“ผ้าเย็บ” อาชีพเสริมแม่บ้าน สานสัมพันธ์ครอบครัว-ชุมชน

โดย ขวัญชิต โพธิ์กระสังข์ และ สุริพร โสภากัน 

อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ – สตรีและผู้สูงอายุเย็บเศษผ้าส่งโรงงานเป็นอาชีพเสริมหลังว่างเว้นจากทำนา รายได้เดือนละประมาณ 500-1500 บาทต่อคน และสร้างความสัมพันธ์ครอบครัว-ชุมชนไปด้วย

กองหมวดหมู่ของผ้าที่ใช้ในการเย็บบนแคร่หน้าบ้าน

ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างทางดำ [ถนนลาดยางมะตอย] หลายกิโลเมตร ถนนระหว่างชุมชนเป็นหลุมเป็นบ่อ กลับมีระบบเศรษฐกิจเล็กๆ ที่เชื่อมชุมชนห่างไกลเข้ากับอุตสาหกรรมของประเทศ เป็นอาชีพเสริมที่โดดเด่นของกลุ่มสตรีและผู้สูงอายุในชุมชน นั่นคือ “ผ้าเย็บ”

ที่บ้านหนองแรต หมู่ที่ 5 ต.ขวาวใหญ่ อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ มีการรับผ้าเศษมาจากโรงงานแล้วนำมาเย็บเพื่อขายต่อ ตั้งแต่การเรียงซ้อนเศษผ้าชั่งกิโลขาย ไปจนกระทั่งเย็บเป็นเสื้อผ้าสำเร็จรูป

อารีรัตน์ พวกดี เหรัญญิกกลุ่มแม่บ้านหนองแรต วัย 46 ปี เล่ากิจกรรมที่ทำให้เกิดรายได้แก่ผู้สูงวัยในชุมชนว่า กิจกรรมเย็บเศษผ้าทำให้ได้นำมาซึ่งรายได้เดือนละประมาณ 500-1500 บาทต่อคน ที่สำคัญมีรถรับส่งผ้าถึงหนองแรต ผู้สูงวัยของเราไม่ต้องออกนอกพื้นที่ และยังมีงานทำให้เกิดรายได้พึ่งพาตนเองได้ไม่เป็นภาระลูกหลาน  

เศษผ้าเหล่านี้ส่งมาจากโรงงานอุตสาหกรรมในย่านเมืองหลวง แล้วนำกลับไปขายให้โรงงาน ราคารับซื้อผ้าเย็บแพ็คถุงกิโลกรัมละ 4 บาท ใน 1 ถุงมี 25 กิโลกรัมเป็นเงิน 100 บาทต่อถุง

สอน ตื้อแอ้ วัย  56 ปี เล่าให้ฟังภายหลังจากที่กลับจากดายหญ้าให้วัวว่าอาชีพนี้เหมาะกับแม่บ้าน “เป็นงานง่ายๆ บ่ได้ออกไปไส ก็สามารถหาเงินได้บ่ยากเลย เป็นอาชีพที่เหมาะกับแม่บ้านหมู่เฮา อยู่บ้านก็ได้เบิ่งแยงพี่น้อง ย้อนว่าอยู่เฮือนนี่กะมีผู้ป่วยติดเตียง ต้องเบิ่งแยงกันไปนำ”

ปัจจุบัน สอน ตื้อแอ้ ไม่ได้ทำอาชีพนี้แล้ว เพราะอายุมากขึ้น นั่งนานๆ ไม่ได้ แต่บ้านของสอนก็ยังเป็นที่รวบรวมผ้าเย็บส่งโรงงานอยู่

นางสอน ตื้อแอ้ ปัจจุบันเลิกอาชีพเสริมเย็บผ้าส่งโรงงานแล้ว แต่ที่บ้านของเธอก็ยังมีผ้าเย็บกองอยู่เต็ม

เมธวิน  โองอินทร์ หรือ ท็อป เด็กชายวัย 8 ปี หลานของสอน ตื้อแอ้ ก็เล่าให้ฟังว่า “มื้อได๋ที่บ่ได้ไปเฮียนหนังสือกะอยู่เฮือน เล่นเกมแหน่ ไปเล่นกับหมู่ๆ แหน่ ถ้าได้เฮือน ก็สิซ่อยจับซ้อนผ้าเศษให้แหน่ เป็นลางเทือ แต่บ่ดุดอก”

อ้อยใจ มณีคำ กลุ่มสตรีบ้านหนองแรต เล่าว่า ช่วงที่ว่างเว้นจากการทำนา ก็จะมีญาติที่นำผ้าจากโรงงานมาให้เพื่อเย็บเป็นเสื้อบ้าง กางเกงบ้าง กระเป๋าบ้าง ผ้าสำหรับเช็ดเครื่องจักรอุตสาหกรรมบ้าง ตามแต่จะมีการสั่งจองเข้ามาให้ทำแล้วเขาก็มารับซื้อไป

อ้อยใจ มณีคำ กลุ่มสตรีบ้านหนองแรต หน้าตู้เก็บผลิตภัณฑ์กลุ่มแม่บ้าน

“กลุ่มแม่บ้านเราก็จะมีจักรเย็บผ้าอยู่ที่ทำการสถาบันการเงินชุมชนจำนวนหนึ่ง และจะมีอยู่ตามบ้านเรือนของตัวเองบ้างบางส่วน”

อัมพร  พวงสด กลุ่มสตรีบ้านหนองแรตอีกคนเสริมว่า พวกตนใช้เวลาว่างจากงานบ้านวันละเล็กละน้อยมาเย็บ พอเสร็จก็บรรจุใส่กระสอบๆ ละ 25 กิโลกรัมๆ ละ 4 บาท แต่ละคนก็ทำได้ 20-30 กระสอบ แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคน ก็ได้คนละ 2,000-3,000 บาท/ครั้ง สำหรับใครที่รับงานตัดเย็บเป็นชุด จำพวกเสื้อหรือกางเกง เขาก็จะมีรายได้เพิ่มอีก แล้วแต่ว่าใครจะสะดวกทำอะไร

หมู่บ้านหนองแรตยึดอาชีพทำนาเป็นอาชีพหลัก แต่การทำนาปีแบบนาหว่านต้องใช้ทุนทรัพย์จำนวนมากในแต่ละรอบปี ไพศรี  ศรีไพร ผู้ใหญ่บ้านวัย 52 ปี เล่าว่าในชุมชนมีการรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมสร้างเสริมรายได้อย่างหลากหลาย เช่น กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต และยังมีการรวมกลุ่มกันออกไปรับซื้อของเก่าอีกร่วม 20 คันรถ ซึ่งแต่ละคันก็ไปกันหลายครอบครัว 6-10 คนต่อคัน

นอกจากกิจกรรมสร้างรายได้ ชุมชนบ้านหนองแรตมีกิจกรรมเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนอย่างหลากหลาย ผู้ใหญ่บ้านไล่เลียงกิจกรรมต่างๆ สำหรับสตรี ไม่ว่าจะเป็นการเป็นเลขานุการ เป็นเหรัญญิกของกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ กลุ่มอาชีพ  กลุ่มร้านค้าสหกรณ์ กลุ่มสถาบันการเงิน (สถาบันการเงินถูกจัดตั้งโดยธนาคารออมสินเป็นผู้ให้การสนับสนุน) กลุ่มผู้สูงวัย รวมทั้งกลุ่มออกกำลังกายที่รวมไปทุกๆ ช่วงวัย

ขวัญชิต โพธิ์กระสังข์ และ สุริพร โสภากัน เป็นผู้เข้าอบรมโครงการอบรมนักข่าวอีสานของเดอะอีสานเรคคอร์ด ประจำปี 2561