หนึ่งทศวรรษวารสารชายคาเรื่องสั้น: ยุคที่สาม


มาโนช พรหมสิงห์ เรื่อง

As long as you’ve got passion

and are willing to work hard,

You can do anything you want in this life.

พลังแห่งมิตรภาพของเหล่ามิตรสหายหลากรุ่นร่วมอุดมคติอุดมการณ์ รวมทั้งการทุ่มเททำงานหนักเคียงบ่าเคียงไหล่กัน ทำให้ passion แห่งการขับเคลื่อนวารสารชายคาเรื่องสั้น ดำเนินต่อเนื่องมายาวนาน แม้จะสะดุดอยู่บ้าง ด้วยปัญหาขาดเงินทุนดำเนินการ 

ทว่าพวกเรา ‘คณะเขียน’ ก็ต่อสู้ดิ้นรนขวนขวายแก้ปัญหาทำงานอย่างต่อเนื่อง ล้มลุกคลุกคลานกันมาจนครบหนึ่งทศวรรษ ฮีโร่ของงานนี้ ไม่ใช่พวกเราหรอก

ฮีโร่คือนักอ่านนักเขียนที่ยังเอาจริงเอาจัง ที่ยังมี passion ต่อวรรณกรรมของประเทศ ไม่ว่ารุ่นไหน ไม่ว่าจะรุ่นเล็กเด็กเมื่อวานซืนหรือรุ่นใหญ่ หากมีขนาดของหัวใจยิ่งใหญ่พอ โดยเฉพาะในสภาวะของสังคมขณะนี้ ที่การปกครองยังห่างไกลจากเสรีประชาธิปไตย (อันมีผลต่อเสรีภาพในการอ่าน-คิด-เขียน) รวมทั้งสภาวะตื่นตระหนกต่อวัฒนธรรมการอ่านของผู้คน 

คำกล่าว หนังสือตายแล้ว การอ่านตายแล้ว เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ จนขวัญผวา ในรอบสิบปีที่ทำหน้าที่บรรณาธิการวารสารชายคาเรื่องสั้น ผมขอตั้งข้อสังเกตและบอกล่าวถึงอดีตกับอนาคต ดังนี้

  1. ต้นฉบับเรื่องสั้นที่เพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและคุณภาพ
  2. การเข้ามาเยือนชายคาแห่งวารสารชายคาเรื่องสั้นของคนรุ่น Gen-Y และ Gen-Z
  3. การเปิดพื้นที่ของ ‘คณะเขียน’ เพื่อทำงานร่วมกับ The Isaan Record
  4. วารสารชายคาเรื่องสั้นถูกระงับการอนุมัติทุนดำเนินการจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

ต้นฉบับเรื่องสั้นที่เพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและคุณภาพ

นับจากยุคเริ่มต้นที่ติดต่อขอเรื่องสั้นมาตีพิมพ์อย่างไร้ค่าตอบแทน จนถึงยุคถัดมาที่ได้การหนุนช่วยเงินดำเนินการจากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จึงเปิดกว้างรับต้นฉบับเพื่อประกวดจากนักเขียนและผู้สนใจทั่วประเทศและมีค่าเรื่อง (เงินรางวัลเรื่องชนะการประกวด)

ปรากฏว่าจำนวนของต้นฉบับที่ส่งมาถึงเรานั้นมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ประกาศเปิดรับ อีกทั้งคุณภาพของเนื้องานโดยรวมยังเพิ่มขึ้นอีกด้วย (สังเกตได้จากการประกวดเพื่อผ่านตีพิมพ์กับการพิจารณาตัดสินรางวัลชายคาเรื่องสั้นยอดเยี่ยมในแต่ละเล่มแต่ละปี ที่คุณภาพใกล้เคียงกันมาก ซึ่งเราต้องถี่ถ้วน รอบคอบ และถกเถียงกันยาวนานเพื่อให้รอบด้านทุกแง่ทุกมุม และเราก็หาทางออกสำหรับการประกาศรางวัลยอดเยี่ยม ด้วยการกล่าวถึงเรื่องสั้นอื่นที่พลาดรางวัลอย่างชื่นชมยกย่อง (เรื่องสั้นโดดเด่น) ไว้ในคำประกาศด้วย)

ต้นฉบับจะมีทุกแนว (genre) ส่งมาจากนักเขียนทุกระดับ ทุกวัย ตั้งแต่นักเรียนมัธยม นิสิตนักศึกษา นักเขียนมือใหม่กับนักเขียนอาชีพ ซึ่งมีผลงานรวมเล่มและรางวัลจากสนามต่างๆ มาก่อน

เงินรางวัลประกวดเพื่อผ่านตีพิมพ์เรื่องละ 2,000 บาท และเงินรางวัลชายคาเรื่องสั้นยอดเยี่ยมประจำปี จำนวนไม่กี่พันบาทนั้น คงมิใช่เหตุแห่งการยอมรับเชื่อถือ ที่นักเขียนร่วมสมัยมอบให้กับเราแน่นอน 

นั่นจึงเป็นการยอมรับเชื่อถือที่ควรค่าแก่การได้รับการค้อมคารวะจากพวกเรา ขอสัญญาว่าเราจะตอบแทนน้ำจิตน้ำใจของมิตรสหายทุกท่าน ด้วยการทำงานให้หนักยิ่งขึ้นอย่างไม่ท้อถอย

การเข้ามาเยือนชายคาแห่งชายคาเรื่องสั้นของคนรุ่น Gen-Y และ Gen-Z

นิสิตนักศึกษาและเด็กนักเรียนมัธยม ซึ่งเป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่ในช่วง Gen-X และ Gen-Z ได้ส่งผลงานเรื่องสั้นเข้ามายังวารสารชายคาเรื่องสั้นทุกเล่มตลอดมา นั่นย่อมเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับโลกในยุคปัจจุบัน ซึ่งชี้ชัดว่ายังมีคน Generation ใหม่ของสังคมที่ยังมี passion ต่อการสืบทอดวัฒนธรรมการอ่านการเขียนของประเทศ

เมื่อปี 2016 ซึ่งเป็นปีครบรอบ 40 ปีของการล้อมสังหาร 6 ตุลาคม วารสารชายคาเรื่องสั้นร่วมรำลึกถึงเหตุการณ์ ด้วยการจัดแบ่งเรื่องสั้นประกวดเป็นสองส่วน คือ เฉพาะส่วนของนักเรียนนิสิตนักศึกษากับส่วนของปัญญาชน ซึ่งเป็นนักเขียนอาชีพ

ปรากฏว่าเรื่องสั้นที่ได้รับรางวัลดีเด่นของนักเรียนนิสิตนักศึกษา (เทียบได้กับรางวัลยอดเยี่ยมของนักเขียนอาชีพ) เป็นของนักเรียนชั้น ม.6 ใน จ.อุบลราชธานี

และเมื่อปี 2019 ซึ่งเป็นรอบการประกวดเรื่องสั้นตามปกติ โดยมิได้จำแนกเยาวชนกับมืออาชีพจำนวน 2 เล่ม เช่นทุกปี กลับปรากฏว่า เยาวชนนักเรียนชั้น ม.5 ใน จ.ขอนแก่น คว้ารางวัลชายคาเรื่องสั้นยอดเยี่ยมไปครอง

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนอะไร ?

มันสะท้อนถึงการเข้ามามีส่วนร่วมในโลกวรรณกรรมของเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เต็มเปี่ยมด้วย passion ซึ่งจะมาบอกเล่าทัศนะ ความคิดเห็น และมุมมองใหม่ๆ อย่างมีศิลปะผ่านวรรณกรรม

เมื่อปี 2016 เรื่องสั้น “เสียงสุดท้าย” ของ ณัฐพร อุวิทัต ในชายคา 7 ได้ตั้งคำถามอย่างฉงนฉงายต่อพ่อ ซึ่งเป็นที่เคารพรักเชื่อฟังและเป็นคนดีมีพระคุณที่สุดนั้น อาจมีสิ่งน่าหวาดหวั่นน่ากลัวแฝงอยู่ 

ส่วนเมื่อปี 2019 เรื่องสั้น “นกใต้มหาสมุทร” ของ โมไนยา บุญช่วยชู ในชายคา 13 ได้เรียกร้องชีวิตปัจเจกที่อุดมด้วยความคิดความใฝ่ฝัน ซึ่งพ้นไปจากกรอบคิดจากอำนาจมายาคติและวาทกรรมของสถาบันหลักในสังคม (ครอบครัวกับโรงเรียน) เป็นการร้องขอชีวิตคนๆ หนึ่ง คืนมาสู่เจ้าของชีวิต

แหละประจวบเหมาะกับคนวาดภาพหน้าปกของชายคา 13 : บุตรธิดาแห่งสยาม คือเยาวชนหญิงนาม ‘ดวงแก้ว’ ขณะนั้นเธอเพิ่งจะเรียนจบชั้น ม.ปลาย และได้เป็น First-time Voter ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อ 24 มีนาคม 2019 พอดิบพอดี

การเปิดพื้นที่ของ ‘คณะเขียน’ เพื่อทำงานร่วมกับ The Isaan Record

หลังจากคณะเขียนบางคนเข้าไปร่วมเขียนบทความและคัดสรรเรื่องสั้นและบทกวีบนเว็บไซต์ The Isaan Record การพัฒนาความร่วมมือกันทำงานด้านวรรณกรรมอีกมากมายก็พัฒนางอกเงยตามมา อาทิ

  1. การคัดสรรเรื่องสั้นของนักเขียนที่ชนะการประกวดที่ผ่านการตีพิมพ์ในวารสารชายคาเรื่องสั้น เพื่อนำเสนอซ้ำในเว็บไซต์ The Isaan Record (โดยมีค่าเรื่องให้อีกครั้งและบางเรื่องจะได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ) อันเป็นเรื่องสั้นที่นำเสนอประเด็นทางสังคมการเมือง ซึ่งควรรำลึกถึงและจดจำ เช่น เหตุการณ์สลายการชุมนุมของคนเสื้อแดง ช่วงเมษา-พฤษภา 2010 เป็นต้น
  2. การร่วมจัดตั้ง-กลุ่มนักเขียนอีสานเพื่อประชาธิปไตย (NEW 4 D : The Northeastern Writers for Democracy) เพื่อร่วมทำงานวรรณกรรมอันเกี่ยวเนื่องกับสังคม การปกครองเสรีประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน ตลอดจนขบวนการต่อสู้ทางสังคมการเมืองของคนอีสานตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน

วารสารชายคาเรื่องสั้นถูกระงับการอนุมัติทุนดำเนินการจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

ด้วยเหตุผลว่า ‘วรรณกรรม’ มิใช่งานศิลปวัฒนธรรม ดังนั้นจึงมีเฉพาะงานในแนวขนบและงานท้องถิ่นนิยมที่ได้รับทุนอย่างต่อเนื่องเท่านั้น และเป็นผลพวงของการเปลี่ยนสังกัดของมหาวิทยาลัยต่างๆ จากกระทรวงศึกษาธิการมาเป็นกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนนโยบายต่างๆ ให้สอดรับกับนโยบายของกระทรวงใหม่ ซึ่งดูจะปรับการพิจารณาโครงการต่างๆ ให้เน้นไปยังเรื่องของท้องถิ่นนิยม วัง และวัดเท่านั้น

คณะเขียนจึงดิ้นรนหาหนทางติดต่อพูดคุยกับมิตรสหายที่ทำงานอยู่ในมูลนิธิไฮน์ริช เบิลล์ ยื่นโครงการเพื่อขออนุเคราะห์เงินทุน เพื่อต่อลมหายใจให้วารสารชายคาเรื่องสั้น

และในที่สุดโครงการของเราก็ผ่านการพิจารณา โดยได้รับการอนุมัติทุนดำเนินงานให้เพียงบางส่วน ซึ่งนั่นก็นับเป็นความกรุณาอย่างมหาศาลต่อหนังสือวรรณกรรมชายขอบ (ที่ไม่เคยถูกนับมาตลอดอายุสิบปีของมัน) ของบ้านนี้เมืองนี้

มูลนิธิไฮน์ริช เบิลล์ เป็นมูลนิธิที่ดำเนินการและสนับสนุนโครงการต่างๆ เพื่อสังคม ตั้งขึ้นโดยใช้ทั้งนามและอุดมคติอุดมการณ์ของนักเขียนรางวัลโนเบลชาวเยอรมัน นาม ไฮน์ริช เบิลล์ (Heinrich Böll) เป็นนักเขียนที่ถือว่าพันธกิจสำคัญของนักเขียนนอกจากเขียนแล้วจักต้องรับผิดชอบต่อสังคมด้วย 

ตัวเขาเองยังยืนหยัดที่จะต่อสู้เพื่อส่งเสริมเรื่องสิทธิมนุษยชนอย่างกล้าหาญตลอดช่วงชีวิต นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้มีผู้คนอ่านงานเขียนของเขามากที่สุดคนหนึ่งของโลก หนังสือของเขาได้รับการแปลหลายภาษา เขาได้ความสำเร็จอย่างงดงามในการพรรณนาถึงและปกป้องสามัญชน ผู้ไร้ที่ยึดเหนี่ยว ถูกเหยียบย่ำ คุกคาม และในการนี้ ก็เสมือนเป็นการเรียกร้องความเห็นใจจากผู้ที่พบว่า ตนเองก็มีส่วนเหมือนกับสามัญชน ดังที่เขามองเห็น

ชายคาเรื่องสั้นยังไม่ตาย 

ชายคาเรื่องสั้นยังมีชีวิตอยู่

 ‘Chaika’ alive

มาโนช พรหมสิงห์

มาโนช พรหมสิงห์ บรรณาธิการวารสาร ชายคาเรื่องสั้น คอลัมนิสต์ในหมวด "วรรณกรรมอีสาน" ที่จะมาพูดคุยอย่างเป็นกันเองในประเด็น วรรรณกรรมเ สิทธิมนุษยชน เพศสภาพเพศวิถี (LGBTQI) ศิลปะ วัฒนธรรม การเมือง สิ่งแวดล้อม หรือประเด็นอื่นๆ ที่มีนัยสำคัญต่อ "สังคมอีสาน"