ส.ศิวรักษ์: เบื้องหลังเข้าเฝ้าในหลวง


โดย หทัยรัตน์ พหลทัพ

ในวัย 86 ปี “สุลักษณ์ ศิวรักษ์” หรือ ส.ศิวรักษ์​ นักวิชาการอาวุโส ฉายา “ปัญญาชนสยาม” ถูกฟ้องคดีมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน โดยเฉพาะข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เขาถูกฟ้องมาแล้ว 6 ครั้ง 

ครั้งล่าสุด (2557) ถูกฟ้องร้องว่า หมิ่นสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ขณะร่วมอภิปรายเรื่อง “ประวัติศาสตร์ว่าด้วยการชำระและการสร้าง” แต่เมื่อต้นปี 2561 อัยการทหารมีคำสั่งไม่ฟ้อง  

เดอะอีสานเรคคอร์ด ได้สนทนากับ ส.ศิวรักษ์ ถึงเบื้องหลังในคดีนี้ รวมถึงทัศนะที่มีต่อสถาบันกษัตริย์

เดอะอีสานเรคคอร์ด: อาจารย์ถูกฟ้องในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาแล้วหลายครั้ง แต่ทำไมยังคงพูดถึงกฎหมายมาตรา 112 และสถาบันกษัตริย์อยู่ 

อ.สุลักษณ์: ครั้งสุดท้ายผมถูกกล่าวว่า หมิ่นพระนเรศวรมหาราช ถ้าเผื่อคดีนี้ขึ้นศาลทหาร ก็มีสิทธิ์ติดคุกหัวโตเลย 

เดอะอีสานเรคคอร์ด: หลังถวายฎีกาถึงในหลวงและได้รับพระราชทานอภัยโทษ อาจารย์ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ในหลวงพระองค์นี้ทรงมีพระเมตตา ทรงมีพระเมตตาอย่างไร

อ.สุลักษณ์: ก็กราบบังคมทูลว่า ผมถูกรังแก และท่านก็เชื่อผม แล้วสั่งให้ราชเลขาฯ ให้ยุติคดีเลย ท่านเป็นคนกล้ามาก ถ้าท่านจะทำอะไร ท่านก็ทำทันทีทันใดเลย ก็เป็นพระมหากรุณาธิคุณ

สุลักษณ์ ศิวรักษ์​ หรือ ส.ศิวรักษ์ นักเขียนและนักวิชาการอิสระ ที่ร้านหนังสือ ร้านหนังสือ Wild dog จ.ขอนแก่น

เดอะอีสานเรคคอร์ด: อาจารย์เคยให้สัมภาษณ์ว่า เคยเข้าเฝ้าพระองค์ท่านหลายครั้ง อาจารย์มีข้อเสนอแนะในหลวงอย่างไรบ้าง

อ.สุลักษณ์: อ๋อ ไม่เคยเข้าเฝ้าหลายครั้งเลย คนก็พูดมากไป ผมเคยเฝ้าหนเดียวเท่านั้นเอง ไม่… ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นหรอก ท่านก็ทรงสนพระราชหฤทัย อยากจะฟังความเห็นคนแก่อย่างผมว่า คิดอะไรได้บ้าง ผมก็กราบบังคมทูลไป แล้วแต่ท่านจะทรงซักถามตามที่สติปัญญาคนวัยชราจะกราบบังคมทูลได้ อย่างน้อยท่านก็เห็นว่า ผมพูดจากับท่านซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น 

เดอะอีสานเรคคอร์ด: ในสายตาอาจารย์ในหลวงรัชกาลที่ 10 เป็นอย่างไรคะ 

สุลักษณ์: ท่านทรงพระปรีชานะ คนนึกว่า ท่านไม่อ่านหนังสือ ท่านอ่านหนังสือเยอะมากเลย ท่านรู้จักแม้กระทั่งคนอย่างเนติวิทย์ (โชติภัทร์ไพศาล นักกิจกรรมนักศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) แล้วท่านก็รู้จักด้วยนะ หนังสือที่เนติวิทย์แปล โทนี่ เบนน์ ผมสงสัยว่า คนไทยส่วนใหญ่จะรู้จักเหรอ ท่านทรงรอบรู้หลายเรื่องเลย ผมก็แปลกใจมาก 

เดอะอีสานเรคคอร์ด: ย้อนกลับมาเรื่องในหลวงรัชกาลที่ 10 อาจารย์บอกว่า พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถ พระองค์ทรงมีวิสัยทัศน์หรือความคิดเห็นเกี่ยวกับประชาธิปไตยอย่างไร 

สุลักษณ์: ผมไม่แน่ใจเรื่องประชาธิปไตย ไม่แน่ใจ แต่ท่านก็ทรงสนพระราชหฤทัยมากเรื่องประชาธิปไตยเนี่ย แต่ท่านจะมีศรัทธาโน้มน้าวทางประชาธิปไตยอย่างไรนั้น ผมไม่แน่ใจ

เดอะอีสานเรคคอร์ด: อาจารย์มองว่า กฎหมายมาตรา 112 ที่มีการใช้กัน ถือเป็นเครื่องมือทางการเมือง หรือว่าเป็นเครื่องมือปกป้องสถาบันกษัตริย์  

สุลักษณ์: โอ้ว (ตอบทันที) ไม่ได้เป็นเครื่องมือปกป้องสถาบันกษัตริย์เลย เป็นเครื่องมือทางการเมืองแท้ๆ พระเจ้าอยู่หัวองค์ที่แล้วทรงมีพระราชดำรัสชัดเจนเลยว่า ใครทำเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเท่ากับไปรังแกพระองค์ท่าน รังแกพระองค์ท่านเลย และทำให้สถาบันเสื่อมคลาย มีพระราชดำรัสชัดเจนเลย 

รัฐบาลทุกรัฐบาลอ้างว่า จงรักภักดี แต่ไม่ได้ทำตามพระบรมราโชวาทนี้เลย มีคนเดียวที่ทำ แต่คนลืมไปแล้ว คือ เสธ.หนั่น (พล.ต.สนั่น ขจรประศาสตร์) ตอนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ช่วงนั้นเขาได้สั่งตำรวจเลยว่า ห้ามทำคดีเรื่องนี้เด็ดขาด นี่ผมต้องชม แต่เสธ.หนั่น ท่านก็ตายจากไปเสียแล้ว คนลืมเขาไปแล้ว 

เดอะอีสานเรคคอร์ด: กฎหมายมาตรานี้จะเคลื่อนอย่างไรต่อไป อาจารย์เคยพูดหลายครั้งว่า ควรมีการแก้ไข ควรมีการแก้ไขอย่างไร ไปในทิศทางไหน  

สุลักษณ์: ผมเคยพูดที่รัฐสภาเลยนะครับ ผมบอกว่า ถ้า ส.ส. มีกึ๋น ถ้าไม่กล้าโยนทิ้งกฎหมายมาตรานี้ ก็ปรับปรุงแก้ไขได้ ยกตัวอย่าง เลิกโทษขั้นต่ำ 3 ปี เพราะถ้าเลิกอันนี้ อย่างน้อยศาลรอลงอาญาได้ สอง ไม่ใช่ว่าใครกล่าวหาใครหมิ่น ตำรวจก็ต้องรับเรื่อง ตำรวจเขาก็แย่สิครับ เขาไม่รับก็ไม่ได้ 

ต้องมีคณะกรรมการตรวจสอบก่อนว่า คดีอย่างนี้มีมูลไหม คณะกรรมการเหล่านั้นอาจจะมาจากตุลาการก็ได้ จากสำนักงานพระราชวังก็ได้ ให้พิจารณาเสียก่อน ก่อนจะฟ้อง ทำได้ครับ แต่เขาไม่ทำกัน เพราะกฎหมายนี้มีประโยชน์กับคนมีอำนาจ แต่มันไม่มีประโยชน์กับคนไร้อำนาจ คุณต้องเข้าใจคนส่วนใหญ่ไร้อำนาจ กฎหมายต้องปกป้องคนไร้อำนาจ ไม่ใช่เชิดชูคนมีอำนาจ 

เดอะอีสานเรคคอร์ด: อาจารย์มองว่า สถาบันกษัตริย์ควรอยู่คู่กับการเมืองและสังคมไทยต่อไปใช่ไหมคะ 

สุลักษณ์: ผมก็กราบบังคับทูลเลยนะ ตอนที่ผมไปเฝ้าท่าน ท่านก็ถามผมเรื่องนี้ด้วย ผมบอก ถ้าเผื่อว่า สถาบันกษัตริย์เป็นไปเพื่อประโยชน์ของราษฎร สถาบันนี้อยู่ได้ตลอด แต่ถ้าสถาบันเป็นไปเพื่อประโยชน์ของสถาบันเอง อยู่ไม่ได้ (ส่ายหน้า) จะอยู่ได้สถาบันนี้ต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ วิพากษ์วิจารณ์ได้ ผมกราบบังคมทูลไปแล้วเรื่องนี้ แต่ท่านจะเชื่อผมหรือไม่เชื่อผม ผมไม่รู้ 

เดอะอีสานเรคคอร์ด: ขณะนี้มีกระแสในอินเทอร์เน็ตว่า คนรุ่นใหม่ไม่อยากจะยืนตรงในโรงหนัง อาจารย์มองกระแสนี้อย่างไร 

สุลักษณ์: การยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีตามโรงมหรสพ เราเอาอย่างฝรั่งมานะครับ เมืองอังกฤษเขาเลิกหมดแล้ว เพราะเขารู้คนมัน เอิ่ม… เพราะสัญลักษณ์เหล่านี้ ถ้าคนพอใจก็สมควรจะมี ถ้าไม่พอใจก็เลิก ไม่มีความจำเป็นอะไรเลย 

ผมจะเล่าอะไรให้ฟังนะครับ สมัยรัชกาลที่ 7 ทูลกระหม่อมบริพัตร (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต) เป็นเสนาบดีมหาดไทย ตำรวจจับยายแก่ไม่ยืนเคารพตอนเพลงสรรเสริญพระบารมี ท่านกริ้วมากเลย ท่านบอกว่า ยายแก่ๆ จะไปรู้เรื่องอะไร ไอ้ยืนเคารพมันเป็นแบบฝรั่ง ให้ปล่อยทันทีเลย 

เพลงเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์เพื่อเชิดชูพระบารมี แต่เมื่อคนพอใจ ก็ควรจะเล่นเพลง ถ้าคนไม่พอใจ ก็เลิก ไม่มีความจำเป็นอะไรเลย เพราะสถาบันกษัตริย์อยู่ได้ คนต้องพอใจสถาบัน ไม่ว่าเพลง ไม่ว่าอะไรก็ตาม เป็นไปเพื่อเชิดชูท่าน คนพอใจก็ทำ ถ้าคนไม่พอใจก็เลิก ไม่มีประโยชน์อะไรเลย 

เดอะอีสานเรคคอร์ด: แต่คนบางส่วนก็ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีอยู่ เหมือนมีครึ่งๆ ยอมรับ อีกครึ่งไม่ยอมรับ จะมีทางออกอย่างไร 

สุลักษณ์: ไม่เป็นไรนี่ครับ คือ ปัญหาว่า สิ่งที่เราจะต้องเอาใจนั้น คือ เอาใจคนที่ไม่เห็นด้วยกับเรา ผู้เห็นด้วยกับเรา ไม่ต้องเอาใจ เพราะอย่างไรเขาก็เชียร์เราอยู่แล้ว 

เรื่องนี้ง่ายที่สุดเลยครับเมื่อระบบซาร์สสิ้นไปจากรัสเซีย รัชกาลที่ 6 ตรัสถามพระองค์เล็ก เจ้าฟ้าจักรพงษ์ ที่ไปเรียนที่รัสเซีย พระเจ้าซาร์สรับท่านเป็นลูกเลี้ยง เรียนที่นั่นเลย พระมงกุฎเกล้าทรงถามน้องชายท่านว่า ทำไมสถาบันกษัตริย์ที่รัสเซียถึงสิ้นไป ท่านก็บอกว่า พระเจ้าซาร์สเป็นคนน่ารักมาก อัธยาศัยโอนอ่อน ใจดีมาก แต่ท่านไม่ฟังคนหัวก้าวหน้า ท่านไม่ทรงฟังคนที่คัดค้านท่าน ท่านฟังคนที่เห็นด้วยกับท่านเท่านั้น ท่านบอกอยู่ไม่รอด ไปไม่รอด 

นี่ๆ ชัด ทูลกระหม่อมเล็กทูลถวายรัชกาลที่ 6 เลย เช่น สถาบันกษัตริย์ต้องฟังคนไม่เห็นด้วย คนที่คัดค้านและพยายามโต้ตอบกับเขา เคารพเขาที่เห็นต่าง ที่อังกฤษอยู่ได้เพราะเหตุนี้ครับ มีคนโจมตีสถาบันกษัตริย์เยอะแยะไปหมด แต่สถาบันกษัตริย์ก็อยู่ได้ ให้เขาโจมตีดีกว่าเขาไปรวมกำลังกันโค่นล้างทำลาย 

สุลักษณ์ ศิวรักษ์​ หรือ ส.ศิวรักษ์ นักเขียนและนักวิชาการอิสระ “จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นเผด็จการเต็มรูปแบบที่น่ากลัวที่สุด เพราะนำสถาบันกษัตริย์มาเป็นเครื่องมือ” ภาพโดย ยศพนธ์ เกิดวิบูลย์

เดอะอีสานเรคคอร์ด: สถาบันกษัตริย์มีความสำคัญทางการเมืองอย่างไร 

สุลักษณ์: สถาบันกษัตริย์อยู่กับบ้านเมืองเรามาอย่างน้อย 700-800 ปีแล้ว อะไรที่มีแล้ว รักษาไว้ ดีกว่าทำลาย แม้กระทั่งต้นไม้ยังตัดได้ง่าย แต่ต้นไม้ให้ร่มให้ใบ รักษาไว้ มีประโยชน์กว่าตัดทิ้ง 

แต่แน่นอนต้นไม้อาจจะมีกาฝาก อาจจะมีตัวอะไร ก็ต้องริดกาฝากออก สถาบันกษัตริย์ก็เหมือนกัน มันจะมีพวกขวาจัด คนจะโหนสถาบันกษัตริย์เพื่อประโยชน์ของพวกเขา ต้องเขี่ยพวกนี้ให้ห่างๆ ออกไป เปิดโอกาสให้สถาบันโปร่งใส ตรวจสอบได้ ก็อยู่ได้ตลอดไป มีต้นไม้ไว้ดีกว่าตัดทิ้ง 

เดอะอีสานเรคคอร์ด: รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ (จันทร์โอชา) ถูกแปรรูปเป็นรัฐบาลเผด็จการในสภา คือแปรรูปจากรัฐบาลยึดอำนาจมาอยู่ในสภา อาจารย์เห็นทิศทางหรือมีความหวังกับรัฐบาลชุดนี้มากน้อยแค่ไหน  

สุลักษณ์: คุณประยุทธ์นั้น… ผมรู้จักรัฐบาลเผด็จการมาตั้งแต่จอมพล ป. (พิบูลย์สงคราม) จอมพล ส. (สฤษดิ์ ธนะรัชต์) ล่าสุดก็สุจินดา (พล.อ.สุจินดา คราประยูร) พวกเขาสั่งไล่จับผม ผมก็หนีมาแต่ไหนแต่ไร ทุกคนที่ผมเอ่ยชื่อมามีความสามารถทั้งนั้น แต่คุณประยุทธ์เป็นคนไม่มีความสามารถอะไรเลย เป็นคนกึ่งดิบกึ่งดี เอาตัวรอดไปวันๆ คนแบบนี้เราทนให้เป็นนายกฯ อยู่ได้อย่างไร 

แต่ก็มีนิมิตรดี คือ ตอนนี้ในสภามีพรรคใหม่ๆ คนหัวก้าวหน้าเยอะแยะ ผมเห็นว่า คนเหล่านี้ต้องรวมตัวกันประท้วงและเล่นงาน ใช้เหตุใช้ผลสู้กัน เพราะประยุทธ์ไม่เข้าใจเรื่องเหตุเรื่องผลเลย แม้กระทั่งการกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณยังตัดทิ้งข้อความบางอย่าง 

นี่คือ อันตรายมากเลยนะ เพราะการถวายสัตย์ปฏิญาณถือเป็นถ้อยคำอันศักดิ์สิทธิ์ แต่ไม่เคารพแม้กระทั่งถ้อยคำอันศักดิ์สิทธิ์ คนอย่างนี้คบได้อย่างไรครับ พวก ส.ส. ต้องรวมตัวกันบีบ ถีบออกไปให้ได้ โดยช่องทางของกฎหมาย  

เดอะอีสานเรคคอร์ด: อาจารย์อยู่กับรัฐบาลเผด็จการมานานตั้งแต่ พ.ศ. 2480 กว่าๆ จนถึงตอนนี้เห็นใครที่เป็นเผด็จการที่เต็มรูปแบบและน่ากลัวที่สุด

สุลักษณ์​ : สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นเผด็จการเต็มรูปแบบที่น่ากลัวที่สุด เพราะสฤษดิ์นำสถาบันกษัตริย์มาเป็นเครื่องมือ นำศาสนามาเป็นเครื่องมือ สฤษดิ์ ธนะรัชต์ อันตรายที่สุด แต่เนี่ยรายการของคุณออกที่ขอนแก่น ก็ยังมีรูปของ สฤษดิ์ ธนะรัชต์ อยู่ที่ขอนแก่น แสดงว่า คนขอนแก่นยังไม่ตื่นตัว 

คุณอย่าลืมนะครับว่า ที่ลาวแต่ก่อนมีรูป มองสิเออร์ปาวี ทั้งที่หลวงพระบางและเวียงจันทน์ ปาวีเคยบอกว่า เขาให้ลาวออกมาจากเมืองไทยได้ก็เพราะเขา พอลาวได้อิสรภาพ ลาวเป็นประเทศคอมมิวนิสต์นะครับ ก็นำรูปปาวีโยนทิ้งแม่น้ำโขง ทั้งที่หลวงพระบางและเวียงจันทน์ แสดงว่าคนลาวเขามีกึ๋นมากกว่าคนไทย 

ผมว่า ถ้าคนไทยมีกึ๋นขึ้นมาเมื่อไหร่ ต้องนำรูปสฤษดิ์ ธนะรัชต์ โยนลงแม่น้ำโขง แบบเดียวกับที่คนลาวทำกับปาวี

เดอะอีสานเรคคอร์ด: อาจารย์บอกว่า เริ่มเห็นความหวังกับคนรุ่นใหม่ในรัฐสภา แล้วอาจารย์เห็นความหวังของประชาธิปไตยหลังการเลือกตั้งไหม อาจารย์มองว่า ประชาชนตื่นตัวทางประชาธิปไตยหรือยัง  

สุลักษณ์: ตื่นตัวครับ ทั้งๆ ที่รัฐบาลมอมเมาทุกอย่าง ยิ่งรัฐบาลเผด็จการมาก คนก็ยิ่งตื่นตัวมาก อันนี้น่าชื่นชมมากว่า คนไทย คนรุ่นใหม่ มีกึ๋นมากกว่าคนรุ่นผมอีก ผมหวังว่า เมืองไทยนี่ไปรอด เพราะคนรุ่นใหม่ อย่างที่ขอนแก่นก็มีคนอย่างไผ่ ดาวดิน หรือกรุงเทพฯ ก็มีคนอย่างเนติวิทย์ ผมว่า อย่างนี้น่าสนใจครับ 

เดอะอีสานเรคคอร์ด: พอคนอีสานเลือกตัวแทนของเขาขึ้นมา ก็ถูกผู้มีอำนาจควบรวมอำนาจแล้วไปแต่งตั้งเป็นรัฐบาลเสียเอง ทำให้คนอีสานบางส่วนรู้สึกช้ำใจ ตรงนี้มองไหมว่า คนอีสานถูกลืมไหม

สุลักษณ์: อันนี้ก็ต้องใจเย็นนะครับ เพราะการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมันไม่ง่าย สมัยนี้มันมีระบบซื้อเข้าหาอำนาจ ต้องใจเย็น ผมจำได้ คนสมัยนี้อาจจะไม่รู้จักหม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร แล้ว ท่านอุทิศชีวิตเพื่อชาวไร่ชาวนามากเลย เมื่อครั้งแรกที่มีเลือกตั้ง หลังจากเผด็จการมานาน พ.ศ. 2511 หม่อมเจ้าสิทธิพรท่านตั้งพรรคช่วยเหลือชาวไร่ชาวนา ท่านมาหาผมเลย ขอให้ผมช่วยท่าน ท่านบอกว่า ต้องการแค่ 1-2 คนเท่านั้น เข้าไปในสภาเพื่ออธิบายว่า ชาวไร่ชาวนาเดือดร้อนอย่างไรบ้าง 

แล้วท่านก็ได้ ส.ส. 1 คน เข้าไปในสภา แต่ไอ้หมอนี่ก็ขายตัว ไม่พูดเรื่องชาวไร่ชาวนาเลย ท่านก็เสียพระทัยมากเลย ผมก็ปลอบท่านว่า อย่าเสียพระทัยเลย เพราะคนสมัยนี้มันซื้อกันง่าย ต้องสู้ต่อไป เป็นที่น่าเสียดาย ต่อจากนั้นท่านก็สิ้นชีพิตักษัยไปเสียก่อน แต่คนไทยลืมหม่อมเจ้าสิทธิพรไป 

ถ้านึกถึงท่าน ท่านบอกว่า อนาคตของเมืองไทยขึ้นอยู่กับชาวไร่ชาวนามีศักดิ์มีศรีไม่ต่ำต้อยไปกว่าข้าราชการ ชนชั้นกลาง เมืองไทยถึงจะมีอนาคต ตอนนี้เราเอาเปรียบชาวไร่ชาวนามากเหลือเกิน ไม่ต้องเอ่ยถึงการเอาเปรียบกรรมกร 

เดอะอีสานเรคคอร์ด: อาจารย์มักจะพูดถึงเรื่องความเป็นไทย ชอบแต่งตัวไทยๆ บางครั้งก็ใส่ชุดราชประแตน ความเป็นไทยในความหมายของอาจารย์ คืออะไร 

สุลักษณ์: ความเป็นไทยนะครับ ผมว่า ทุกชาติทุกภาษาต้องมีภาษาของเราเอง มีวัฒนธรรมของเราเอง แต่เราไม่ควรรังเกียจวัฒนธรรมอื่น แต่ที่ผมรังเกียจ (เน้นเสียง) วัฒนธรรมอื่น เพราะเราถูกบังคับ ยกตัวอย่างกางเกงแพรที่ผมนุ่ง สมัยจอมพล ป. จับเลยนะครับ หาว่าไม่สุภาพ ต้องแต่งแบบฝรั่งถึงจะสุภาพ เพราะฉะนั้นผมถึงรังเกียจที่จะแต่งแบบฝรั่ง 

เดอะอีสานเรคคอร์ด: พูดถึงความเป็นไทย แล้วความเป็นอีสาน คือ อะไร

สุลักษณ์: ความเป็นอีสานก็ต้องภูมิใจถึงความเป็นลาว เดี๋ยวนี้คนอีสานเรียกตัวเองว่า คนอีสาน มีใครเรียกประเทศหรือวัฒนธรรมของตัวเองให้เป็นทิศทางบ้างครับ ก็เป็นลาว เสียหายอะไร คุณควรจะภูมิใจในความเป็นลาว ลาวฝั่งโน้น ฝั่งนี้ ก็วัฒนธรรมเดียวกัน ภาษาเดียวกัน แต่มันแยกกันเพราะทางการเมืองเท่านั้นเอง