรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ปกครองประเทศ ได้สะท้อนความล้มเหลวในการเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และคณะทำงาน โดยเห็นได้จากนโยบายที่ออกมา เช่น การไล่ชาวนาที่ประสบปัญหาราคาข้าวไปปลูกหมามุ่ย ไล่ชาวสวนยางพาราไปขายดาวอังคาร เป็นต้น

“ตลอดระยะเวลา 20 กว่าปีที่ผมเกิดมา ไม่เคยเห็นรัฐบาลชุดไหนทำประเทศฉิบหายเท่ากับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ที่สำคัญมันทำลายประชาธิปไตย ที่ไม่ใช่แค่รัฐประหารของ คสช. ปี 2557 เท่านั้น แต่มันลากมาจากการรัฐประหารของ คมช. ตั้งแต่ ปี 2549 จนกลายมาเป็นสภาพเละเทะแบบที่เป็นอยู่” เขาปราศรัย

บรรยากาศการชุมนุมเพื่อแสดงออกถึงการไม่เห็นด้วยหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ของนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม 

ระหว่างกิจกรรมมีการหยุดเคารพธงชาติพร้อมกันในเวลา 18.00 น. เพื่อแสดงออกถึงความ “รักชาติ” โดยพิธีกรบนเวทีปราศรัยอธิบายว่า เพื่อลบคำสบประมาทบางเสียงที่บอกว่า คนรุ่นใหม่ที่ออกมาเคลื่อนไหวเป็นพวก “ชังชาติ”

ด้าน ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ อาจารย์คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.มหาสารคาม ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้มีอาจารย์จากส่วนกลางบางคนแสดงความคิดเห็นว่า อาจารย์แต่ละสถาบันเป็นผู้ปลุกระดมนักศึกษาให้ออกมาเคลื่อนไหว ซึ่งตนมองว่า การพูดเช่นนี้เป็นการดูถูกสติปัญญาของนักศึกษาและเป็นการแสดงออกถึงความไม่เข้าใจในความเป็นคนรุ่นใหม่ที่ทุกคนต่างมีความคิดเป็นของตัวเอง

“เราไม่สารมารถชี้นำคนรุ่นนี้ได้ อย่าว่าแต่ไปปลุกระดมเลย กลับกันพลังของคนหนุ่มสาวต่างหากที่ปลุกอาจารย์คนรุ่นเก่า ให้มีความหวังที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ให้สมบูรณ์พร้อม สำหรับงานวันนี้ ผมมีให้แค่สามคำ ดีที่สุด” นักวิชาการคนนี้กล่าว