กลุ่มต้านเหมืองหินปูน จ.หนองบัวลำภู ค้านคนนอกร่วมทำประชาคม

หนองบัวลำภู – จดหมายข่าวของกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันไดรายงานว่า วันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา สมาชิกกลุ่มประมาณ 30 คน นำโดย เปี่ยม สุวรรณสนธ์ เข้ายื่นหนังสือต่อ จรูญ วิริยะสังวร นายอำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อคัดค้านการอนุญาตให้บริษัทเอกชนเข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเก่ากลอยและป่านากลางเพื่อทำเหมืองแร่ ชนิดแร่หินปูนจำนวน 175 ไร่ และโรงโม่หิน อีก 50 ไร่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชุมชนมานานกว่า 25 ปี

เปี่ยม สุวรรณสนธ์ เป็นตัวแทนกลุ่มฯ ยื่นหนังสือและมีข้อเรียกร้องให้มีจัดประชุมประชาคมและรับฟังความคิดเห็นจาก 6 หมู่บ้านที่มีระยะห่างจากแนวเขตคําขอประทานบัตรไม่เกิน 500 เมตรเท่านั้น ซึ่งเป็นไปตามประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการรับฟังความคิดเห็นของชุมชนในพื้นที่ที่ขอประทานบัตร พ.ศ. 2561 ส่วนอีก 13 หมู่บ้านไม่มีอยู่ในเงื่อนไขนี้ 

เปี่ยม สุวรรณสนธ์ สมาชิกกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได เป็นตัวแทนยื่นหนังสือต่อนายอำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดหนองบัวลำภู ภาพจากกลุ่มอนุรักษ์ป่าฯ

“ช่วงที่ผ่านมา การทำเหมืองและโรงโม่หินได้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของคนในชุมชนเป็นอย่างมาก ทั้งที่แนวทางป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่แนบท้ายประทานบัตรกำหนดว่า ถ้ามีการร้องเรียนจากชาวบ้านใกล้เคียงเหมือง บริษัทต้องยุติการประกอบกิจการ จนถึงตอนนี้บริษัทเอกชนก็ยังไม่ยุติ ดังนั้น ภาครัฐไม่ควรต่ออายุประทานบัตรในพื้นที่อีก” เปี่ยมกล่าว 

จรูญ วิริยะสังวร นายอำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวภายหลังการรับหนังสือว่าจะรายงานข้อเสนอของชาวบ้านไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด โดยการทำประชาคมหมู่บ้านและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 จะมีหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย 

ประทานบัตรการทำเหมืองหินของบริษัทเอกชนจะหมดอาย ประมาณเดือนกันยายน 2563 ซึ่งตาม พ.ร.บ. แร่ พ.ศ. 2560 กำหนดให้ผู้ถือประทานบัตรต้องยื่นขอต่อใบอนุญาตไม่น้อยกว่า 180 วันก่อนหมดอายุ นอกจากนี้ ตามขั้นตอนจะต้องมีการประชาคมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ และต้องได้รับความเห็นชอบจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อเข้าทำ ประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติฯ 

บริษัทเอกชนแห่งนี้ได้ยื่นขอสัมปทานบริเวณภูผายา ต.ดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู ตั้งแต่ปี 2536 แต่กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งโบราณคดี

จากนั้นบริษัทได้ยื่นคำขอประทานบัตรทำเหมืองหินปูนที่ภูผาฮวก ทำให้ได้รับใบประทานบัตรและประกอบกิจการมาจนถึงตอนนี้ แต่ชาวบ้านในพื้นที่ไม่เห็นด้วย จึงเกิดการคัดค้านและแกนนำถูกยิงเสียชีวิต 4 คน ประกอบด้วย บุญรอด ด้วงโคตะ สนั่น สุขวรรณ ทองม้วน คำแจ่ม และ สม หอมพรมมา

Scroll Up