จาก ‘ปากมูล’ ถึง ‘ไซยะบุรี’ เขื่อนกับหายนะของแม่น้ำ


โดย กนกวรรณ มะโนรมย์

“ควรหรือไม่ ที่จะใช้แม่น้ำโขงเป็นแหล่งทดลองหรือทดสอบเทคโนโลยีเกี่ยวกับเขื่อน เพราะผลกระทบจากเขื่อนได้เกิดขึ้นแล้วกับระบบนิเวศและวัฒนธรรมของคนจำนวนมากในลุ่มน้ำโขงโดยยากที่จะฟื้นฟูเยียวยาให้กลับคืนมาเหมือนเดิม” 

ผู้เขียนเห็นว่า แม่น้ำโขงกำลังเป็นพื้นที่การแสดงอำนาจการตัดสินใจสร้างเขื่อน โดยอำนาจทั้งหมดล้วนรวมศูนย์อยู่ที่รัฐและภาคเอกชนที่สนับสนุนคือ องค์กรการเงินระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารโลก และธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย หรือ ADB ระยะหลังสนับสนุนโดยบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ เช่น ช.การช่าง ของไทย และ บริษัทซิโนไฮโดร ของจีน เป็นต้น อีกทั้งเป็นพื้นที่ทดลองเทคโนโลยีเกี่ยวกับเขื่อนและบันไดปลาโจน

เขื่อนไซยะบุรี ภาพจากสำนักข่าว Laodialy

เขื่อนขนาดใหญ่ที่สร้างในแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขา สร้างด้วยเม็ดเงินกู้ทั้งสิ้น เช่น เขื่อนไชยะบุรี ใช้เม็ดเงินลงทุนราว 1.5 แสนล้านบาท เพื่อผลิตไฟฟ้า  1,285 เมกกะวัตต์ สร้างโดยบริษัท ช.การช่าง ที่ได้รับสินเชื่อจากธนาคารพานิชย์ 6 แห่ง คือ ไทยพานิชย์ กรุงไทย กสิกรไทย ธนาคารเพื่อการส่งออก (Exim) กรุงเทพ และ ทิสโก้ (เพียรพร ดีเทศ, 2562)

เขื่อนและบันไดปลาโจน (Fish Ladder) เป็นเทคโนโลยีชั้นสูงที่ใช้เงินมหาศาลทั้งด้านการก่อสร้าง การบำรุงรักษาและการบริหารจัดการ ขณะนี้เสมือนว่า กำลังถูกนำมาทดลองใช้ในภูมิภาคแม่น้ำโขงเพื่อจุดประสงค์ใหญ่ คือ ลดความยากจนและการพัฒนาระดับมหาภาค

ในช่วงฤดูแล้งปี 2562 เขื่อนจีนที่ตั้งบนลำน้ำโขงตอนบน เช่น เขื่อนจิงหง ได้กักน้ำส่วนใหญ่ในช่วงหน้าแล้ง เพราะปริมาณฝนตกน้อยกว่าทุกปีในปีนี้ ส่วนเขื่อนไซยะบุรีที่ตั้งบนลำน้ำโขงตอนก็ล่าง ก็กำลังทดลองเดินเครื่องปั่นไฟ ก่อนจะเดินเครื่องปั่นไฟฟ้าจริงและส่งขายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยภายในเดือนตุลาคมนี้ โดยทางการลาวได้ประกาศเตือนให้ชุมชนริมแม่น้ำโขงฝั่งไทยระมัดระวังช่วงทดลองเดินกำเนิดไฟฟ้า ปรากฏว่า การทดลองปั่นไฟ ได้ซ้ำเติมวิกฤติน้ำโขงแห้งเป็นอย่างมาก จนส่งผลกระทบต่อผู้คนที่ใช้น้ำ ทั้งด้านการประมง ประปา และ เกษตรริมโขง

      ภาพแม่น้ำโขงแห้ง ภาพจาก สพัตรา อินทะมาตร

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประเทศไทย ได้ส่งจดหมายอย่างเป็นทางการไปยังทางการลาวให้ชะลอหรือหยุดการทดลองการปั่นไฟออกไปก่อน ขณะเดียวกัน สทนช. ก็ได้สรุปว่า น้ำโขงแห้งจนเกิดวิกฤติ เกิดจากสามเงื่อนไขประกอบกัน คือ 1) ปริมาณฝนมีต่ำกว่าทุกปีในภูมิภาค 2) การปรับลดการระบายน้ำของเขื่อนจิงหงในช่วง 9-18 กรกฎาคม 2562 และ 3) การทดสอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าของเขื่อนไซยะบุรีของ สปป.ลาว ระหว่างวันที่ 15-29 กรกฎาคม 2562  (ไทพีบีเอส, 2562) และวันที่ 26 กรกฎาคม ประชาชนริมแม่น้ำโขงได้ยื่นศาลปกครองให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตระงับการซื้อไฟจากเขื่อนไชยะบุรี (กรุงเทพธุรกิจ, 2662a) 

วิกฤติจากเขื่อนในภูมิภาคแม่น้ำโขงปัจจุบัน เคยมีบทเรียนมาก่อน นั่นคือ วิกฤติจาก “เขื่อนปากมูล” สร้างแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2537 ด้วยงบประมาณ ราวๆ 6,000 ล้านบาท และส่วนหนึ่งกู้มาจากธนาคารโลก เขื่อนนี้สร้างในแม่น้ำมูล ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขงในภาคอีสานของประเทศไทย สร้างปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับระบบนิเวศประมงและวิถีชีวิตของชุมชนมากกว่า 60 ชุมชนในสามอำเภอของจังหวัดอุบลราชธานี เขื่อนทำลายระบบนิเวศประมงและวิถีชีวิต วัฒนธรรมที่สัมพันธ์กับแม่น้ำของผู้คนที่พึ่งพาทรัพยากรแม่น้ำมูล ตั้งแต่การสร้าง จนถึงปัจจุบัน (Foran and Manorom, 2552)

จนในที่สุด คณะกรรมการเขื่อนโลก (World Commission on Dam) ที่แต่งตั้งโดยธนาคารโลก ใช้เขื่อนปากมูลเป็นหนึ่งในเจ็ดกรณีศึกษาทั่วโลก เพื่อศึกษาผลกระทบของเขื่อนและจัดทำรายงานเมื่อ ค.ศ. 2000 (พ.ศ. 2543) โดยพบว่าเขื่อนปากมูลไม่คุ้มค่าทั้งด้านการผลิตพลังงานไฟฟ้า เพราะผลิตไฟฟ้าได้น้อยกว่าที่ตั้งเอาไว้ คือ 136 เมกะวัตต์  การสูญเสียปริมาณปลาและพันธุ์ปลา เกษตรริมแม่น้ำมูลและการชลประทานส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชุมชนเป็นอย่างมาก (WCD, 2000) และต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2545 รัฐบาลทักษิณได้ให้มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีศึกษาประเมินผลกระทบอีกครั้งในสภาพที่ประตูเขื่อนปากมูลเปิดให้น้ำไหลตลอดทั้งปี   

ผลการศึกษาของทั้งสองสถาบันมีความสอดคล้องกัน คือ เขื่อนปากมูลสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศประมง เศรษฐกิจปลา เกษตรริมมูลและการผลิตไฟฟ้าไม่ได้ตามที่วางแผนไว้เช่นกัน (Foran and Manorom, 2552)

ความเหมือนกันของเขื่อนปากมูลและเขื่อนไซยะบุรีที่แม้สร้างห่างกันเกือบ 30  ปี อีกประการหนึ่ง คือ เป็นเขื่อนน้ำผ่านหรือเขื่อนทดน้ำ (Run-of-river) และมีบันไดปลาโจน (Fish Ladder) ซึ่งองค์กรแม่น้ำนานาชาติ (International Rivers, 2560) กล่าวว่า การสร้างเขื่อนรูปแบบนี้สร้างภาพลักษณ์เป็นเขื่อนสีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่ในความเป็นจริง เขื่อนรูปแบบนี้มีการควบคุมน้ำไว้หลังเขื่อน แล้วปล่อยน้ำตามช่องผันน้ำ ซึ่งผลกระทบต่อระบบนิเวศแม่น้ำอย่างมากที่เห็นได้ทั่วโลก เช่น เขื่อนเบโลมอนเต้ เป็นเขื่อนขนาดใหญ่ในประเทศบลาซิลที่ส่งผลกระทบมหาศาลต่อป่าเขตร้อนและวิถีชีวิตคนพื้นเมือง

เขื่อนปากมูล ภาพโดย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 

 

กรณีเขื่อนปากมูล การไฟฟ้าฝ่ายผลิตระบุว่า “มีลักษณะเป็นเขื่อนทดน้ำไม่ใช่เขื่อนเก็บกักน้ำด้วยความสูงเพียง 17 เมตร เมื่อกักน้ำไว้ ระดับน้ำในแม่น้ำมูลจะสูงขึ้นในสภาพน้ำเต็มตลิ่งเป็นการใช้ความจุของลำน้ำเดิมเท่านั้น” (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, 2561) และบันไดปลาโจนถูกสร้างเพิ่มหลังจากสร้างเขื่อนใกล้เสร็จแล้ว อันเนื่องมาจากการเรียกร้องเรื่องปัญหาการอพยพของปลาจากแม่น้ำโขงมายังแม่น้ำมูล (WCD, 2543)  ส่วนเขื่อนไซยะบุรีเป็นเขื่อนทดน้ำขนาดใหญ่ที่สุดบนแม่น้ำโขงตอนล่างที่ยาวพาดแม่น้ำโขง 810 เมตร สูง 28.8 เมตร มีประตูระบายน้ำ 10 บาน ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 7 เครื่อง (สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน, 2559) 

เมื่อการการทักท้วงปัญหาผลกระทบเรื่องการอพยพของปลาและการระบายตะกอนทำให้แก้ไขแบบเพิ่มขึ้นด้านบันไดปลาโจนหรือทางผ่านของปลาและทางเดินเรือ ด้วยมูลค่า 19,400 ล้านบาท (เพียรพร ดีเทศ, 2562)

น้ำโขงลดมากกว่าทุกปีในปีนี้ทำให้ บริษัท ช.การช่าง ได้ออกมาปฏิเสธว่า การทดลองปั่นไฟของเขื่อนไซยะบุรี ไม่มีส่วนทำให้แม่น้ำโขงแห้ง เพราะเป็นเขื่อนที่มีลักษณะเหมือนฝายทดน้ำขนาดใหญ่ โดยทางบริษัท ระบุว่า “น้ำทุกหยดไหลมาเท่าไหร่ก็ผ่านไปเท่านั้น และเกิดเป็นไฟฟ้าสะอาดส่งจากไซยะบุรีไปยังประเทศไทยและใช้ภายในสปป.ลาว กระบวนการออกแบบเป็นไปตามข้อกำหนดของ Mekong River Commission Guideline ทุกประการ” (กรุงเทพธุรกิจ, 2562) และ ทางบริษัทตั้งข้อสังเกตว่า ปริมาณน้ำโขงแห้งไม่ได้เกิดจากเขื่อนไซยะบุรี แต่เกิดจากการระบายน้ำของเขื่อนจิ่งหงของจีนมากกว่า (ไทยพีบีเอส , 2662)

นิเวศวัฒนธรรม VS เทคโนโลยีแห่งอำนาจ

เขื่อน คือ สัญลักษณ์ของอำนาจและความรู้แบบวิทยาศาสตร์ การดำรงอยู่ของเขื่อนได้สร้างความเชื่อมั่นให้รัฐในการแก้ไขปัญหาความยากจนและการพัฒนาประเทศระดับมหภาค (MRC, 2010) เขื่อนจึงมักเป็นทางเลือกของรัฐ เพราะพบว่าเขื่อนเป็นพลังงานสะอาด ทดแทนได้ และสามารถลดภาวะเรือนกระจกได้มากกว่าพลังงานชนิดอื่น (Berga, 2016)

แต่กระบวนการสร้างเขื่อนได้ละเลยวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับความสมบูรณ์ของแม่น้ำที่เป็นแหล่งสร้างสรรค์นิเวศวัฒนธรรม (Cultural Ecology) ยกตัวอย่างเช่น “วัฒนธรรมปลาแดก” ของคนอีสานและคนลาวฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง หากมีปลาแดกในไหก็คือความอุ่นใจของคนอีสาน ปลาแดก คือ สัญลักษณ์ของความมั่นคงของอาหารและรายได้ของคนอีสานมายาวนาน โดยคนในชุมชนได้นำปลาที่จับได้จากแม่น้ำโขงมาทำปลาแดกและรังสรรเมนูอาหารสารพัดอย่างเพื่อกิน ทำบุญ แลกเปลี่ยนและซื้อขาย (ศรีศักร วัลลิโภดม, 2541)

นิเวศวัฒนธรรม คือ วัฒนธรรมที่เกิดจากการปรับตัวของคนในท้องถิ่นต่อทรัพยากรธรรมชาติ โดยการสร้างความรู้ เทคโนโลยีและกฎเกณฑ์ในการจัดการธรรมชาติตามความรู้ของคนในท้องถิ่น ดังนั้น เขื่อนจึงเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อนิเวศวัฒนธรรมเป็นอย่างยิ่งเมื่อนิเวศแม่น้ำถูกทำลายด้วยอำนาจของเทคโนโลยีสมัยใหม่ชนิดนี้ที่กำกับด้วยอำนาจรัฐและทุนข้ามชาติ 

แม่น้ำที่เคยเป็นแหล่งต้นทุนทางเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรมและพื้นที่ของรักษาความสัมพันธ์ทางสังคมของคนในลุ่มน้ำ กำลังจะสูญหายไปจากการสร้างเขื่อน คนท้องถิ่นกำลังเป็นผู้เสียเปรียบและผู้ไม่ได้รับความยุติธรรมจากการทดลองเทคโนโลยีเขื่อนในลุ่มน้ำโขง

ภาพการหาปลาของชาวบ้านบริเวณพื้นที่ท้ายเขื่อนก่อนสร้างเขื่อนไซยะบุรี ภาพโดย ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ

Thayer Scudder นักมานุษยวิทยาชื่อดังแถวหน้าของโลกที่ศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากเขื่อนทั่วโลกต่อคนจนและเคยสนับสนุนการสร้างเขื่อน ล่าสุดได้สารภาพว่า เขื่อนขนาดใหญ่ไม่คุ้มค่า เพราะมีต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมสูงมหาศาล (New York Times, 2014) 

แต่การทดลองเทคโนโลยีเขื่อนในลุ่มน้ำโขงต้องแลกกับการสูญเสียสมดุลของระบบนิเวศประมงและสัตว์น้ำอย่างมหาศาล ทั้งทำลายเศรษฐกิจท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับทรัพยากรน้ำ เช่น ปลา สาหร่ายน้ำจืด เกษตรริมน้ำ เนื่องจากสูญเสียที่ดินจากน้ำท่วมและการลดลงของธาตุอาหารในดินจากการสูญเสียตะกอน เพราะอัตราการพัดพาลงมาจากต้นน้ำสู่ท้ายน้ำลดลง เขื่อนได้กักเก็บตะกอนไว้เป็นจำนวนมาก และลดทอนสิทธิชุมชนและศักดิ์ศรีและคุณค่าวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีฐานมาจากระบบนิเวศแม่น้ำ ICEM (2010) ประเมินผลกระทบเชิงกลยุทธ์ในลำน้ำโขงสายหลักให้กับคณะกรรมการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission) ได้เสนอว่า ไม่ควรให้แม่น้ำโขงเป็นสถานที่ทดลองเทคโนโลยีเขื่อน

ถึงเวลาหรือยังที่จะต้องตั้งคำถามว่า เขื่อนควรจะเดินทางมาถึงจุดจบหรือไม่? ผู้เขียนเสนอว่า ควรชะลอการสร้างเขื่อนในลำน้ำโขงสายหลักออกไป พร้อมกับทำการประเมินผลกระทบข้ามพรมแดนเชิงกลยุทธ์อีกครั้ง โดยคณะกรรมการธิการแม่น้ำโขงที่มีภาคีสถาบันวิชาการอิสระที่เน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมและนำข้อมูลด้านนิเวศวัฒนธรรมที่ถูกละเลยมาโดยตลอดมาเป็นองค์ประกอบสำคัญ นอกจากประเด็นด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม เพื่อการตัดสินร่วมกันระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มในการออกแบบการจัดการแม่น้ำโขง

อ้างอิง

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย. 2561.  เขื่อนปากมูล.

https://www.egat.co.th/index.php?option=com_content&view=article&id=2595&Itemid=117         เข้าใช้ข้อมูลวันที่ 31 กรกฎาคม 2562.

กรุงเทพธุรกิจ. 2562.  CK Power แจงเขื่อนไซยะบุรีไม่ได้เป็นสาเหตุของน้ำโขงแห้งในภาคอีสาน

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/841564  เข้าใช้ข้อมูลวันที่ 31 กรกฎาคม 2562.

กรุงเทพธุรกิจ. 2652a. ประชาชนลุ่มน้ำโขงยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว ระงับการซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนไซยะบุรี

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/841902?fbclid=IwAR2cD0FMC-B_ffCqp_V0gjaI9z5qFeTnb1HtETW6ohBaqs53P35T_LrQxPE เข้าใช้ข้อมูลวันที่ 1 สิงหาคม 2562.

สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน.  2559. โครงการไฟฟ้าไซยะบุรี

http://www.eppo.go.th/index.php/th/electricity/plan-aec/xayaburi เข้าใช้ข้อมูลวันที่ 31 กรกฎาคม 2562.

ไทพีบีเอส. 2562a.  สทนช.ขอลาวชะลอทดสอบเขื่อนไซยะบุรี คาด 3 วันระดับน้ำโขงเพิ่ม

https://news.thaipbs.or.th/content/281828 เข้าใช้ข้อมูลวันที่ 30 กรกฎาคม 2562.

ไทพีบีเอส. 2562b. ผู้บริหารเขื่อนไซยะบุรี ยืนยันไม่ได้กักน้ำ ทำน้ำโขงแห้ง

https://news.thaipbs.or.th/content/281921  เข้าใช้ข้อมูลวันที่ 30 กรกฎาคม 2562.

International Rivers. 2560. องค์กรความลวงของโครงการเขื่อนผลิตไฟฟ้าแบบน้ำไหลผ่านตลอดปีของแม่น้ำโขง

https://www.internationalrivers.org/sites/default/files/attached-files/factsheet_swindling_the_mekong_-_thai.pdf? เข้าใช้ข้อมูลวันที่ 1 สิงหาคม 2562.

เพียรพี ดีเทศ .2562. https://www.facebook.com/pai.deetes/posts/10218623719360093?__tn__=K-R

เข้าใช้ข้อมูลวันที่ 30 กรกฎาคม 2562.

ศรีศักดร วัลลิโภดม. 2541. วัฒนธรรมปลาแดก. สกลนคร.  อร่ามการพิมพ์.

Berga, L. 2016. The Role of Hydropower in Climate Change Mitigation and Adaptation: A Review.

Engineering. 2:213-218. Engineering 2 (2016) 313–doi.org/10.1016/J.ENG.2016.03.0042095.

Foran, T. and Manorom,  K. 2009. Pak Mun Dam: Perpetually Contested? In Molle, F.F., Foran, T. and Käkönen, M. (Eds), Contested waterscapes in the : Hydropower, livelihoods and governance, pp. 55-80. London: Earthscan.

MRC. 2010. State of the Basin Report 2010. Mekong River Commission, Vientiane, Lao PDR.

New York Times. 2014 Large Dams Just Aren’t Worth the Cost.

https://www.nytimes.com/2014/08/24/opinion/sunday/large-dams-just-arent-worth-the-cost.html เข้าใช้ข้อมูลวันที่ 1 สิงหาคม 2562.

WCD (World Commission on Dams). 2000. Dams and Development: A New Framework for

  Decision-Making. London: Earthscan Publications.