“จำนงค์”เสียนิ้วเพราะแผลถลอกคาดเหตุจากยาฆ่าหญ้า

โดย พนมวรรณ คาดพันโน

ยโสธร – คนขับรถแท็กซี่ซึ่งกลับไปอยู่บ้านในทุ่งนาต้องถูกตัดนิ้วมือเพราะนิ้วเป็นแผลจากการข่วนกับตอหญ้าแล้วลุกลาม ทำให้ยังไม่สามารถใช้มือขวาได้ และต้องสูญเสียทรัพย์สินกว่าแสนบาท คาดสาเหตุมาจากพื้นที่ใกล้เคียงใช้ยาฆ่าหญ้า  

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2561 ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองหมี (รพ.สต.หนองหมี) อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร เดอะอีสานเรคคอร์ดพูดคุยกับนายจำนงค์ วงษ์ศรีแก้ว อายุ 56 ปี ผู้ป่วยของรพ.สต.หนองหมี ที่ถูกตัดนิ้วมือกลางข้างขวาเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 โดยนายจำนงค์ต้องมาทำความสะอาดแผลที่รพ.สต.หนองหมี ทุกวัน

นายจำนงค์ วงษ์ศรีแก้ว ชาวบ้านหนองแคน หมู่ 3 ตำบลหนองหมี อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร ผู้สูญเสียนิ้วมือจากการเป็นแผลถลอก เป็นเหตุทำให้สูญเงินร่วมแสนบาท และทำงานหาเงินไม่ได้

นายจำนงค์ย้อนเหตุการณ์กลับไปถึงช่วงก่อนถูกตัดนิ้ว 4 วันว่า เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 16 กรกฎาคม 2561 ได้ไปตัดหญ้าในที่นาของตัวเอง โดยใช้เครื่องตัดหญ้าแล้วโกยหญ้าเพื่อนำไปเลี้ยงวัว ขณะโกยหญ้านิ้วกลางข้างขวาถูกตอหญ้าข่วนที่บริเวณโคนเล็บทำให้ผิวหนังเป็นแผลคล้ายรอยถลอก ตนเห็นว่าเป็นแผลเล็กจึงไม่ได้ไปทำแผล แต่ไปดำนาและถอนต้นกล้าต่อ ช่วงบ่ายรู้สึกปวดร้อนบริเวณแผลอย่างมากจึงไปที่ รพ.สต.หนองหมีเพื่อทำแผลและขอยาแก้ปวด โดยเจ้าหน้าที่ให้แอลกอฮอล์ น้ำเกลือ และสำลี มาล้างแผลเอง

นายจำนงค์เล่าอีกว่า เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2561 แผลที่นิ้วบวมและปวด ตนจึงได้ใช้เข็มเจาะและบีบแผล ปรากฎว่ามีเลือดสีแดงคล้ำไหลออกมาเต็มสำลีก้อนเล็ก 2 ก้อน จากนั้นจึงใช้น้ำเกลือล้างแผล และเช็ดด้วยแอลกอฮอล์ แต่ยังไม่ได้ไปโรงพยาบาลเพราะติดธุระต้องนำรถแท็กซี่ไปขาย

ต่อมาวันที่ 18 กรกฎาคม 2561 แผลยังบวมและปวดอยู่ นายจำนงค์จึงไปหาเจ้าหน้าที่ที่ รพ.สต.หนองหมีอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ส่งตัวไปยังโรงพยาบาลกุดชุมซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำอำเภอ แพทย์บอกว่าต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่นายจำนงค์ขอกลับบ้านจึงได้ยาแก้ปวดมากิน

“หมอบอกว่าถ้าไม่ดีขึ้นให้รีบกลับมาหาหมอ”

วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 ซึ่งเป็นวันที่ต้องสูญเสียนิ้วมือ ช่วงเช้านายจำนงค์ปวดนิ้วที่ยังบวมแดงอยู่อย่างมาก ต่อมาในช่วงบ่ายเขาจึงตัดสินใจกลับไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลกุดชุม

“หมอบอกว่านิ้วเป็นแผลแบบนี้ ต้องตัดนิ้ว”

แพทย์โรงพยาบาลกุดชุมไม่ได้อธิบายแผลของนายจำนงค์เกิดจากโรคอะไร และได้ส่งตัวนายจำนงค์ไปที่โรงพยาบาลยโสธรซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัด โดยเมื่อเวลา 20.00 น. แพทย์ได้ตัดนิ้วมือข้อแรกบริเวณเล็บที่ถูกหญ้าบาดออกไป

นายจำนงค์พักรักษาอาการที่โรงพยาบาลยโสธรนาน 7 วัน แล้วกลับมาพักฟื้นต่อที่บ้าน โดยไปทำแผลที่ รพ.สต.หนองหมี อีก 6 วัน

แม้ชายผู้นี้จะถูกตัดนิ้วกลางไปแล้ว 1 ข้อ แต่แผลยังลุกลาม ปวด และบวมแดงไปถึงโคนนิ้ว เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2561 นายจำนงค์ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลกุดชุมอีกครั้ง แพทย์ส่งตัวเขาไปที่โรงพยาบาลยโสธร แพทย์ที่โรงพยาบาลยโสธรตัดนิ้วกลางจนถึงโคนนิ้ว และให้นายจำนงค์นอนพักที่โรงพยาบาลยโสธร 2 วันจึงให้กลับบ้านได้

จากวันที่ถูกตัดนิ้วครั้งแรก (19 ก.ค. 61) นายจำนงค์ต้องไปทำแผลที่ รพ.สต.หนองหมีทุกวันจนถึงวันนี้ (22 ก.ย. 61) รวมเวลาแล้วกว่า 2 เดือน

หมดทรัพย์สินร่วมแสนบาท

นายจำนงค์มีอาชีพขับรถแท็กซี่ที่กรุงเทพฯ มีรายได้เดือนละ 2-3 หมื่นกว่าบาท เขาขับแท็กซี่มาประมาณ 10 ปี หลังปีใหม่ปี 2561 นายจำนงค์เลิกขับรถแท็กซี่เพราะรถคันที่ใช้อยู่มีอายุงาน 9 ปีมากกว่าที่กฏหมายกำหนดให้เป็นรถแท็กซี่ นายจำนงค์จึงกลับมาอยู่บ้านและขายรถแท็กซี่ ระหว่างนี้เขาทำงานรับจ้างทำงานก่อสร้างมีรายได้วันละ 300-400 บาท ส่วนที่นา 19 ไร่ ภรรยากับลูกชายคนโตช่วยกันทำนาเพื่อเอาข้าวไว้กินเอง ข้าวที่เหลือนำไปขายได้เงินปีละไม่เกิน 1 หมื่นบาท พอดีกับค่าปุ๋ยที่ใช้ในนา ช่วงที่นายจำนงค์ป่วยต้องเทียวไปโรงพยาบาล ภรรยาต้องไปเฝ้าไข้ ทำให้ต้องจ้างคนมาทำนา

นายจำนงค์มีลูกชาย 4 คน สามคนแรกโตเป็นผู้ใหญ่แล้วเหลือแต่ลูกคนเล็กอายุ 9 ปีที่ต้องเลี้ยงดู ลูกคนโตกับคนเล็กอยู่ที่บ้าน ส่วนลูกคนกลางอีกสองคนไปทำงานที่กรุงเทพฯ

นายจำนงค์เล่าว่า การสูญเสียนิ้วกลางทำให้ชีวิตของตนและครอบครัวประสบความลำบากอย่างมาก ตนถนัดมือขวา แต่เวลานี้ไม่สามารถกำมือขวาได้ ตนจึงทำงานไม่ได้

“แม้แต่ตอนกินข้าวยังต้องให้ลูกเมียปั้นข้าวเหนียวให้”

ชายที่สูญเสียนิ้วกลางผู้นี้เล่าอีกว่า ตนเป็นคนหารายได้หลักของครอบครัวแต่ตอนนี้ทำงานไม่ได้ ช่วงที่เจ็บป่วยและต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ตนหมดเงินไปกับค่าเหมารถและค่าอยู่กินหมดเกือบ 60,000 บาท ตนยังต้องจ้างคนมาดำนาเสียค่าจ้างไปกว่า 20,000 บาท

“เงินที่เพิ่งขายรถแท็กซี่ได้ 80,000 บาท หมดเกลี้ยง”

อดีตคนขับรถแท็กซี่ผู้นี้กล่าวอีกว่า ถึงวันนี้ตนยังทำงานหาเงินไม่ได้ หาอยู่หากินก็ไม่ได้

“เดิมเคยไปตกเบ็ดก็ทำไม่ได้ ต้องซื้ออาหารกิน”

แม้ทำงานไม่ได้แต่ค่าใช้จ่ายประจำก็ยังมีเหมือนเดิม นายจำนงค์บอกว่า มีค่างวดรถมอเตอร์ไซด์ ค่าน้ำมันรถ ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายจิปาถะ รวมแล้วเดือนละไม่ต่ำกว่าหมื่นบาท ทำให้ตนต้องขายสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาทได้เงินมา 18,000 บาทเพื่อมาใช้จ่ายในครอบครัว

“ตอนนี้เงินใกล้หมดแล้ว ทำให้ผมเครียดมาก ไม่รู้จะทำอย่างไร อยากไปลงทะเบียนคนพิการเผื่อจะมีเงินพิการมาจุนเจือครอบครัวบ้าง” นายจำนงค์กล่าวและว่า “ใบขับขี่รถ [แท็กซี่] ก็จะหมดอายุปีหน้า ถ้ามือยังเป็นแบบนี้คงขับรถไม่สะดวก ไม่รู้จะต่อใบขับขี่ได้หรือเปล่า”

คนที่ไม่ได้ใช้ยาฆ่าหญ้าทำไมถึงได้รับผลกระทบ

ส่วนประเด็นความเชื่อมโยงกับสารเคมีนั้น นายจำนงค์กล่าวว่า ที่นาของตนไม่ได้ใช้ยาฆ่าหญ้า เนื่องจากบ้านหนองแคน หมู่ 3 ตำบลหนองหมี มีข้อตกลงร่วมกันว่าห้ามใช้ยาฆ่าหญ้า หากใครฝ่าฝืนจะต้องเสียค่าปรับเป็นเงิน 10,000 บาท แต่ห่างจากที่นาของตนไปประมาณ 1 กิโลเมตร มีไร่มันสำปะหลังเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ เป็นไร่ที่คนภายนอกหมู่บ้านมาทำไร่ตั้งแต่ปีที่แล้ว ไร่มันอยู่ด้านเหนือน้ำติดกับลำห้วยซึ่งตนอาศัยน้ำจากลำห้วยนี้มาทำนา

นายจำนงค์กล่าวด้วยว่า เมื่อเดือนเมษายน ปี 2561 ตนสังเกตเห็นหญ้าในไร่มันสำปะหลังยุบแห้งตาย จึงคาดว่าคงมีการใช้ยาฆ่าหญ้า จึงคิดว่าตนคงได้รับสารพิษจากยาฆ่าหญ้าที่ปนกับน้ำแล้วไหลมาตามลำห้วย เมื่อเห็นหญ้าแห้งตายตนได้ไปบอกกับกำนันตำบลหนองหมีและสารวัตรกำนันว่า ให้ไปบอกคนที่ทำไร่มันด้วยว่าอย่าใช้ยาฆ่าหญ้า เพราะบ้านหนองแคนมีข้อตกลงกันแล้ว แต่เมื่อ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาตนก็เห็นหญ้าแห้งตายอีก ส่วนกำนันและสารวัตรกำนันบอกกับตนว่า “ไม่เห็นตอนเขาฉีด เห็นแต่ฉีดไปแล้ว”

“ผมได้แต่เจ็บใจ ไม่รู้จะไปเรียกร้องค่าเสียหายจากใคร” นายจำนงค์กล่าวทิ้งท้าย

รพ.สต.หนองหมีมีสถิติทำแผลผู้ป่วยมากขึ้น

นายอำนาจ สลับศรี ผู้อำนวยการ รพ.สต.หนองหมี เปิดเผยสถิติของผู้ป่วยที่มาทำแผลที่ รพ.สต.หนองหมี ว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน จากข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี ระหว่างปี 2557-2561 มีผู้ป่วยมาทำแผลที่ รพ.สต.หนองหมี ดังนี้

ปี 2557 มีคนมาทำแผล 457 ราย

ปี 2558 มีคนมาทำแผล 783 ราย

ปี 2559 มีคนมาทำแผล 981 ราย

ปี 2560 มีคนมาทำแผล 1,064 ราย

ปี 2561 (1 ม.ค.- 20 ก.ย.) มีคนมาทำแผล 890 ราย

นายอำนาจ สลับศรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพหนองหมี อำเภอกุดชุม คาดว่า สารเคมีส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนตำบลหนองหมี

นายอำนาจสันนิษฐานว่า สาเหตุที่คนมาทำแผลเพิ่มขึ้นนี้น่าจะเกิดจากการใช้สารเคมีทางการเกษตร ทั้งนี้ นอกจากจำนวนที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังมีอาการรุนแรงมากขึ้น ปี 2560 มีคนเป็นโรคเนื้อเน่าที่ขา ต้องไปนอนรักษาที่โรงพยาบาล 2 อาทิตย์ แล้วกลับมาทำแผลกับรพ.สต.หนองหมีอีกกว่า 6 เดือน แผลถึงหาย ปีนี้ก็มีคนถูกตัดนิ้ว [นายจำนงค์] และยังต้องล้างแผลที่รพ.สต.หนองหมีทุกวัน

“มีคนมาทำแผลที่ รพ.สต.เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจนผิดสังเกต ปีนี้เราต้องซื้อเซ็ตทำแผลเพิ่มอีก 10 อัน หมดเงินไปหมื่นกว่าบาท” นายอำนาจกล่าว

น.ส.นิรมล องอาจ พยาบาลวิชาชีพ รพ.สต.หนองหมี อำเภอกุดชุม กล่าวว่า รพ.สต.หนองหมีต้องเสียงบประมาณเพิ่มขึ้นในการดูแลแผลผู้ป่วย

นางสาวนิรมล องอาจ พยาบาลวิชาชีพ รพ.สต.หนองหมี ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า รพ.สต.หนองหมีต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นเพื่อซื้อน้ำยาและวัสดุอุปกรณ์ล้างแผล ได้แก่ น้ำเกลือล้างแผล แอลกอฮอล์ สำลี และผ้าก๊อซ โดยปี 2560 มีค่าใช้จ่าย 24,000 บาท ส่วนปี 2561 ช่วง 9 เดือนแรก มีค่าใช้จ่าย 33,000 บาท

พนมวรรณ คาดพันโน เป็นผู้เข้าอบรมโครงการอบรมนักข่าวภาคอีสานของเดอะอีสานเรคคอร์ด ประจำปี 2561