คนรุ่นใหม่อุบลฯแนะรณรงค์แก้ รธน.ผ่านโซเชียลมีเดีย


อุบลราชธานี – การจัดสัมมนาวิชาการและเทศกาลสิทธิมนุษยชนอีสานครั้งที่ 10 ที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้เปิดให้ผู้ร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนปัญหาความเหลื่อมล้ำ

การสัมมนาหัวข้อ “ประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วม” จันทรา ธนะวัฒนาวงศ์ คณะรัฐศาสตร์​ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นตัวแทนรวบรวมความคิดเห็นว่า ผู้ร่วมสัมมนาส่วนใหญ่หารือกันถึงสิทธิทางการเมืองและการชุมนุมที่เปลี่ยนไปหลังรัฐประหารปี 2557 ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐควบคุมและคุกคามประชาชน

“มีผู้สะท้อนว่า มีการเลือกปฏิบัติในการใช้กฎหมายอย่างเห็นได้ชัด เช่น มีการจับกุมชาวบ้านตามุย จ.อุบลฯ ที่อยู่ในที่ดินตัวเองข้อหาบุกรุกป่า แต่ ส.ส.ที่บุกรุกป่ากลับไม่มีความผิด อีกทั้งเกิดกรณีนาฬิกายืมเพื่อนของรัฐมนตรี แต่ไม่ดำเนินคดี” นักวิชาการคณะรัฐศาสตร์ ม.อุบลฯ กล่าวและว่า “ผู้ร่วมสัมมนาต้องการให้มีการใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ”  

“พวกเขาอยากได้ประชาธิปไตยที่เห็นหัวคนจน อยากให้ประชาธิปไตยมองประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ อย่ามองว่า ชาวบ้านโง่ มีผู้เสนอให้รณรงค์การแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อเข้าถึงคนรุ่นใหม่ ถ้าข้อเรียกร้องไม่ได้ผลก็จะลงสู่ถนนในวันที่ 12 มกราคมนี้” จันทราสะท้อนปัญหาของผู้ร่วมสัมนา  

บรรยากาศเทศกาลสิทธิมนุษยชนอีสานครั้งที่ 10 ณ โรงละครคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบราชธานี ซึ่งมีผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาของรัฐและผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนเข้าร่วม

ส่วนธีระพล อันมัย คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นตัวแทนรวบรวมความคิดเห็นจากเวทีสัมมนาเรื่อง “ความเป็นไทยและความเป็นคน” ซึ่งผู้เข้าร่วมสัมมนาสะท้อนว่า เกิดปัญหาการไร้สัญชาติของผู้อพยพเข้ามาใน อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ในช่วงเกิดสงครามในลาว ทำให้ขาดสิทธิและสวัสดิการจากรัฐ

“มีผู้ร่วมสัมมนาคนหนึ่งเล่าประสบการณ์ว่า พอไม่มีสัญชาติแต่เกิดในไทยแล้วไปทำงานกรุงเทพฯ เมื่อเทศกาลก็กลับบ้านที่ อ.โขงเจียม จ.อุบลฯ กว่าจะถึงบ้านเหลือเงินอยู่ไม่กี่บาท เพราะต้องจ่ายเจ้าหน้าที่ในด่านตรวจที่รีดไถ นี่คือ ความไม่เป็นไทย” ธีระพลสะท้อนปัญหาของผู้ไร้สัญชาติ 

นักวิชาการคนนี้ยังสะท้อนปัญหาของผู้ร่วมสัมมนา โดยเฉพาะการแก้ปัญหาน้ำท่วม จ.อุบลราชธานี ว่า หลังน้ำท่วมชาวบ้านเกตุแก้ว อ.วารินชำราบ หลายครอบครัวไม่ได้รับการฟื้นฟูจากภาครัฐ บ้านที่ถูกน้ำท่วมจึงไม่สามารถเข้าอยู่อาศัยได้ ขณะเดียวกันในหมู่บ้านยังมีปัญหาเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน 

“ชาวบ้านสะท้อนว่า แม้จะมีความเป็นไทย แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา หากยังปล่อยให้รัฐธรรมนูญที่เขียนโดยทหารยังบังคับใช้ ทางแก้จึงต้องลุกขึ้นมาเขียนรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อให้ความเป็นไทยและความเป็นธรรมอย่างแท้จริง” ธีระพลกล่าว