อาชีพใหม่คนริมโขงปลูกกล้วยคาเวนดิชส่งออกจีน

โดย ภานุภพ ยุตกิจ

อุบลราชธานี – เมื่อนึกถึงวิถีชีวิตริมแม่น้ำโขง ผู้คนทั่วไปมักมองว่าคนแถวนั้นคงจะทำอาชีพประมง แต่ชาวบ้านตามุย ชุมชนเผ่าบูร ที่อาศัยอยู่สุดแดนสยามที่จ.อุบลราชธานี ได้เข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงทางอาชีพ โดยหันมาปลูกกล้วยหอมคาเวนดิชส่งออกจีนซึ่งเป็นความก้าวหน้าเพื่อความอยู่รอด

ป้ายหมู่บ้านโอทอปเพื่อการท่องเที่ยว บริเวณริมแม่น้ำโขง ที่หมู่บ้านตามุย ต.ห้วยไผ่ อ.โขงเจียม อ.อุบลราชธานี

เมื่อพูดถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของ “เมืองดอกบัว” จังหวัดอุบลราชธานี หลายคนคงจะนึกถึงสถานที่ยอดนิยมอย่าง ผาชนะได ผาแต้ม น้ำตกห้วยหลวง หรือแก่งสามพันโบก ประติมากรรมที่ธรรมชาติสร้างขึ้นแล้วกลายเป็นมรดกการท่องเที่ยว แต่นอกจากแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแล้ว อุบลฯ ยังจะมีอารยธรรมอีสาน ทั้งวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตคนท้องถิ่น ที่เปรียบเหมือนอาหารหวานไว้เสิร์ฟความสุขแก่นักท่องเที่ยวด้วย

การเดินทางจากตัวอำเภอเมืองอุบลราชธานีมุ่งหน้าสู่เมืองแห่งอารยธรรมอำเภอโขงเจียม อำเภอตะวันออกสุดของประเทศไทย ต้องลัดเลาะไปตามเส้นทางสายเล็กๆ ริมแม่น้ำโขง ผ่านทิวเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของผาแต้ม สถานที่ซึ่งมีการค้นพบภาพเขียนยุคก่อนประวัติศาสตร์ โดยชุมชนบ้านตามุย ต.ห้วยไผ่ อ.โขงเจียม คือ จุดหมายในครั้งนี้

บ้านตามุยเป็นหมู่บ้านกลุ่มชาติพันธุ์เผ่าบูรที่อพยพมาจากประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว มาหลายชั่วอายุคนแล้ว ทุกวันนี้ถึงแม้คนเผ่าบูรจะผสมผสานคนภาคอีสานในพื้นที่ไปแล้ว แต่ในช่วงเทศกาลทางพุทธศาสนา หรือ ระหว่างการประกอบพิธีกรรมต่างๆ กลิ่นอายความเป็นชนเผ่ายังมีให้พบเห็นอยู่เมื่อถามถึงอาชีพหลักของชาวบ้านตามุย ชาวบ้านให้คำตอบว่า “หาปลา” แต่บางครอบครัวอุปกรณ์หาปลาชนิดต่างๆ กลับถูกแขวนเก็บไว้ในสภาพไม่พร้อมใช้งาน

คนท้องถิ่นปลายแม่น้ำมูลจรดกับลุ่มแม่น้ำโขงยึดอาชีพทำประมงเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ การทำประมงเคยเป็นอาชีพหลักที่สร้างรายได้ให้ครอบครัว แต่คนรุ่นปัจจุบันคงต้องไตร่ตรองมากสักหน่อยเพราะการหาปลาไม่สามารถสร้างรายได้เพียงพอต่อการเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานได้แล้ว เนื่องจากปลาหายากและมีราคาไม่สูง

นอกจากจับปลาแล้ว ชาวบ้านตามุยก็ยังทำนา แต่ที่นาบริเวณดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนสภาพไปเป็นป่ากล้วย

บ้านตามุย ต.ห้วยไผ่ อ.โขงเจียม มีจุดเด่นที่ให้ผู้คนที่เข้าไปได้สัมผัสถึงนวัตวิถีของคนอาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขง แต่มีวัฒนธรรมที่ยังคงรักษาความเป็นคนชนเผ่า ที่จะเห็นระหว่างช่วงเทศกาลสำคัญหรือช่วงบุญประจำเดือนตามฮีตสิบสองคลองสิบสี่ ที่คนในชุมชนยังดำรงรักษาไว้ให้ลูกหลานได้เห็น ทั้งพิธีถือผี พิธีกรรมโบราณ

นางสาวอารยา อยู่ดี (แถวหน้า คนที่ 3 จากซ้าย สวมรองเท้าสีเทา) และนายสมชัย ขยันการ (คนที่ 2 จากขวา) เกษตรกรสวนกล้วยหอมคาเวนดิช นำกล้วยหอมมาแสดงและแจกจ่ายในงานวันเปิดตัวหมู่บ้านตามุยเป็นหมู่บ้านโอทอปเพื่อการท่องเที่ยว เมื่อ 7 ส.ค. 2561

ขณะที่ภูมิปัญญาท้องถิ่นของหมู่บ้านแห่งนี้คือการทอผ้าใช้เอง โดยใช้วัตถุจากธรรมชาติทั้งฝ้าย และสีที่ใช้ย้อมที่มีอัตลักษณ์แสดงให้เห็นถึงการทอผ้าในอดีตดั้งเดิม ทรัพยากรธรรมชาติที่มีความหลากหลายทำให้ชุมชนนี้สามารถดำรงอยู่ได้ ทั้งอาหารและสิ่งใช้สอยภายในครอบครัว ด้วยความเข้มแข็งของชุมชนจึงสามารถนำสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติมาสร้างความแปลกใหม่และมูลค่าเพิ่มทางปัญญา เปลี่ยนมาเป็นรายรับที่แก้ปัญหาการย้ายถิ่นฐานไปสู่เมืองที่เจริญอย่างกรุงเทพฯ ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ได้เข้าไปสัมผัส จะได้ชมธรรมชาติ ชมวิถีชีวิต ได้ช็อปสินค้าโอทอปที่มีคุณภาพ

กล้วยหอมผลสีเหลืองสดลูกยาวน่ากินหลายหวีถูกวางแสดงและแจกจ่ายให้นักท่องเที่ยวที่ไปร่วมงานเปิดหมู่บ้านโอทอปเพื่อการท่องเที่ยว (Otop Village) 8 เส้นทาง 10 หมู่บ้าน ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุบลราชธานีจัดขึ้นเป็นแห่งแรก เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ปี 2561 ที่บ้านตามุย ซึ่งหากดูเผินๆ อาจสงสัยว่า กล้วยหอมเขียว หรือ กล้วยหอมพันธุ์คาเวนดิชนี้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับหมู่บ้านโอทอปเพื่อการท่องเที่ยว

ที่ดิน 37 ไร่ติดกับแม่น้ำโขงทางทิศตะวันตกของหมู่บ้านของนายสมชัย ขยันการ เกษตรกร อ.โขงเจียม แต่เดิมเป็นสวนส้มโอ ลำไย และมะขามหวาน แต่ปัจจุบันกลายเป็นสวนกล้วยหอมคาเวนดิชเกือบทั้งหมด

นายสมชัยเล่าว่า เดิมมีอาชีพหาปลาในแม่น้ำโขง แต่หันมาทำการเกษตรปลูกสวนผลไม้เต็มตัวเมื่อ 15 ปีก่อน เพราะหาปลาได้น้อยลง ซึ่งอาจเป็นเพราะมีการเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขงที่ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ การหันมาปลูกกล้วยหอมเขียวพันธุ์คาเวนดิช ถือเป็นความท้าทายใหม่เพราะเป็นกล้วยสายพันธุ์ใหม่ที่ไม่เคยปลูกมาก่อน โดยช่วงแรกมีความกังวลเรื่องช่องทางการจัดจำหน่ายอยู่บ้าง

ทั้งนี้ เขาเริ่มต้นปลูกกล้วยหอมคาเวนดิช เมื่อต้นปี 2560 โดยก่อนนั้นมีเจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้มาจัดอบรมให้ความรู้ สอนวิธีการปลูก และการดูแลต้นกล้วย เริ่มต้นปลูกกล้วยครั้งแรกจำนวน 5 ไร่ ใช้เงินลงทุนประมาณไร่ละ 30,000 บาท เพื่อวางระบบน้ำ ค่าพันธุ์กล้วย และค่าปุ๋ย แต่ค่าปุ๋ยลงทุนไม่มากเพราะใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ต่อมาขยายพื้นที่เพาะปลูกจนมีไร่กล้วยขนาด 37 ไร่ในปัจจุบัน พื้นที่ปลูกกล้วยอยู่ในทำเลที่ดีเพราะสามารถใช้น้ำจากแม่น้ำโขง และดินมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะกับการปลูกพืชเกษตรโตเร็วอย่างกล้วย ต้นกล้วยอายุประมาณ 10 เดือนก็เริ่มมีผลผลิต ทำให้สามารถเก็บเกี่ยวครั้งแรกได้ในเดือนมิถุนายน ปี 2561 และสามารถเกี่ยวกับได้ตลอดทั้งเดือนเพราะต้นกล้วยมีอายุไล่เลี่ยกัน

นายสมชัย ขยันการ เกษตรกร อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ผู้หันมาปลูกกล้วยหอมเขียว พันธุ์คาเวนดิช ตั้งแต่ต้นปี 2560 โดยขณะนี้นายสมชัยสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตจากสวนกล้วยของตัวเองได้แล้ว

นายสมชัยกล่าวอีกว่า ต้นกล้วยที่อายุมากเริ่มแตกหน่อขึ้นมาใหม่ทำให้สามารถขยายพื้นที่การปลูกโดยไม่ต้องลงทุนซื้อพันธุ์กล้วยเพิ่ม ที่สำคัญมีบริษัทอโกรเฟรช (ไทยแลนด์) จำกัด [Agrofresh (Thailand) Ltd.] ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัท Agrofresh International Sdn Bhd ประเทศมาเลเชีย มารับซื้อผลผลิตทั้งหมด บริษัทดังกล่าวรับประกันราคาขายระหว่าง 6 – 12 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งทำให้มั่นใจว่าจะสามารถจำหน่ายกล้วยได้ตลอดทั้งปี

นางสาวอารยา อยู่ดี ผู้แทนเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมคาเวนดิชภาคอีสานตอนล่าง เปิดเผยว่า กล้วยหอมเขียว พันธุ์คาเวนดิช เป็นสินค้าที่ประเทศจีนมีความต้องการมากถึงปีละ 600,000 ตัน ลักษณะเด่นมีความหวานน้อย มีน้ำตาลซูโครส ฟรุกโตส และกลูโคส ที่ร่างกายนำไปใช้พลังงานได้ทันที ปัจจุบันมีเกษตรกรในพื้นที่ริมแม่น้ำโขง ริมแม่น้ำมูล และริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิรินธร ที่อ.โขงเจียม และอ.สิรินธร ปลูกกล้วยคาเวนดิชจำนวน 10 ราย ในพื้นที่ 70 ไร่ มีผลผลิตประมาณเดือนละหนึ่งตู้คอนเทนเนอร์ หรือ น้ำหนัก 32 ตัน

การส่งออกกล้วยคาเวนดิชนั้น นางสาวอารยากล่าวว่า ส่งผลผลิตผ่านด่านชายแดนช่องเม็ก จ.อุบลราชธานี ไปยัง สปป. ลาว ผ่านประเทศเวียดนามไปยังประเทศจีน โดยมีแนวโน้มว่า ภายในปี 2562 เกษตรกรจะปลูกกล้วยคาเวนดิชเพิ่มขึ้นเป็น 200 ไร่

นางสาวอารยากล่าวอีกว่า ถึงแม้เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยคาเวนดิชจะเน้นการส่งออก แต่ก็มีแผนนำกล้วยมาจำหน่ายคนไทย โดยในอนาคตจะนำกล้วยมาวางจำหน่ายในหมู่บ้านโอทอป เช่น บ้านตามุย เพื่อรองรับสำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาชมนวัตวิถีพื้นบ้านอีสาน ร่วมกับสินค้าท้องถิ่น อาทิ อาหาร ของฝาก เสื้อผ้า ผ้าขาวม้า ผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติ ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นตามลุ่มแม่น้ำโขง

ภานุภพ ยุตกิจ เป็นผู้เข้าอบรมโครงการอบรมนักข่าวภาคอีสานของเดอะอีสานเรคคอร์ด ประจำปี 2560