พรรคอนาคตใหม่ลงพื้นที่บ่อแก้ว จ.ชัยภูมิ รับฟังปัญหาก่อนเสนอสภาแก้ไข


ชัยภูมิ – หลังตัวแทนชาวบ้านบ่อแก้ว จ.ชัยภูมิ ร้องเรียนกับตัวแทนพรรคการเมือง 7 พรรคเพื่อให้แก้ไขปัญหาที่ดินทำให้พรรคอนาคตใหม่ส่งตัวแทนลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้านบ่อแก้ว ต.ทุ่งพระ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ โดยมีตัวแทนจากเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสานเข้าร่วมรับฟังกว่า 70 คน 

ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการ และ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า พรรคติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอดและมีคณะทำงานเรื่องที่ดินที่คอยสนับสนุนข้อมูลเพื่อนำไปอภิปรายในรัฐสภาเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินอย่างต่อเนื่อง 

“การลงพื้นที่วันนี้เพื่อรับฟังปัญหาล่าสุด ก่อนจะนำไปรณรงค์ทั้งนอกรัฐสภา ส่วนในรัฐสภาก็จะผลักดันไปตามกลไกเพื่อแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้าน” ปิยบุตร กล่าว 

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (ขวามือ)

ส่วนพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ขอตั้งคำถามว่า ป่าสงวนมีไว้ให้ใคร ทรัพยากรป่าไม้ ที่ดิน ทะเล ใครเป็นเจ้าของใคร เพราะปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ  

“รัฐสถาปนาตัวเองว่า เป็นเจ้าของแผ่นดิน แล้วชาวบ้านไม่มีสิทธิ แต่พวกเขากลับทำนโยบายเพื่อหาวิธีแก้ไขปัญหาที่ดินให้นักลงทุน เจ้าสัวและบริษัทใหญ่ๆ แล้วฟ้องไล่ที่ให้ชาวบ้านออกจากพื้นที่ที่เขาทำกิน ทั้งที่มีหลักฐานว่า ชาวบ้านอยู่มาก่อนปี 2496 ที่ประกาศเป็นพื้นที่ป่า เป็นไปได้อย่างไร” ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ กล่าว

นิด ต่อทุน แกนนำชุมชนบ่อแก้ว เล่าปัญหาให้ตัวแทน ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ รับทราบความเป็นมาของคดีความที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านบ่อแก้ว อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ  (ภาพโดย อติเทพ จันทร์เทศ)

ขณะที่ นิด ต่อทุน แกนนำชุมชนบ่อแก้ว ต.ทุ่งพระ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ กล่าวว่า ดีใจที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่มารับฟังปัญหาในพื้นที่ เบื้องต้นอยากให้ ส.ส.ช่วยเหลือเรื่องคดี ส่วนระยะยาวอยากให้แก้ไขปัญหาที่ดินทั่วประเทศ เพราะปัญหาไม่ได้เกิดในพื้นที่บ้านบ่อแก้วแห่งเดียว แต่เรื่องที่ดินเป็นปัญหาซับซ้อนมานาน เราต้องการให้ชาวบ้านมีส่วนร่วม เราต้องการให้คนอยู่กับป่าได้ 

“พวกเราจะขออยู่ต่อ อยู่ไม่ได้ก็จะอยู่ ผมไม่เชื่อว่า ถ้ารัฐบอกให้ออกไปเสียก่อนแล้วจะจัดที่ดินให้ ผมไม่เชื่อ จะจัดที่ไหน เพราะไปตรงไหนก็มีเจ้าของหมดแล้ว” แกนนำชาวบ้านบ่อแก้ว กล่าว 

คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นิด ต่อทุน และพวกรวม 31 คน ข้อหาบุกรุกเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าภูซำผักหนามจำนวนกว่า 1,400 ไร่ ที่ อ.อ.ป. ได้รับสัมปทานให้ปลูกต้นยูคาลิปตัสในสวนป่าคอนสารเนื้อที่ 4,401 ไร่ตั้งแต่เมื่อปี 2521 

กรณีที่ อ.อ.ป. ได้รับสัมปทานปลูกต้นยูคาลิปตัสในพื้นที่ป่าสงวนฯ ทับที่ดินทำกินชาวบ้านจำนวนกว่า 300 คน ทำให้ชาวบ้านบ่อแก้วเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิในที่ดินทำกิน ทั้งยื่นหนังสือต่อหน่วยงานรัฐและสู้คดีมาตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา กระทั่งเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2562 ศาลจังหวัดภูเขียว จ.ชัยภูมิ มีคำพิพากษาให้ชาวบ้าน 31 คนออกจากพื้นที่

นิตยา ม่วงกลาง ตัวแทนจากกลุ่มชาวบ้านไทรทอง จ.ชัยภูมิ และเป็น 1 ใน 14 คนที่ถูกตัดสินใจจำคุกกรณีบุกรุกอุทยานแห่งชาติไทรทอง เข้าพบ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่เช่นกัน

ขณะเดียวกัน นิตยา ม่วงกลาง ตัวแทนจากกลุ่มชาวบ้านไทรทอง จ.ชัยภูมิ และเป็น 1 ใน 14 คนที่ถูกตัดสินใจจำคุกกรณีบุกรุกอุทยานแห่งชาติไทรทองที่เข้าร่วมพบปะกับตัวแทน ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทำกินอย่างตรงจุดและจริงจัง แล้วเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมใน โดยเฉพาะกฎหมายที่ออกมาเป็นสิ่งที่เขียนขึ้นโดยไม่ได้รับฟังเสียงชาวบ้านทำให้มีผู้รับผลกระทบเป็นจำนวนมากและมีหลายครอบครัวต้องติดคุก 

“ที่ผ่านมาชาวบ้านไม่เคยเสนออะไรแล้วรัฐบาลยอมรับ แต่กลับถูกปิดกั้น อย่างนั้นมันแก้ไขปัญหาไม่ได้ พอรัฐไล่ชาวบ้านออกจากป่าก็ไม่รู้จะให้พวกเราไปอยู่ที่ไหน ไม่มีแผนรอบรับก็จะยิ่งสร้างปัญหาเพิ่ม” ตัวแทนกลุ่มชาวบ้านไทรทอง กล่าว 

ชาวบ่อแก้วที่เข้าร่วมและเสนอปัญหาที่ดินทำกินให้ ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ (ภาพโดย อติเทพ จันทร์เทศ)