“ความหวังหลังเลือกตั้ง”


โดย หทัยรัตน์ พหลทัพ ผู้สื่อข่าวพิเศษเดอะอีสานเรคคอร์ด

ขอนแก่น – แดดระอุกลางเดือนมีนาคม ชายวัยกลางคนเกษตรกรชาวอุบลรัตน์ “กังวาน โยธิกา” พาเดอะอีสานเรคคอร์ดไปดูซากต้นอ้อยกว่า 5 ไร่ ที่เหลือเพียงตอซัง

กังวาน โยธิกา เกษตรกร อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น

“ผมต้องเผาทิ้ง เพราะอ้อยไม่เป็นราคา ถ้าจ้างตัดก็ไม่คุ้ม เขารับซื้อแค่ตันละ 500 บาท แต่ก่อนตันละเกือบหนึ่งพันบาท ผมจำใจต้องเผาและจะไถกลบเร็วๆ นี้” กังวานอธิบายถึงปัญหาของเกษตรกรเมื่อต้องเผชิญกับภาวะตกต่ำของราคาสินค้าเกษตร

แม้เขาจะเล่าไปยิ้มไป แต่หากมองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น จะพบมีความเศร้าซุกเก็บไว้กลบเกลื่อนด้วยกับริ้วหางตาของชายวัย 55 ปี

“เราจะออกไปเรียกร้องอะไรก็ไม่ได้ รัฐบาลไม่ฟัง ก็ได้แต่หวังว่ารัฐบาลที่เป็นตัวแทน ที่เราเลือกเข้าไปเองกับมือ จะมาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้” เป็นความหวังของเกษตรกรผู้นี้ที่อยู่กับอาชีพนี้มาตลอดชีวิต

กังวานเคยเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยที่บริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ระหว่างเกิดเหตุการณ์ทางการเมืองเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เขาเป็นหนึ่งในผู้ชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปช.) บริเวณถนนราชปรารภ

แม้เขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่การสลายการชุมนุมก็ทำให้เขาสูญเสียรถจักรยานไปหนึ่งคัน

“ผมเกือบเอาตัวไม่รอด แต่ก็หนีทัน ผมเห็นกับตาว่า เจ้าหน้าที่ยิงจักรยานผมและยิงพวกเรา” เขากล่าวพร้อมเสียงเกรี้ยวโกรธ

กังวานเป็นหนึ่งในผู้ร่วมชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปช.) ช่วงเหตุการณ์ทางการเมืองปี 2553

เดอะอีสานเรคคอร์ดถามว่า “จะรับได้ไหม ถ้ารัฐบาลทหารได้รับเลือกตั้ง แล้วกลับมาบริหารประเทศอีก”

กังวานนิ่งคิดราวสิบวินาที พลางถอนหายใจก่อนตอบว่า “ผมก็คงผิดหวัง แต่จะทำยังไง พวกเราก็คงต้องยอมรับและอดทนจนกว่ารัฐบาลที่เราเลือกจะกลับมามีอำนาจ แก้ปัญหาให้พวกเราอีก”

จำรัส ลุมมา ประธานสมาพันธ์เกษตรกรเชียงใหม่-ลำพูน

ไม่เพียงแต่ “กังวาน” เท่านั้นที่มีความหวังกับการเลือกตั้ง “จำรัส ลุมมา” ประธานสมาพันธ์เกษตรกรเชียงใหม่-ลำพูน หวังเช่นกันว่า รัฐบาลชุดใหม่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาพืชผลตกต่ำ

“ตั้งแต่รัฐบาลนี้เข้ามา ผมไม่เคยเห็นเขาแก้ไขปัญหาอะไรเลย ตรงกันข้ามผมกลับมีหนี้สินเพิ่มขึ้น ในสมัยรัฐบาลเลือกตั้งผมเกือบจะจ่ายงวดค่ารถไถที่กู้เงินจากธนาคารหมด แต่ตอนนี้ต้องขายที่ดินมาจ่ายค่ารถไถ เพราะผลผลิตจากการเกษตรไม่พอจ่ายค่างวด ตอนนี้ข้าวตันละ 6 พันบาทเท่านั้น จากแต่ก่อนเราเคยได้ตันละ 15,000 บาท” จำรัสโอดครวญถึงปัญหาที่ต้องเผชิญมากว่า 5 ปี

ครั้งหนึ่งเขาเคยรวมตัวกับเพื่อนบ้านเกษตรกรออกไปเรียกร้องให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แก้ไขปัญหา แต่กลับถูกห้ามเคลื่อนไหวและหลังจากนั้นก็มักจะมีทหารเดินทางมาบ้านและคอยจับตาดูว่าพวกเขาจะเคลื่อนไหวอย่างไร

หลังการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 แกนนำกลุ่มเกษตรกรและแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ทั้งภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ถูกเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจจับตาอย่างใกล้ชิด

บางคนถูกนำตัวไปปรับทัศนคติในค่ายทหารนานกว่า 30 วัน บางคนต้องรายงานตัวที่ค่ายทหารทุก 7 วัน นานกว่า 3 ปี

พิชิต ตามูล หรือ “ดาบชิต” หนึ่งในแกนนำกลุ่ม นปช.เชียงใหม่

พิชิต ตามูล หรือ “ดาบชิต” หนึ่งในแกนนำกลุ่ม นปช.เชียงใหม่ บอกเดอะอีสานเรคคอร์คว่า เขาถูกปรับทัศนคติทั้งหมด 4 ครั้ง ครั้งแรกถูกทหารนำตัวไปกักบริเวณที่ค่ายขุนเณร จ.เชียงใหม่ นานถึง 7 วัน หลังจากนั้นก็ถูกนำตัวไปค่ายทหารอีก 3 ครั้ง

“ทุกครั้งที่ถูกปรับทัศนคติ เจ้าหน้าที่มักจะบอกผมให้หยุดเคลื่อนไหว หยุดชุมนุมเกิน 5 คน หยุดพบปะกลุ่มคนเสื้อแดง แต่พวกเราก็ทำไม่ได้ เพราะพวกเราเดือดร้อน ต้องปรึกษาหารือกันบ้าง แต่กลุ่มเล็กลง” พิชิตอธิบาย

“ผมหวังว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ จะทำให้พวกเรากลับมารวมตัวกันได้เหมือนเดิม เพราะปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาของชาวบ้านยังไม่ถูกแก้ไข ผมก็หวังว่า ประชาธิปไตยจะกลับมาพร้อมกับการเลือกตั้ง” แกนนำกลุ่ม นปช.เชียงใหม่ กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

กรณีคนที่เสื้อแดงที่ภาคเหนือจึงไม่แตกต่างจากการเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช.ในภาคอีสาน ที่เจ้าหน้าที่มักลงพื้นที่ตรวจตราการเคลื่อนไหวของชาวบ้านอยู่บ่อยครั้ง

อานนท์ แสนน่าน แกนนำสมัชชาหมู่บ้านเสื้อแดงเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย

เดอะอีสานเรคคอร์ดลงพื้นที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ที่เคยเป็นศูนย์ประสานงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรในนามหมู่บ้านเสื้อแดง

แต่หลังรัฐประหาร 2557 พวกเขาต้องเปลี่ยนชื่อมาเป็น “หมู่บ้านเพื่อประชาธิปไตย” และปรับเปลี่ยนวิธีการสื่อสารความเดือดร้อนของเพื่อนเกษตรกรด้วยการติดต่อกันทางโซเชียลมีเดียและหันมาจับกลุ่มกันส่งเสริมอาชีพ เช่น เลี้ยงปลา เลี้ยงกบและปลูกเห็ด และต่อมาได้ตั้งชื่อหมู่บ้านว่า “หมู่บ้านเห็ด” เพราะการปลูกเห็ดประสบความสำเร็จกว่าอาชีพอื่น

“ตอนนี้มีหมู่บ้านเสื้อแดงที่เปลี่ยนชื่อมาเป็นหมู่บ้านเห็ดกว่า 29,000 หมู่บ้านทั่วประเทศ ส่วนใหญ่อยู่ภาคอีสานและภาคเหนือ มี 9 จังหวัดในภาคใต้ ซึ่งเราก็หวังว่า หลังการเลือกตั้งจะขยายเครือข่ายออกไปเพื่อให้ครอบคลุมทุกจังหวัดและหวังว่า ประชาธิปไตยจะกลับคืนมา” อานนท์ แสนน่าน แกนนำสมัชชาหมู่บ้านเสื้อแดงเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย กล่าว

การเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคมนี้จึงไม่เพียงสร้างความหวังให้กับเกษตรกรเท่านั้น แต่ยังสร้างความหวังให้กลุ่มการเมืองรากหญ้าได้กลับมาเคลื่อนไหวอย่างมีเสรีภาพอีกครั้ง