“ธุงใยแมงมุม” สัญลักษณ์ความเชื่อเรื่องโชคลางของคนอีสาน


โดย ภาณุพงศ์  ธงศรี

เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสแวะทำบุญอยู่หลายที่ในจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ยินข่าวเกี่ยวกับงานเทศกาลมาฆบูชา “มาฆปูรมี ทวารวดีมิ่งเหล้า เมืองฟ้าแดดสงยาง” ณ พระธาตุยาคู ตำบลหนองแปนอำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ จึงได้แวะเข้าไปเที่ยวชม เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นของงานนี้ คือ “ธุงใยแมงมุม” ที่ประดับประดาพื้นที่ของงานอย่างมากมาย มีคนเที่ยวชมงานเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ล้วนแวะเข้ามาถ่ายรูปกับบรรดาธุงใยแมงมุมหลากสี ที่แขวนตกแต่งอย่างสวยงาม

หากมองในอีกแง่มุม ธุงใยแมงมุม เป็นสัญลักษณ์ของความเชื่อเกี่ยวกับโชคลางของชาวอีสาน และประเทศอื่นๆ ในดินแดนอุษาคเนย์ ซึ่งมีความเชื่อพื้นฐานจากวัฒนธรรมของผี พราหมณ์และพุทธ ที่หลอมรวมเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของภูมิภาค

งานเทศกาลมาฆบูชา “มาฆปูรมี ทวารวดีมิ่งเหล้า” เมืองฟ้าแดดสงยาง ณ พระธาตุยาคู ตำบลหนองแปนอำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์

อุษาคเนย์ มีความเชื่อเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาอยู่มาก วัฒนธรรมราษฎร์หรือวัฒนธรรมหลวงล้วนได้รับอิทธิพลจากทั้งจีนและอินเดีย พุทธศาสนาจึงได้รับการผนวกเข้ากับศาสนาพรามหณ์และศาสนาผี อันเป็นความเชื่อของท้องถิ่น สังเกตได้จากประเพณีวัฒนธรรมที่สืบทอดกันต่อๆ มา แม้จะใช้ภาษาเรียกแตกต่างกัน แต่ประเพณีก็มีความคล้ายคลึงกัน เกี่ยวโยงกับช่วงเวลาสำคัญในห้วงเดียวกันอยู่มาก เช่น ประเพณีการเทศน์มหาชาติ มีทั้งในไทย กัมพูชา ลาวและพม่า นอกจากประเพณีดังกล่าวแล้ว เครื่องประกอบพิธีกรรมก็มีความคล้ายคลึงกัน เช่น ธรรมมาส ใบลานและธงชัย ซึ่งใช้ประกอบพิธีกรรมเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาและพิธีการสำคัญของผู้คนเสมอมา

ความหมาย

ธง เป็นภาษามาตรฐานในประเทศไทย ซึ่งภาคอีสานจะเรียกว่า ธุง ภาคเหนือ เรียกว่า ตุง ชาวไทยใหญ่ เรียกว่า ตำข่อน ประเทศพม่า เรียกว่า ตะขุ่น ประเทศลาว จะเรียกว่า ทง หรือ ทุง ซึ่งภาษาอีสานและภาษาลาวมีความคล้ายคลึงกัน ใช้คำว่า ธุง / ทุง ออกเสียงเหมือนกัน แต่ด้วยภาษาลาวไม่มี “ธ” ทำให้ใช้ “ท” เป็นตัวอักษรแทน “ธ” ซึ่งภาษาอีสานใช้พยัญชนะแบบไทย จึงใช้ “ธ” เป็นพยัญชนะเท่านั้น ในด้านความหมายและการออกเสียงถือได้ว่า ทั้งสองคำนี้ไม่มีความแตกต่างกัน

คำว่า ธง/ทุง/ตุง/ มาจากรากศัพท์เดียวกัน ในภาษาบาลีใช้คำว่า บาลี ธช ภาษาสันสกฤตใช้คำว่า ธฺวชฺ เมื่ออาณาจักรต่างๆ ในอุษาคเนย์รับมาใช้ จึงปรับเปลี่ยนไปตามความถนัดของการออกเสียงในท้องถิ่นของตนเอง

คติความเชื่อ

ธุง เป็นเครื่องประกอบพิธีกรรมสำคัญของชาวอีสานมาอย่างยาวนาน เชื่อกันว่าสามารถใช้ป้องกันสิ่งเลวร้ายหรือสิ่งไม่ดีที่มองไม่เห็น ภูตผีวิญญาณต่างๆ ที่จะมารบกวนงานบุญ หากเห็นธุงแล้วจะถอยออกไป พร้อมกันนั้น ยังเป็นการบอกกล่าวบวงสรวงเทพยดาในพื้นที่ว่ามีการทำบุญ และมีพิธีการสำคัญให้มาช่วยปกป้องคุ้มครอง

ธุงของอีสานนิยมทอเป็นผืนยาวๆ มีรูปสัตว์หรือรูปภาพต่างๆ ตามความเชื่อบนผืนธุง เช่น จระเข้ เสือ ตะขาบ นางเงือก เทวดา และอื่นๆ นอกจากนั้นยังมีการดัดแปลงวัสดุธรรมชาติอื่นมาเป็นธุงด้วย

ทั้งนี้ วิทยา วุฒิไธสง (2561) ได้แบ่งประเภทของธุงอีสาน 6 ประเภท ดังนี้

1) ธุงราว ทำจากผ้าหรือกระดาษอาจเป็นรูปสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม หรืออื่นๆ นำมาร้อยเรียงเป็นราวแขวนโยง

2) ธุงไชย เป็นเครื่องหมายของชัยชนะหรือสิริมงคลทอจากเส้นด้ายหรือเส้นไหมสลับสี บางครั้งใช้ไม้ไผ่คั่น นิยมใช้ลายประจำยาม ลายปราสาท ลายเครือเถา ลายสัตว์ ลายดอกไม้

3) ธุงสิบสองราศี นิยมทำด้วยกระดาษ ลักษณะของตุงสิบสองราศี มีรูปนักษัตรหรือสัตว์ สิบสองราศีในผืนเดียวกัน เชื่อว่าในครอบครัวหนึ่งอาจมีสมาชิกหลายคน แต่ละคนอาจมีการเกิดในปีต่างกัน หากมีการนำไปถวายเท่ากับว่าทุกคนในครอบครัวได้รับอานิสงค์จากการทานตุงเท่าๆ กัน ถือว่าเป็นการสุ่มทาน ใช้เป็นตุงบูชาเจดีย์ทรายในวันสงกรานต์

4) ธุงเจดีย์ทราย ใช้ปักประดับที่เจดีย์ทราย ทำจากกระดาษสีต่างๆ ให้หลากสี ตัดฉลุลายด้วยรูปทรงสวยงาม เมื่อได้ตุงนำมาร้อยกับเส้นด้าย ผูกติดกับกิ่งไม้หรือกิ่งไผ่ ปักไว้ที่เจดีย์ทรายในวัด ธุงตะขาบ ธุงจระเข้ เป็นผ้าผืนที่มีรูปจระเข้หรือตะขาบไว้ตรงกลาง เป็นสัญลักษณ์ในงานทอดกฐิน ใช้แห่นำขบวนไปทอดยังวัด บนความเชื่อเกี่ยวกับจ้าวแห่งสัตว์ในท้องถิ่นที่จะมาช่วยปกป้องคุ้มครอง ในงานบุญกุศลบางแห่งอาจมีรูปเสือที่เป็นเจ้าแห่งป่าร่วมด้วย

5) ธุงไส้หมู เป็นงานศิลปะประดิษฐ์ที่เกิดจากการตัดกระดาษสีหรือกระดาษแก้วสีต่างๆ เมื่อใช้กรรไกรตัดสลับกันเป็นลายฟันปลาจนถึงปลายสุด แล้วคลี่ออกและจับหงายจะเกิดเป็นพวงกระดาษสวยงาม นำไปผูกติดกับคันไม้ไผ่หรือแขวนในงานพิธีต่างๆ เช่น ตกแต่งปราสาทศพ ปักเจดีย์ทราย ประดับครัวทาน และอื่น ๆ

6) ธุงใยแมงมุม เป็นตุงที่ทำจากเส้นด้ายจากเส้นฝ้ายหรือเส้นไหม ผูกโยงกันคล้ายใยแมงมุม นิยมใช้แขวนตกแต่งไว้หน้าพระประธาน หรือโดยรอบในงานพิธีกรรม ในการปกป้องคุ้มครองคล้ายกับตุงไชย ซึ่งเป็นที่แพร่หลายในภาคอีสาน เช่น การประดับธุงใยแมงมุมของวัดไชยศรี งานบุญผะเหวดบ้านสาวะถี และการประดับในงานร่วมสมัย

ธุงใยแมงมุม เป็นตุงที่ทำจากเส้นด้ายจากเส้นฝ้ายหรือเส้นไหม ผูกโยงกันคล้ายใยแมงมุม นิยมใช้แขวนตกแต่งไว้หน้าพระประธาน หรือโดยรอบในงานพิธีกรรม ในการปกป้องภัยอันตราย

การถวายธุง ถือได้ว่าเป็นการสร้างบุญกุศล เมื่อถวายธุงแล้วจะได้บุญ จะได้เกาะชายผ้าธุงขึ้นสวรรค์ และอุทิศกุศลผลบุญให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว โดยการนำข้าวต้ม เงิน มาแขวนหางธุงเพื่ออุทิศให้กับคนตายหรือแขวนหางธุงเพื่อนำพาตนขึ้นสวรรค์  นอกจากนี้ยังเชื่อว่า การทานธุงในชาตินี้เพื่อเป็นอานิสงส์ในชาติหน้า เช่น ถ้าชาตินี้รูปร่างไม่สูง ชาติหน้าจะได้สูง และการถวายธุงทุกเดือนเมษายนในช่วงสงกรานต์ ยังเชื่อว่าจะทำให้ได้บุญ ได้ความงาม และความร่มเย็นเป็นสุข

การสร้างมูลค่าของธุงใยแมงมุมในภาคอีสาน

ปัจจุบันมีหลายพื้นที่ที่ได้นำวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่า จัดแสดงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นกับชุมชน ในงานมาฆปูรมี ณ พระธาตุยาคู ตำบลหนองแปน อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมีเอกลักษณ์อันโดดเด่น เป็น “ทะเลธุงใยแมงมุม” สีสันสดใสงดงาม ผูกเป็นธงยาวกับเสาไม้ไผ่ เรียงกันเป็นทางยาวสุดสายตา มีพระธาตุยาคูตั้งเป็นฉากสง่างามอยู่เบื้องหลัง

ธุงใยแมงมุมหลากสีเหล่านี้ สะท้อนความเชื่อของพื้นที่ในชุมชน โดยมีลักษณะสำคัญคือ ธุงใยแมงมุม ทำด้วยเส้นด้ายหรือเส้นไหมผูกคล้าย

งาน “ทะเลธุงใยแมงมุม” การทำให้วัฒนธรรมความเชื่อเป็นสินค้าทางวัฒนธรรมที่สร้างรายได้ให้คนในตำบลหนองแปน อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์

ใยแมงมุม ทั้งประเภทสี่ด้านหรือหกด้าน ทำมาจากเส้นไหมหรือเส้นด้ายที่มีหลากหลายสีสันมัดกับไม้ไผ่ที่เหลาแล้ว แต่จะกำหนดขนาด มัดและม้วนจนเป็นวงรอบคล้ายใยแมงมุมที่โยงไปโยงมา การที่แมงมุมมีใยนี่เองที่ชาวบ้านใช้แทนการเชื่อมโยงวิญญาณ บุญกุศล ไปสู่ภพหลังความตายได้ โดยเป้าหมายคือสวรรค์นั่นเอง เมื่อเสร็จแล้วก็นำมาร้อยเข้าด้วยกันกลายเป็นสายเดียวกันหรือตามรูปแบบต่างๆ ที่ออกแบบให้สวยงาม แล้วนำไปตกแต่งมณฑลพิธีหรือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์

พร้อมกันนั้น ธุงใยแมงมุม ยังสะท้อนความเชื่อหลายอย่างด้วยกัน ทั้งตำนาน เรื่อง พระยาคันคาก เมื่อครั้งไปปราบพระยาแถนที่ไม่ยอมให้ฝนแก่โลกมนุษย์ ทำให้พระยาคันคากต้องไปรบ คราวนั้นได้รับความร่วมมือจากบริวารที่เป็นสัตว์มากมายที่ช่วยสร้างถนนเชื่อมโยงจากโลกไปสวรรค์ ดินแดนแห่งพระยาแถน สัตว์ที่ว่ามีแมงมุมร่วมด้วย ที่ชักใยและเชื่อมโยงให้ถนนร่วมกับสัตว์อื่นๆ สร้างจนถึงสวรรค์แดนพระยาแถนได้ และคราวนั้น พระคันคากก็ต่อสู้ชนะ หรือการเดินทางเข้าป่าของพระเวสสันดร นางมัทรี กัณหาและชาลี ที่ต้องเดินเข้าป่าหิมพานต์ ซึ่งพระเวสสันดรได้ออกบวชบำเพ็ญทานบารมีก่อนเสวยชาติเป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

รวมถึงเป็นกุศโลบาย หมายถึง สายใยนำสู่พระธรรม เป็นบุญเป็นกุศลให้คนที่ประดิษฐ์ธุงแมงมุมถวายเป็นพุทธบูชา ได้ยึดเกาะสายใยนี้สู่ภพแห่งพระศรีอริยเมตไตรยหรือสู่นิพพาน

การที่ชาวบ้านในอำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ร่วมกันทำธุงใยแมงมุม เป็นการสะท้อนความเชื่อในการป้องกันสิ่งอัปมงคลไม่ให้เกิดขึ้นในงาน เมื่อหลอมรวมจากหลายพื้นที่เป็นทะเลธุงใยแมงมุม จึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ให้คนไปเที่ยวชมและสร้างรายได้ให้กับชุมชนผ่านความเชื่อของท้องถิ่น
ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า วัฒนธรรมและประเพณีไม่ใช่เพียงความเชื่อเท่านั้น หากแต่มีรากความคิดของการกระทำต่างๆ เป็นมรดกที่ทรงคุณค่า สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้สืบทอดไปพร้อมกันด้วย

การสร้างมูลค่าของธุงใยแมงมุมในภาคอีสาน โดยเฉพาะในงานมาฆปูรมี ณ พระธาตุยาคู ตำบลหนองแปน อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ สะท้อนให้เราเห็นว่าพื้นที่ทางวัฒนธรรม ตลอดจนความเชื่อของท้องถิ่น สามารถสร้างมูลค่าให้กับชุมชนและท้องถิ่นได้ หากเราเห็นคุณค่าและตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาต่อยอด วัฒนธรรมเหล่านี้จึงไม่ใช่เพียงความเชื่อที่งมงาย แต่เป็นมรดกทางความคิดที่ทรงคุณค่าและมาจากภูมิปัญญาของท้องถิ่นอย่างแท้จริง

เอกสารอ้างอิง

กิตติ์ธนัตถ์ ญาณพิสิษฐ์. (17 มิถุนายน 2550). ลายแมงมุม เชื่อมโยงชีวิตโลก สู่สวรรคาลัย. เรียกใช้เมื่อ 31 มีนาคม 2562 จากhttps://www.gotoknow.org/posts/104086

ประทับใจ สิกขา. (2555). ธุงอีสาน. อุบลราชธานี: ศิริธรรมออฟเซ็ท.

วิทยา วุฒิไธสง. (26 มีนาคม 2561). ศูนย์วัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น. เข้าถึงได้จาก ตุง: http://cac.kku.ac.th/?p=5048

ภาณุพงศ์ ธงศรี

ภาณุพงศ์ ธงศรี นิสิตคณะศึกษาศาสตร์ ปี 4 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ผู้สนใจและชื่นชอบวรรณกรรมอีสาน การวิจารณ์วรรณกรรม การเมือง รวมถึงศิลปวัฒนธรรมอีสาน