ไม่ใช่แค่สวย: ชีวิตของ “สาวเชียร์เบียร์”​ ขอนแก่น


โดย เทรีซ่า มอนทาเนโร นักเขียนรับเชิญ

ทำการบ้านวิชาเศรษฐศาสตร์ ตอบข้อความกิ๊กในมือถือ ขายเบียร์ให้ได้มากพอเพื่อผ่อนรถแต่ละเดือน นี่คือชีวิตประจำวันของตุ๊กตา

ด้วยวัย 21 ปี ตุ๊กตาใช้เวลาตอนเช้าถึงบ่ายในคาบเรียนวิชาบริหารธุรกิจที่ซับซ้อน เธอไม่เคยยกมือถามคำถามหรือมีส่วนร่วมในชั้นเรียน หากแต่ก้มหน้าลงดูสมุดจด ผมยาวสีดำเคลื่อนมาปกปิดดวงตาในขณะที่เธอจดโน้ตอย่างตั้งใจ ในขณะที่เพื่อนในชั้นต่างตะโกนเพื่อแย่งกันตอบคำถามอาจารย์ เธอกลอกตาและจดคำตอบที่ถูกต้องลงในสมุด

เมื่อคาบเรียนสุดท้ายเสร็จสิ้นลง ตุ๊กตาขับรถเข้าไปยังลานจอดรถที่เธอทำงาน สะพายกระเป๋าสีน้ำเงินลายจุดใบใหญ่ ภายในบรรจุทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับการแปลงโฉม

หลังเลิกเรียน ตุ๊กตา เตรียมแต่งหน้าเพื่อไปทำงานในฐานะสาวเชียร์เบียร์

เวลาหกนาฬิกา ตุ๊กตาเข้างาน ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่งนอกมหาวิทยาลัย พร้อมทักทาย ผู้จัดการร้านและลูกค้าสองคน

เมื่อเธอเดินออกมาจากห้องน้ำแคบและเหม็น หนึ่งในสองห้องในร้านอาหารแห่งนั้น ตุ๊กตาได้เปลี่ยนจากชุดนักศึกษาเป็นชุดกระโปรงสีเขียวที่รัดรึงและเปิดเผยเนื้อตัวมากขึ้น บริเวณอกด้านขวาของชุดมีตัวพิมพ์สีทองเป็นชื่อยี่ห้อเบียร์ขายดียี่ห้อหนึ่งของประเทศไทยแปะอยู่ เพื่อนร่วมงานชื่อบี เดินตามมาติด ๆ บีอายุมากกว่าเล็กน้อยและเพิ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเช่นกันในห้องน้ำรวมหญิงชายอีกห้องหนึ่งโดยใส่ชุดสีแดงของเบียร์ยี่ห้อคู่แข่ง

หญิงสาวทั้งสองคนทำงานที่ลานอาหารรอบดึกที่เดียวกัน ด้วยความเป็นมิตรมากกว่าจะแข่งกันขายเบียร์ของผู้ว่าจ้าง “สุดท้ายแล้วลูกค้าเขาก็จะดื่มเบียร์ที่เขาอยากดื่มอยู่ดี” ตุ๊กตา กล่าว

ทั้งสองทำงานเพื่อโปรโมทเบียร์ทั้งสองยี่ห้อด้วยกันทุกคืน หากสามารถเชียร์ให้ลูกค้าซื้อเบียร์ “โปร” หรือเบียร์ชุดโปรโมชั่น อันประกอบ ด้วยเบียร์ขวดใหญ่สามขวดและน้ำแข็งหนึ่งกระติกได้แล้ว คืนนั้นถือว่า เริ่มต้นได้ดี ทั้งสองขายแอลกอฮอล์ผ่านการยิ้มแย้มและการมีปฏิสัมพันธ์ผ่านความงามอันเยาว์วัยของพวกเธอ

ตุ๊กตา วัย 21 ปี เปลี่ยนลุคส์จากนักศึกษาวิชาบริหารธุรกิจเป็น “สาวเชียร์เบียร์” เพื่อส่งเสริมการขายเบียร์ยี่ห้อที่เป็นที่นิยมมากที่สุดยี่ห้อหนึ่งในประเทศไทย

“สาวเชียร์เบียร์” และวัฒนธรรมพริตตี้

สำหรับตุ๊กตาและบี เหตุผลที่ทำให้ทั้งสองทำงานเป็นสาวเชียร์เบียร์นั้นชัดเจนในตัวมันเอง เพราะตำแหน่งงานนี้ต้องการคนเป็นจำนวนมาก

ผลการศึกษาในปี 2550 โดยคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นประเมินว่าการบริโภคแอลกอฮอล์ทั้งจังหวัดสามารถตีเป็นมูลค่าได้ “มหาศาล” ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่กล่าวว่า พวกเขาดื่มเพื่อเข้าสังคมและมักดื่มกับเพื่อนฝูงและญาติพี่น้อง มูลค่าการใช้จ่ายเพื่อการสังสรรค์ดังกล่าวอยู่ที่ 975 บาทต่อคนในปี 2550 ส่วนมูลค่าการบริโภคโดยรวมทั้งจังหวัดขอนแก่นอยู่ที่ 691 ล้านบาทโดยประมาณ

บีชี้แจงว่า จะว่าไปแล้ว บทบาทของทั้งสองคนในร้านอาหารไม่เรียกว่าเป็น “สาวเชียร์เบียร์” แต่เรียกว่า “พนักงานโปรโมทเบียร์”  หรือ PG บีย้ำว่าความแตกต่างอยู่ที่คำว่า “สาวเชียร์เบียร์” แสดงให้เห็นว่า พวกเธอเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมพริตตี้ที่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการตลาดโดยทั่วไป

“พริตตี้” คือ ผู้หญิงในช่วงวัยรุ่นตอนปลายถึง 24 ตอนต้นที่ได้รับการว่าจ้างโดยผู้จัดงานให้ไปร่วมงานและยืนปรากฏตัวในชุดยั่วยวนเพื่อดึงดูดลูกค้าด้วยการพูดคุยอย่างสนิทสนมและถ่ายรูปด้วย ซึ่งเป็นการทำงานภายใต้แนวคิดที่ว่าเรื่องเพศและจินตนาการเกี่ยวกับความงามนั้นมักขายได้

รายได้ที่ค่อนข้างงามและโอกาสในการทำความรู้จักกับผู้คนเป็นเหตุผลลำดับต้น ๆ ทำให้หลายคนอยากทำงานเป็นสาวเชียร์เบียร์ โดยเฉพาะนักศึกษา

เจ้าของสถานที่สามารถขอให้สาวเชียร์เบียร์ที่มีความสามารถด้านการขายมาทำงานด้วย ในขณะที่สถานที่ทำงานก็เป็นส่วนสำคัญว่า จะสะดวกสำหรับสาวเชียร์เบียร์หรือสร้างรายได้ได้มากหรือไม่

ตุ๊กตากำลังขับรถโตโยต้ายาริสที่ได้จากน้ำพักน้ำแรงจากการเป็นสาวเชียร์เบียร์ไปทำงาน

“แค่ทำงานปีเดียวก็ซื้อรถคันนี้ได้แล้ว” ตุ๊กตา กล่าว เธออาจจะไม่มีโอกาสนี้หากไม่ได้ทำงานเป็นสาวเชียร์เบียร์ 

แต่โอกาสด้านการเงินและการพบปะผู้คนมากหน้าหลายตามักต้องแลกมาด้วยการถูกล่วงละเมิดทางเพศและการพบเจอกับการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมจนกลายเป็นเรื่องธรรมดา ลูกค้ามักชอบเล่น ล้วง และขอหลับนอนกับพวกเธออยู่เสมอไป

สำหรับตุ๊กตาแล้ว การพบเจอการล่วงละเมิดทางเพศเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน แม้มันจะรบกวนเธอ แต่เธอมีวิธีจัดการกับลูกค้าที่พยายามจับเนื้อต้องตัวเธอมากเกินไป

“มันก็ดูออกอ่ะค่ะว่า เขาแค่หยอกเล่นเฉยๆ หรือเขาเริ่มล่วงเส้น ถ้ามันเกินไปหนูก็แค่เดินหนี หนูก็ไม่รู้ว่า จะทำให้มันเป็นเรื่องไปทำไม เขาก็คงเมามั้งคะ คงไม่ค่อยมีสิติเท่าไหร่ จะไปอารมณ์เสีย ไปทะเลาะกับคนเมามันก็จะยิ่งเดือด หนูแค่อยากขายเบียร์แล้วก็กลับบ้าน”

เมื่อสอบถามผู้จัดการร้านอาหารว่ามีวิธีการป้องกันพฤติกรรมเช่นนี้อย่างไร อัสสดา มลิวรรณ อายุ 42 กล่าวว่า “ลูกค้าเขาเมา น้องเขาก็สวย มันก็ไม่สะดวกใจแต่จะให้ไปเผชิญหน้ากับลูกค้าเราก็จะไม่ได้เงิน ถ้าสาวเชียร์เบียร์เขาโดนแตะเนื้อต้องตัว เราก็จะพยายามแยกไม่ให้เขาต้องบริการลูกค้าคนนั้นอีกในคืนนั้น” 

ตุ๊กตาใช้พื้นที่หลังเคาน์เตอร์ร้านอาหารเพื่อแต่งหน้าด้วยการเขียนขอบตาและเขียนคิ้วให้เข้มขึ้นก่อนเริ่มงาน 

ส่งตัวเองเรียน

งานพิเศษของตุ๊กตาสร้างรายได้ให้เธอราวเดือนละ 14,000 บาท บวกทิปอีกประมาณอาทิตย์ละ 1,000 บาทโดยเฉลี่ยแล้วเธอจะมีรายได้ประมาณ 20,000 บาท 

“หนูก็ได้ทิปทุกคืนค่ะ บางทีก็ได้แค่ยี่สิบบาท แต่บางทีก็ได้เยอะกว่านั้น”

รายได้ของตุ๊กตาขึ้นอยู่กับจำนวนเบียร์ที่เธอขายได้ ถ้าเธอทำงานที่ร้านอาหารน้อยลงก็จะขายเบียร์ได้น้อยลงด้วย ถึงแม้ว่า จะมีเวลาจำกัด ทั้งทำงานและเรียนไปด้วยแต่เธอก็อยากทำงานนี้ตั้งแต่แรก เพราะตารางการทำงานที่ยืดหยุ่นนั่นเอง

“หนูเข้าเรียน 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็นทุกวันค่ะ ต้องไปฟังบรรยายเกี่ยวกับการบริหารธุรกิจ เสาร์อาทิตย์ก็ไปเป็นพนักงานต้อนรับที่โรงเรียนสอนดนตรีที่เซนทรัล มีวันหยุดวันเดียว คือ วันอังคาร นอกนั้นก็จะมีเวลาว่างเฉพาะคาบที่อาจารย์ไม่มาสอน หรือคาบอ่านหนังสือ คือ หนูต้องทำงานในเวลาที่หนูไม่เรียนค่ะ”

รายได้ของตุ๊กตารวมทิปจากการทำงานเป็นสาวเชียร์เบียร์ในบาร์ใกล้มหาวิทยาลัยชื่อดังในจังหวัดขอนแก่นมากถึงเดือนละ 20,000 บาท

ภูมิหลังทางการเงินของตุ๊กตามีส่วนสำคัญที่ทำให้เธอตัดสินใจทำงานเป็นสาวเชียร์เบียร์ แม่ของเธอทำงานที่โรงงานเย็บตาข่ายดักปลา ส่วนพ่อเป็นช่างไม้ที่ทำงานตามออเดอร์ เธออธิบายว่า “ก็พออยู่พอกินค่ะ แต่ก็ยังต้องทำงานหนักอยู่”

ตุ๊กตาทำงานเพื่อส่งเสียตัวเองในขณะเรียน โดยออกค่าใช้จ่ายซื้ออุปกรณ์การเรียน อาหารและที่พักเอง รวมถึงรถโตโยต้ายาริสคันใหม่เอี่ยมด้วย ซึ่งเธอดาวน์มาขับหลังจากทำงานเป็นสาวเชียร์เบียร์ได้ประมาณหนึ่งปี

“ถ้าจะถามว่า พ่อแม่รู้ไหมว่าเอาเงินมาจากไหน เขาก็รู้ค่ะ หนูก็บอกว่า ทำงานเชียร์เบียร์ในร้านอาหาร ตอนแรกเขาก็เป็นห่วงค่ะ เขาเห็นชุดแล้วแบบ ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ แต่พอหนูบอกว่า เนี่ย หนูทำงานให้บริษัทเบียร์ช้างโดยตรงนะ ไม่ได้เป็นลูกจ้างของร้านอาหาร เขาก็เริ่มโอเค” ตุ๊กตา เล่า 

“ตอนทำแรกๆ แม่มาหาที่ร้านด้วยซ้ำ พอเห็นว่า มันไม่ได้มีอะไรแม่ก็ไม่มาอีก เขาก็รู้แล้วว่า มันเป็นแค่งานแบบนี้จริงๆ แต่เขาก็ยังเป็นห่วงเรื่องเวลา พ่อกับแม่ไม่อยากให้หนูเครียด หนูก็ไม่อยากให้พ่อแม่เป็นห่วงเรื่องค่าเรียนของหนู”สาวเชียร์เบียร์ กล่าว 

การทำงานประเภทนี้ทำให้ตุ๊กตามักถูกตีตราจากคนรุ่นเก่าวิพากษ์วิจารณ์เสมอ “ทุกวันนี้ก็ไม่มีใครสนใจแล้วมั้งคะ”

เธอกล่าวอย่างใช้ความคิดว่า “ถ้าเขารู้ว่าเราอายเขาก็ใช้ความอายนั้นโจมตีเราได้ค่ะ ถ้าเรามั่นใจเขาก็ทำอะไรเราไม่ได้ คือ หนูมีเป้าหมาย หนูรู้ว่า หนูทำไปทำไม”

ประสบการณ์ของบียิ่งเข้มข้นกว่าตุ๊กตา แม่ของบีเป็นคนบอกลูกว่า มีประกาศรับสมัครงานทางเฟซบุ๊คอยู่และ “เซ้าซี้และคอยกวนใจ” ให้บีไปสมัครให้ได้ บีเชื่อว่าความคิดเห็นเกี่ยวกับงานที่เธอทำไม่เกี่ยวกับอายุของผู้พูด แต่เกี่ยวกับการที่คนพูดไม่รู้เรื่อง ซึ่งขึ้นอยู่กับว่า ผู้พูดมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผู้หญิงที่ทำงานในบาร์หรือร้านอาหารแค่ไหน

เมื่อได้งานทำ

การได้งานเป็นสาวเชียร์เบียร์ไม่ง่ายอย่างที่คิด เนื่องจากชั่วโมงการทำงานที่ไม่แน่นอนและการแข่งขันที่สูงระหว่างนักศึกษาในพื้นที่ด้วยกันเอง ตุ๊กตากล่าวว่า เธอสมัครไปยังบริษัทผู้ผลิตเบียร์โดยตรงถึงสี่ครั้งกว่าจะได้งาน แม้กระนั้นก็ยังต้องอาศัยความได้เปรียบโดยให้คนรู้จักที่ทำงานเชียร์เบียร์อยู่แล้วมารับรองว่า เธอเคยมีประสบการณ์จากการทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟมาก่อน

แม้ว่าตุ๊กตาจะยินดีที่ได้งาน เธอยอมรับว่า นี่ไม่ใช่ชีวิตที่สวยหรู การทำงานทั้งตอนกลางคืนและวันเสาร์อาทิตย์ต้องใช้ความอดทนมาก การที่ตุ๊กตาจัดให้ตัวเองได้นอนหกชั่วโมงในแต่ละคืนถือว่า เป็นความสำเร็จแล้ว เธอรู้ว่า ภายใต้ความมุ่งมั่นทุกอย่างของเธอ เรื่องเรียนมาเป็นอันดับหนึ่ง หากตื่นไปเรียนไม่ได้หรือไม่สามารถเรียนอย่างมีสมาธิได้ในคาบ ความพยายามทั้งหมดก็ไร้ความหมาย 

“แต่บางทีมันก็เหงานะคะ เวลาเราเห็นคนอื่นเขามานั่งดื่มนั่งหัวเราะกันกับเพื่อน แต่เราต้องทำงาน” ตุ๊กตาพูดระหว่างเสิร์ฟเบียร์ให้กับลูกค้า

นอกจากนี้การขายให้ได้มากกว่าโควต้าการขายของบริษัทเบียร์อาจทำให้ไม่ใช่แค่มีงานทำ แต่อาจได้มีโอกาสก้าวหน้าในสายงานต่อไปด้วย

“หนูมีแผนค่ะ นี่คือแค่หนึ่งสเต็ปในแผนของหนู วันที่หนูเรียนจบ คือ วันที่หนูจะเลิกทำงานเชียร์เบียร์”

เวลาเจอลูกค้าที่ไม่มีมารยาท หยาบคายหรือน่ารำคาญ ตุ๊กตามักพยายามรักษาบรรยากาศ โดยนึกถึงเป้าหมายในการขายเข้าไว้ “แต่บางทีมันก็เหงานะคะ เวลาเราเห็นคนอื่นเขามานั่งดื่มนั่งหัวเราะกันกับเพื่อน แต่เราต้องทำงาน”

เมื่อมองภาพกว้าง

สิ่งที่ตุ๊กตากล่าวมาไม่แตกต่างจากคำตัดสินของสังคมภายนอกที่มักขัดแย้งกันเอง โดยมองว่า สาวเชียร์เบียร์เป็นทั้งคนที่ดูแลตัวเองได้และเป็นทั้งผู้ถูกกระทำในขณะเดียวกัน 

“ยิ่งคนตัดสินว่า พริตตี้เป็นสิ่งไม่ดีในสังคมหรือเป็นผู้ถูกกระทำ นั่นหมายความว่า คนยิ่งหันกลับมามองว่า ผู้หญิงเป็นตัวร้าย” ลิซ ฮิลตัน จาก Empower Foundation องค์กรในจังหวัดเชียงใหม่ที่สนับสนุนการค้าประเวณีอย่างถูกต้องและต้องการทำให้การค้าประเวณีกลายเป็นสิ่งถูกกฏหมาย

ในอีกแง่หนึ่ง คนภายนอกยังมองคนที่ทำงานโปรโมทสินค้าว่า ต่ำต้อยและเป็นผู้ถูกกระทำ “หลายครั้งที่ผู้หญิงบอกว่า ตัวเองเป็นอิสระและสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง แต่กลับมองไม่เห็นว่า เขาทำให้ตัวเองกลายเป็นผู้ถูกกระทำโดยไม่รู้ตัว” ร่มเย็น โกไศยกานนท์ อาจารย์สำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าว 

“หลายคนอยากได้เงินโดยไม่คำนึงถึงความเป็นจริงว่า พวกเขากำลังทำให้ตัวเองกลายเป็นวัตถุสิ่งของ” ร่มเย็น กล่าว 

แต่การทำให้ตัวเองกลายเป็นผู้ถูกกระทำเป็นการปกป้องตัวเองด้วยได้หรือไม่ คำกล่าวของร่มเย็นที่ว่า ผู้หญิงยอมลดตัวลงเพื่อเงินอย่างหลับหูหลับตาอาจมองข้ามบริบทของทางเลือกที่ผู้หญิงมีความร่ำรวยที่ติดกับดักเชิงโครงสร้างและช่องว่างระหว่างเพศเป็นสิ่งกีดขวางผู้หญิงไทยจากการเพิ่มพูนสถานะทางสังคม 

โดยเฉพาะผู้ที่มาจากภูมิหลังที่ยากจน การทำงานในสภาพการทำงานที่ออกแบบมาสำหรับเพศหญิง และในสภาพแวดล้อมทางเพศทำให้ผู้หญิงเหล่านี้สร้างวาทกรรมที่เกี่ยวกับบทบาทของตัวเองและความหมายของมันที่มีต่อพวกเธอและคนรุ่นต่อไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อีกประการหนึ่งที่สำคัญเช่นกัน คือ โอกาสในการทำงานเป็นสาวเชียร์เบียร์นั้นก็มีอยู่ทั่วไปสำหรับหญิงสาวที่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นเมื่อเริ่มเติบโตเป็นผู้ใหญ่และต้องใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย

โอกาสในการหางานประเภทอื่นที่ทำให้สามารถเรียนและดูแลตัวเองไปด้วยนั้นแทบไม่มี 

“หนูไม่ได้หางานประเภทอื่นเลย” ตุ๊กตากล่าว “งานเสิร์ฟหรืองานเชียร์เบียร์เท่านั้นที่จะทำให้หนูหาเงินได้ขนาดนี้และเรียนเต็มเวลาไปด้วยได้”

สำหรับตุ๊กตา งานที่ทำให้ได้เงินแต่ละเดือนถึง 18,000 บาท พร้อมเรียนเต็มตัวไปด้วยได้โดยไม่ต้องมีประสบการณ์การทำงานแบบไหนมาก่อน หายากมากในจังหวัดขอนแก่น

โอกาสที่มากับงานประเภทนี้ เช่น การพบปะกับผู้คนมากหน้าหลายตาและโอกาสในการทำงานทางการตลาดอื่น ๆ มักต้องแลกกับการถูกตีตราจากสังคม การล่วงละเมิดทางเพศและการล่วงละเมิดในรูปแบบอื่น 

ถึงแม้ว่า มุมมองของฮิลตันและร่มเย็นจะขัดแย้งกัน การมองลึกเข้าไปในชีวิตของหญิงสาวเหล่านี้เท่านั้นที่จะทำให้เราเข้าใจว่า พวกเขาต้องพยายามอย่างไรในสภาพแวดล้อมทางเพศเพื่อบรรลุเป้าหมายส่วนตัวและทางการงาน และกรุยทางให้กับตัวเองในกระแสของวัฒนธรรมกินดื่มที่รุกคืบในจังหวัดขอนแก่นและประเทศไทยอย่างไร

เทรีซ่า มอนทาเนโร เป็นนักศึกษาชาวอเมริกันสาขาวิชาสังคมวิทยา จากมหาวิทยาลัย จอร์จทาวน์ ที่มาแลกเปลี่ยนเรื่องพัฒนาและสิทธิมนุษย์ในภาคอีสานเมื่อภาคการศึกษาฤดูใบไม้ผลิปี 2562