มข.พอกันที ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ต้านเผด็จการ

ยศพนธ์ เกิดวิบูลย์ เรื่อง

อติเทพ จันทร์เทศ ภาพ 

ขอนแก่น – นักศึกษาและบุคลากรมหาวิทยาลัยขอนแก่นและประชาชนชาวขอนแก่น ร่วมจัดกิจกรรม #มขพอกันที #เกิดจากสฤษดิ์แต่ไม่ขอเป็นสลิ่ม ซึ่งเป็นการแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการยุบพรรคอนาคตใหม่ ด้านหน้าหอศิลป์ ข้างบึงสีฐาน ม.ขอนแก่น คาดว่ามีจำนวนผู้ร่วมกิจกรรมมากกว่า 1,000 คน 

โฆษกกลุ่มที่จัดกรรมเตรียมคว้าง “นกหวีด” ที่เคยเป็นอาวุธทางการเมืองของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ในอดีต 
กิจกรรมดังกล่าวเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 16.30 น. โดยมีการร้องเพลงหมอลำ เพลงเพื่อชีวิต และเพลงแร็พที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเมืองและต่อต้านเผด็จการทหาร 
นักศึกษาแต่งชุดแฟนซีมาร่วมการชุมนุม ภาพโดย อติเทพ จันทร์เทศ
ผู้ร่วมชุมนุมร่วมกันเขียนข้อความไม่เห็นด้วยกับการบริหารประเทศของรัฐบาลลงบนป้ายผ้าสีขาวขนาดใหญ่ 
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้ผู้ร่วมชุมนุมปราศรัยแสดงความเห็นต่อการบริหารประเทศของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมถึงแสดงความคิดเห็นต่อกรณีพรรคอนาคตใหม่ถูกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคและตัดสิทธิ์คณะกรรมการบริหารพรรคฯ เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2563 ที่ผ่านมา 
กิจกรรมให้ผู้ร่วมชุมนุมขึ้นปราศรัยแสดงความคิดเห็นต่อการบริหารประเทศของรัฐบาล 

ผู้ร่วมกิจกรรมคนหนึ่งปราศรัยว่า เผด็จการทหารปกครองประชาชน ได้สองอย่าง หนึ่งคือความเชื่อง สองคือความกลัว เผด็จการทำให้ประชาชนเชื่อว่าการเมืองเป็นเรื่องของผู้มีอำนาจ การเมืองเป็นเรื่องสกปรก การเมืองเป็นเรื่องของนักการเมือง นักศึกษาอย่างพวกเราเอาดีกับการศึกษาดีกว่า อย่าเอาตัวเข้ามาแลกกับการเมือง 

“แต่วันนี้พิสูจน์แล้วว่าไม่จริง ขอเคารพนักศึกษา ม.ขอนแก่นที่ออกมาแสดงจุดยืนทางการเมืองครั้งนี้ ในขณะที่รัฐบาลทหารสร้างความกลัว ข่มขู่ไม่ให้แสดงออกทางการเมืองโดยกฎหมายอย่างพ.ร.บ. คอมฯ พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะ” เขากล่าว

เขากล่าวอีกว่า ตอนนี้รัฐบาลกำลังพยายามปิดกั้นเสรีภาพการแสดงออกทางการเมือง การพูด โดยรัฐบาลได้แทรกซึมเข้าไปทุกช่องทางในการเขียน การแสดงออกของประชาชน ทั้งในพื้นที่ออนไลน์และออฟไลน์ แต่ถ้ารัฐบาลยังพยายามต่อไป ประชาชนและนักศึกษาจะเป็นผู้เปิดพื้นที่เสรีภาพทางการเมืองเอง

ผู้ร่วมชุมนุมต่างร่วมกันชูสามนิ้ว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ต่อต้านการปกครองประเทศโดยรัฐบาลเผด็จการทหาร

“พวกเราจะหยุดคิด หยุดเขียน หยุดแสดงออก ก็ต่อเมื่อไม่มีลมหายใจ ถ้ารัฐบาลพยายามปิดกั้นการแสดงออกของพวกเรา พวกเราจะใช้มวลชนสู้กับพวกเขา ถ้ารัฐบาลเอาความอํามหิตสู้กับเรา เราจะเอาความบริสุทธิ์สู้กับพวกเขา” เขากล่าว

เขายังปราศรัยอีกว่า นักศึกษาหลายคนถูกพ่อแม่ผู้ปกครอง ตักเตือนว่าอย่าออกไปแสดงออกทางการเมือง อย่าเข้าไปยุ่งกับการเมือง เพราะอันตราย ระวังถูกจับ พวกเราควรกลับไปบอกพ่อแม่ผู้ปกครองว่าอย่ากลัว ถ้ากลัวรัฐบาลเผด็จการจะสามารถปกครองเราได้ต่อไป 

“การที่ผู้ปกครองพูดอย่างนี้กับพวกเรา แสดงว่ารัฐบาลประสบความสำเร็จในการสร้างความกลัวให้กับคนรุ่นใหม่อย่างเรา อย่ากลัว พวกเราจงเป็นต้นประชาธิปไตยแตกกิ่งก้าน รากลึกลงบนแผ่นดินอีสานแห่งนี้” เขากล่าว

“อยากจะถามรัฐบาลอยู่ว่า ทำไมรัฐบาลห้ามไม่ให้คิด ให้แสดงออก กลัวพวกเราทำไม ผมคิดว่ารัฐบาลกลัวความจริง” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน หนึ่งในผู้ขึ้นปราศรัย ระบุ

จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน ขึ้นปราศรัยเป็นคนสุดท้ายว่า การชุมนุมของนักเรียน นักศึกษา บุคลากร และประชาชนในขอนแก่นวันนี้ เป็นแค่การซ้อมการชุมนุมขับไล่รัฐบาลเผด็จการทหารของพลเอกประยุทธ์ ยังไม่ใช่การชุมนุมใหญ่ อยากให้รัฐบาลและพลเอกประยุทธ์ อย่าเพิ่งกลัว 

เขากล่าวอีกว่า เหตุผลที่พวกเราออกมาแสดงจุดยืนครั้งนี้ เพราะพวกเราอดทนไม่มีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองมาตั้งแต่พลเอกประยุทธ์ ยึดอำนาจโดยการทำรัฐประหาร ตั้งแต่ปี 2557 นับแล้วก็นานกว่า 6 ปี 

ผู้ชุมนุมนำพวงหรีดที่มีข้อความว่า มอบให้เหล่างูเห่า ซึ่งหมายถึงมอบให้ ส.ส. ที่เคยอยู่พรรคอนาคตใหม่ 9 คน ซึ่ง 1 ในนั้นคือ ส.ส. ขอนแก่น เขต 1 ที่ย้ายไปสังกัดพรรคฝ่ายรัฐบาล

“คนรุ่นพวกเราไม่ได้มีปากมีเสียงทางการเมือง รัฐบาลปิดกั้นการแสดงออกของพวกเรา ไม่ให้เราคิด แสดงความเห็นต่อการบริหารประเทศ ก็อยากจะถามรัฐบาลว่าทำไมรัฐบาลห้ามไม่ให้คิด ให้แสดงออก กลัวพวกเราทำไม ผมคิดว่ารัฐบาลกลัวความจริง” จตุภัทร์กล่าว 

ไผ่กล่าวอีกว่า หลังคณะ คสช. ยึดอำนาจกระทั่งเป็นรัฐบาล ได้ออกกฎหมายห้ามไม่ให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นทางการเมือง และการบริหารประเทศ แต่หลังการเลือกตั้งปี 2562 รัฐบาล คสช. กลับมาบริหารประเทศอีกครั้ง แล้วยกเลิกกฎหมายเหล่านั้น แต่ประชาชนก็ยังคงไม่พอใจในการบริหารงานของรัฐบาลเช่นเดิม “ก่อนหน้านี้ สังคมไทยปกคลุมด้วยความกลัว นักศึกษาคนไหนออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง เจ้าหน้าที่ก็ข่มขู่คุกคาม การคุกคามเกิดขึ้นแม้กระทั่งกับพ่อแม่ของเรา แต่วันนี้ พวกเราไม่กลัวอีกต่อไป อยากให้ทุกคนจำวันนี้ไว้ว่า สิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ทำได้ดี คือการสร้างความกลัวให้แก่ประชาชน โดยอ้างว่าทำเพื่อความสงบ” จตุภัทร์กล่าว 

หลังจากนั้นตัวแทนผู้ชุมนุมได้อ่านแถลงการณ์เรื่องความคิดเห็นต่อสถานการณ์ทางสังคมการเมืองและกฎหมายต่อกรณีพรรคอนาคตใหม่ถูกตัดสินยุบพรรคโดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

กิจกรรมอ่านแถลงการณ์เรื่องความคิดเห็นต่อสถานการณ์ทางสังคมการเมืองและกฎหมายต่อกรณีพรรคอนาคตใหม่ถูกตัดสินยุบพรรคโดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ร่วมชุมนุมต่างชูสามนิ้วระหว่างอ่านแถลงการณ์ 

“นับตั้งแต่การรัฐประหารปี 2557 ประเทศไทยตกอยู่ใต้อำนาจเผด็จการ กฎหมายถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง และพวกเราคนรุ่นใหม่ ก็ทำได้เพียง แสดงออกทางความคิด ทางการเมือง อันถือเป็นสิทธิเสรีภาพขึ้นพื้นฐานของพวกเราผ่านทางโลกออนไลน์เท่านั้น” จตุภัทร์ปราศรัย

เขากล่าวอีกว่า หลังการเลือกตั้งเราต่างหวังว่าประเทศนี้จะดีขึ้น ปัญหาทุกอย่างจะได้รับการแก้ไข สิทธิเสรีภาพจะได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย แต่แล้วทุกอย่างกลับเลวร้ายขึ้น เกิดปัญหามากมายในประเทศ เพราะว่ารัฐบาลไร้ประสิทธิภาพ ไร้ความสามารถในการบริหารจัดการ ประกอบกับการยุบพรรคอนาคตใหม่ที่เป็นศูนย์รวมของประชาชนกว่า 6 ล้านเสียงทั่วประเทศ ซึ่งยังคงมีข้อกังขาในสังคมและในกฎหมาย 

 “พอแล้ว พอกันทีกับรัฐบาลเฮงซวย พอกันทีกับรัฐธรรมนูญเผด็จการ ที่ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน ตื่นเถิดพวกเราคนรุ่นใหม่ นิสิต นักศึกษา ประชาชนผู้รักในประชาธิปไตย จงตื่นขึ้นมา ให้เสียงของเราดังขึ้น ดังกว่าที่มีในโลกออนไลน์ ลุกขึ้นมาเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงเถิด”

ทั้งนี้ ผู้จัดกิจกรรมแจ้งว่า หลังจากนี้ จะมีการแจ้งการชุมนุมครั้งต่อไปในสื่อออนไลน์ใน ม.ขอนแก่นเป็นระยะ ขอให้ผู้ร่วมชุมนุมติดตามข่าวสาร โดยอาจจะมีการจัดกิจกรรมลักษณะนี้อีกเดือนหน้า หากรัฐบาลยังไม่ลาออก อาจมีการเคลื่อนการชุมนุมไปที่กรุงเทพมหานคร 

Scroll Up