พท. ปราศรัยย่อย ขอนแก่น เผยจะเปลี่ยนอีสานให้รวย ส.ส.เขตลุ้นเสียงวัยรุ่นจะสนับสนุนหรือไม่


ขอนแก่น – เสียงดนตรีร็อคประกอบเพลง “พรรคเพื่อไทย หัวใจเพื่อเธอ” เพลงหาเสียงของพรรคเพื่อไทยดังสนั่นไปทั่วลานกว้างในหมู่บ้านสงเปือย ต.บึงเนียม อ.เมือง จ.ขอนแก่น พื้นที่ที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่น เขต 2

ประชาชนผู้สนับสนุนพรรคกว่า 5,000 คน ต่างปรบมือและลุกขึ้นเต้นตามจังหวะเพลงระหว่างรอผู้สมัคร ส.ส. ในเขตและคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายกรัฐมนตรีในบัญชีของพรรคเพื่อไทยขึ้นเวทีปราศรัย เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา

“แม่มาที่นี่ วันนี้ เพราะแม่รักพรรคเพื่อไทย” มยุรี ชุมวงศ์ อายุ 45 ปี ชาวนาและชาวสวนดอกไม้จากหมู่บ้านศิลา ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น

ผ่านมาเกือบ 5 ปีที่กิจกรรมการเมืองไทยอยู่ภายใต้อำนาจรัฐบาลทหาร แต่พรรคเพื่อไทยยังคงได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในภาคอีสานอยู่ แม้ว่าการปราศรัยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (1 มี.ค. 2562) ผู้สนับสนุนพรรคส่วนมากจะอยู่ในวัยกลางคนค่อนไปถึงผู้สูงอายุ โดยภาพของคนหนุ่มสาว โดยเฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกไม่ค่อยปรากฏในการหาเสียงครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม สำหรับพรรคเพื่อไทยแล้ว ปรากฎการณ์ผู้สนับสนุนพรรคกว่า 5,000 คน ที่ร่วมฟังปราศรัยครั้งนี้ ถือเป็นตัวบ่งบอกได้ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคเพื่อไทยจะได้รับชัยชนะในภาคอีสานอย่างแน่นอน

ยังไงก็พรรคเพื่อไทย

มยุรีคือหนึ่งในผู้คนกว่า 5,000 คน ที่ตั้งใจมาฟังการปราศรัยของพรรคเพื่อไทย เพราะชอบในนโยบายเศรษฐกิจ โดยเฉพาะนโยบายเพิ่มราคาผลิตทางการเกษตรของพรรคเพื่อไทย ที่ทำให้ตัวเธอมีรายได้จากการขายข้าวและขายดอกไม้เพิ่มขึ้น

“มาที่นี้เพราะว่ารักพรรคนี้ มาด้วยใจไม่มีใครจ้าง มาเกือบทั้งครอบครัว” มยุรีกล่าว “พรรคนี้ทำให้แม่มีเงินไว้ใช้จ่าย แม่รักเขา เลือกตั้งครั้งนี้แม่จะเลือกพรรคนี้เหมือนเดิม”

การเลือกตั้งครั้งนี้ ถึงแม้ทุกพรรค แม้กระทั่งพรรคของรัฐบาลอย่างพรรคพลังประชารัฐ จะเสนอนโยบายคล้ายกับนโยบายของพรรคเพื่อไทย มยุรีก็ยังจะเลือกพรรคเพื่อไทย เพราะพรรคนี้เคยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและช่วยเหลือคนยากจนและเกษตรกรเหมือนตัวเธอได้สำเร็จมาแล้วในอดีต

“คนแถวบ้านก็เลือกพรรคเพื่อไทย นโยบายพรรคเพื่อไทย พูดแล้วทำได้จริง” มยุรีกล่าว

มยุรี ชุมวงศ์ อายุ 45 ปีชาวสวนดอกไม้ในหมู่บ้านศิลา ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่นกล่าวว่า “พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับเรื่องปากท้องของประชาชนคนรากหญ้าพรรคนี้ทำให้แม่มีเงินไว้ใช้จ่าย” (ภาพโดย วิศรุต แสนคำ)

สกุล สำราญบำรุง อายุ 67 ปี ชาวบ้านหนองกุง กล่าวว่า เธอชอบพรรคเพื่อไทยก็เพราะนโยบายเศรษฐกิจที่ช่วยเหลือเกษตรกร คนรากหญ้าอย่าง เธอชอบนโยบายจำนำข้าว เพราะเป็นนโยบายที่ทำให้ชาวนานำข้าวไปจำนำกับรัฐบาลแล้วได้ราคาที่สูง ทำให้ตัวเธอและครอบครัวมีเงินไว้ใช้จ่ายในครัวเรือน

“อยากให้พรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาลอีก เพราะจะทำให้เรามีเงินในกระเป๋าเพิ่ม”

ผู้คนกว่า 5,000 คน ร่วมฟังพรรคเพื่อไทยปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่น เขต 2 ที่บริเวณลานกว้างในชุมชนบ้านสงเปือย ต.บึงเนียม อ.เมือง จ.ขอนแก่น (ภาพโดย วิศรุต แสนคำ)

นอกจากนโยบายเศรษฐกิจที่ช่วยเหลือเกษตรกรแล้ว นโยบายของพรรคเพื่อไทยที่สกุลชื่นชอบคือ นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค เพราะสกุลได้เข้ารับการผ่าตัดอาการปวดจากกระดูกทับเส้นประสาท โดยเสียค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดและการรักษาพยาบาลเพียงแค่ 30 บาท ซึ่งราคาถูกมาก จนทำให้เธอหายจากอาการปวด

คล้ายกับ อิ่ม ศรีหวาด อายุ 61 ปี ชาวนาบ้านกระนวน ต.กระนวน อ.ซำสูง จ.ขอนแก่น ที่เล่าว่า ตัวเขาชอบนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค เพราะนโยบายนี้ทำให้เขาได้มีสิทธิ์เข้ารักษาโรคต้อกระจก โรคที่ตัวเขาเคยคิดว่าในชีวิตนี้อาจจะไม่ได้รักษา เพราะค่ารักษาโรคนี้ต้องใช้เงินจำนวนมาก ซึ่งตัวเขาคงไม่มีเงินจำนวนนั้นไปรักษาโรคนี้

“นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค เป็นนโยบายที่ทำให้ผมรักพรรคเพื่อไทยมาก”

ประชาชนที่ร่วมฟังการปราศรัยต่างพากันลุกขึ้นเต้นตามจังหวะเพลง “พรรคเพื่อไทย หัวใจเพื่อเธอ” เพลงหาเสียงของพรรคเพื่อไทย พิธาน ทรงกัมพล หรือ แป๊ะ บางสนาม นักร้องและนักแต่งเพลงที่เข้ารวมงาน กล่าวว่าเขาแต่งเพลงนี้ขึ้นจากประสบการณ์ที่เห็นการบริหารงานของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยตั้งแต่ยุคไทยรักไทยในอดีต โดยเฉพาะผลงานการบริหารงานด้านเศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาความยากจนให้ประชาชนได้ประสบความสำเร็จ (ภาพโดย วิศรุต แสนคำ)

เปลี่ยนอีสานให้ร่ำรวย

นอกจากการปราศรัยหาเสียงชูนโยบายแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจแบบเร่งด่วนให้คนอีสาน โดยเฉพาะการเพิ่มราคาสินค้าเกษตร ปัญหาหนี้สินเกษตรกร โดยเสนอนโยบายพักชำระหนี้ เป็นต้น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) หนึ่งในแกนนำพรรคเพื่อไทยที่ขึ้นปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัคร สส. เขต 2 ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ยังพูดถึงแนวคิดการเปลี่ยนอีสานให้เป็นสังคมที่ร่ำรวยด้วย

“เราจะเปลี่ยนภาคอีสานจากแผ่นดินที่แร้นแค้น ยากไร้ คนเป็นหนี้ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง” สุดารัตน์กล่าว

เธอกล่าวอีกว่า อีสานมีพื้นที่ที่อาจจะสร้างรายได้ให้กับคนอีสานได้ ปัจจุบันนอกจากอีสานจะเป็นแหล่งผลิตข้าวที่อร่อยที่สุดในโลกและมีผลิตผลทางการเกษตรหลายอย่างที่มีคุณภาพ แต่ทำไมคนอีสาน โดยเฉพาะเกษตรกรยังยากจน เป็นหนี้สิน

“เราเปลี่ยนจากการทำ ยิ่งทำยิ่งเป็นหนี้ ยิ่งจน เปลี่ยนเป็นการทำที่ได้เงินมากขึ้น นี่เป้าหมายของพรรคเพื่อไทย” สุดารัตน์ย้ำ

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) ระหว่างปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่น เขต 2 พรรคเพื่อไทย (ภาพโดย วิศรุต แสนคำ)

สุดารัตน์อธิบายว่า พรรคเพื่อไทยจะใช้ศักยภาพของอีสานเรื่องพื้นที่เพาะปลูก เป็นแหล่งผลิตอาหารสุขภาพ อาหารปลอดภัยขายให้คนทั่งโลก มีนโยบายกองทุนปรับเปลี่ยนหน้าดิน เพิ่มพื้นที่การเพาะปลูกอาหารปลอดภัย รวมถึงผลิตอาหารสุขภาพ

“หากพรรคได้เป็นรัฐบาล ตั้งเป้าหมายไว้ว่า ภายใน 4 ปี ภาคอีสานต้องเป็นแหล่งผลิตอาหารปลอดภัยส่งขายทั่วโลก” สุดารัตน์กล่าว

เดาได้ยากว่า เพื่อไทยจะชนะในขอนแก่นหรือไม่

จักริน พัฒน์ดำรงจิตร อดีต ส.ส. ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย 4 สมัย หนึ่งในผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่มีคนร่วมฟังพรรคเพื่อไทยปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัครขอนแก่นหลายพันคนนั้นสะท้อนว่า คนในเขตเลือกตั้งนี้มีความตื่นเต้นทางการเมือง ประกอบกับหลายคนในเขตนี้ประกอบอาชีพเป็นเกษตรกร จึงอยากมาร่วมฟังการแถลงนโยบายเศรษฐกิจและนโยบายด้านการเกษตรของพรรคเพื่อไทย พรรคที่คนในเขตนี้เลือกมาตลอด

จักรินกล่าวอีกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า พรรคเพื่อไทยจะชนะอย่างถลุมทลายเหมือนครั้งก่อนหรือไม่ เพราะว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกในเขตจังหวัดขอนแก่นจำนวนมาก ซึ่งสำหรับตน คนรุ่นใหม่มีความคิดเป็นของตัวเอง ไม่สามารถประเมินได้ว่าเขาจะเลือกพรรคไหน

จักริน พัฒน์ดำรงจิตร อดีต ส.ส. ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย 4 สมัย หนึ่งในผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย (ภาพโดย วิศรุต แสนคำ)

การเลือกตั้งครั้งนี้นับว่าเป็นครั้งแรกของคนรุ่นใหม่กว่า 5 ล้านคน จะได้ออกไปใช้สิทธิใช้เสียงลงคะแนนให้กับพรรคการเมือง แต่เนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้ไม่เคยออกเสียงเลือกตั้งมาก่อน จึงค่อนข้างยากที่จะทำนายว่าคนรุ่นใหม่ส่วนมากจะเลือกพรรคอะไร

“คิดว่าจะชนะหรือไม่ ไม่รู้ ไม่สามารถคาดการณ์ได้ แต่อยากเชิญชวนให้คนไปเลือกตั้งให้มากที่สุด จะเลือกใครก็แล้วแต่ ภายใต้การปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตยมา 4 – 5 ปี ผมคิดว่าพี่น้องคงรู้ว่าจะเลือกพรรคไหนเข้าไปเป็นรัฐบาล” จักรินกล่าว

อย่างไรก็ตาม สำหรับกลุ่มผู้ออกเสียง พท. ยังคาดหวังกับคนเสื้อแดงในภาคอีสาน แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีข่าวว่าเพื่อไทยกับคนเสื้อแเดงแตกแยกกัน แต่ อดิศร เพียงเกษ อดีต ส.ส. ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) อธิบายว่าไม่เป็นความจริง แต่ตนคิดว่าข่าวเสื้อแดงแตกแยกมาจากกรณีที่คนเสื้อแดงบางคนไม่ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้สมัคร ส.ส. เขตในบางพื้นที่ ทำให้คนตั้งคำถามว่าเพื่อไทยทิ้งคนเสื้อแดงอีสานหรือไม่ แต่ในความเป็นจริงมันเกิดจากจำนวน ส.ส. เขตที่ถูกปรับเปลี่ยนให้ลดลงจากกฎหมายเลือกตั้งล่าสุดต่างหาก  

“คนเสื้อแดง เป็นแล้วเป็นเลย ลาออกไม่ได้ เป็นจนตาย ยกเว้นคนทรยศบางคน” อดิศรกล่าว

อดิศรมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยชนะแน่นอน สะท้อนจากการที่คนอีสานไม่ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย และร่างรัฐธรรมนูญของรัฐบาล คสช. ที่รัฐประหารยึดอำนาจมาเป็นรัฐบาล

“ปรากฏการณ์นี้มันสะท้อนความคิดของคนอีสานว่า รัฐบาลหรือกฎหมายที่ไม่ได้มาจากประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย คนอีสานไม่เลือก” อดิศรกล่าว

ในขณะเดียวกันสุดารัตน์วิเคราะห์ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อไทยชนะการเลือกตั้งและได้จัดตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยแน่นอน เพราะประชาชนรู้ว่ารัฐบาลในอนาคตต้องมาจากกติกาประชาธิปไตยที่เท่าเทียมและเป็นธรรม ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ สังคมก็รู้ว่ามีบางพรรคการเมืองได้เปรียบในกติกาการเลือกตั้งที่กำหนดโดยรัฐบาลทหาร คสช. ซึ่งเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองที่สนับสนุน คสช. บริหารประเทศต่อ

“โดยเฉพาะกรณี ส.ว. 250 คน ที่แต่งตั้งโดยคสช. สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีได้ ซึ่งถือเป็นกติกาการเลือกตั้งที่ไม่เท่าเทียมและเป็นธรรมประชาชนคงไม่ยอมรับ” สุดารัตน์กล่าว

ในกรณีที่รัฐบาล คสช. ในนามพรรคพลังประชารัฐได้เป็นรัฐบาล มีพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป สุดารัตน์เชื่อว่า รัฐบาลนี้ก็ไม่สามารถทนแรงกดดันในสภาผู้แทนราษฏรได้ เพราะจะต้องสละกฎหมายพิเศษที่ให้อำนาจรัฐบาลทำอะไรก็ได้เต็มที่

“หลังจากเลือกตั้งผ่านไป จะมีฝ่ายค้านเต็มสภาฯ” สุดารัตน์กล่าว “ก็อยากให้จะเขาลองดูว่าจะเป็นอย่างไร”