“ดาวดิน” เข้าสู่เส้นทางการเมืองสังกัด “พรรคสามัญชน”

โดย ปารณีย์ ศรีสง่า

ขอนแก่น –  สมาชิกกลุ่มดาวดินรุ่น 4  เผย กลุ่มดาวดินต้องร่วมจัดตั้งพรรคสามัญชน เพื่อให้ปัญหาของประชาชนได้รับการแก้ไข ส่วนสมาชิกกลุ่มดาวดินรุ่น 6 แจง ปัญหาของประเทศคือการรวมศูนย์อำนาจ จึงต้องตั้งพรรคสามัญชนเพื่อให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมกำหนดนโยบาย ดีกว่าการรอคัดค้านนโยบายรัฐ

นายวงศกร สารปลัง สมาชิกดาวดินรุ่น 4 (คนที่ 2 จากขวา) ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัญชน กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่ดาวดินเชื่อเหมือนกันคือดาวดินจะอยู่เคียงข้างประชนที่ถูกกดขี่ เราจะไม่นำ ไม่ตาม เราจะพยายามร่วมคิดร่วมทำร่วมออกแบบไปกับประชาชน

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2561 ที่บ้านดาวดิน บริเวณหลังมหาวิทยาลัยขอนแก่น ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น มีการจัดงานครบรอบ 15 ปี ดาวดิน ภายในงานมีการจัดเสวนาหัวข้อเรื่อง “นี่หรือคือบทเรียน บทเรียนในการเคลื่อนไหวและมุมมองการเคลื่อนไหวในปัจจุบัน” มีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย นายวงศกร สารปลัง สมาชิกกลุ่มดาวดินรุ่น 4 (ปี 2550) นายนิติกร ค้ำชู สมาชิกกลุ่มดาวดินรุ่น 6 (ปี 2552) และนายพายุ บุญโสภณ สมาชิกกลุ่มดาวดินรุ่น 10 (ปี 2556) ดำเนินรายการโดย นายวศิน พงษ์เก่า สมาชิกกลุ่มดาวดินรุ่น 14 (ปี 2560)

กลุ่มดาวดิน คือกลุ่มนักศึกษาซึ่งส่วนใหญ่เรียนที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมตัวกันทำกิจกรรมลงพื้น เรียนรู้ปัญหาของชาวบ้านในพื้นที่ต่างๆ ของภาคอีสาน กลุ่มดาวดินเกิดขึ้นมาพร้อมกับการก่อตั้งคณะนิติศาสตร์ ม.ขอนแก่น เมื่อปี 2547

นายวงศกร สารปลัง สมาชิกกลุ่มดาวดินรุ่น 4 ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัญชน ปัจจุบันทำงานที่ศูนย์กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม กล่าวถึงสาเหตุที่กลุ่มดาวดินออกมาเป็นส่วนหนึ่งของพรรคสามัญชนว่า ถ้ากลุ่มดาวดินไม่ออกมาเคลื่อนไหวในประเด็นทางการเมือง ประชาชนก็จะเดือนร้อนเช่นเดิม ปัญหาจะไม่ได้รับการแก้ไข ทางออกที่ดีที่สุดคือต้องมีส่วนร่วมในทางการเมือง ซึ่งการทำพรรคการเมืองเป็นสิ่งที่จะทำให้เกิดความเท่าเทียมกันในสังคม

นายวงศกรกล่าวด้วยว่า กฎหมายและนโยบายไม่ได้กำหนดโดยประชาชน ตนจึงเกิดแนวคิดที่จะหันไปเคลื่อนไหวในพื้นที่ทางการเมือง เพื่อเข้าถึงการมีส่วนร่วมและการกำหนดนโยบาย ซึ่งในวิถีประชาธิปไตยคือการมีพรรคการเมือง ในหลายประเทศมีพรรคการเมืองของประชาชน เช่น พรรคเลเบอร์ของประเทศอังกฤษ ที่มีกระบวนการมีพื้นที่ให้กับประชาชนได้เสนอความคิดเห็น แต่ในประเทศไทยไม่เคยมีพรรคการเมืองในลักษณะนี้

เพราะฉะนั้น กลุ่มดาวดินจึงหารือกันและคิดว่าการจัดตั้งพรรคการเมืองเป็นทางเลือกหนึ่ง

สมาชิกกลุ่มดาวดินรุ่น 4 ผู้นี้ กล่าวด้วยว่า พรรคสามัญชนไม่ได้เพิ่งเกิดช่วงนี้ แต่มีการพูดคุยกันประมาณ 10 ปีแล้ว

พรรคสามัญชนเคยคิดจดทะเบียนพรรคเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2557 แต่เกิดเหตุการณ์รัฐประหาร เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 จึงไม่สามารถจดทะเบียนพรรคได้

นายวงศกรกล่าวอีกว่า การทำพรรคการเมืองเป็นสิ่งที่กลุ่มดาวดินไม่เคยทำมาก่อน แต่ช่องทางนี้เป็นทางเดียวที่จะทำให้เกิดความเท่าเทียมกันในสังคม พรรคสามัญชนจึงไม่ใช่พรรคของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นพรรคของทุกคน ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมและเสนอนโยบายได้

“สิ่งหนึ่งที่ดาวดินเชื่อเหมือนกันก็คือ ดาวดินจะอยู่เคียงข้างประชนที่ถูกกดขี่ เราจะไม่นำ ไม่ตาม เราจะพยายามร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมออกแบบไปกับประชาชน” นายวงศกรกล่าว

นายนิติกร ค้ำชู สมาชิกกลุ่มดาวดินรุ่น 6 กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของดาวดินคงจะเปลี่ยนไปไม่ใช่เลิกเคลื่อนไหวกับชาวบ้าน แต่มันจะมีมิติการเคลื่อนไหวทางการเมืองร่วมกับชาวบ้าน

นายนิติกร ค้ำชู สมากลุ่มดาวดินรุ่น 6 ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัญชน และผู้ประสานงานขบวนการอีสานใหม่ กล่าวว่า ตลอด 10 ปีของการเคลื่อนไหวของกลุ่มดาวดิน ตนได้เรียนรู้ถึงปัญหาหลักของประเทศไทยว่าคือการรวมศูนย์อำนาจ การตั้งพรรคการเมืองเป็นแนวทางที่จะช่วยให้การเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยสำเร็จ จากการเคลื่อนไหวประเด็นของชาวบ้านจึงต้องขยับมาเป็นประเด็นเคลื่อนไหวทางการเมือง

นายนิติกรกล่าวอีกว่า จากการไปทำค่ายนิติศาสตร์เรียนรู้สังคม ใช้ชีวิตร่วมกับชาวบ้าน ร่วมเคลื่อนไหว ร่วมชุมนุม ทำให้เห็นความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในสังคม ชาวบ้านรอให้รัฐกำหนดนโยบายลงมาให้ เมื่อเกิดปัญหาจึงออกมาคัดค้าน ชาวบ้านไม่มีอำนาจในการกำหนดนโยบาย ตนเห็นว่าการร่วมชุมนุมกับชาวบ้านอย่างเดียวไม่พอ ถ้าทำรูปแบบนี้ก็ต้องคัดค้านกันตลอดชีวิต เลยต้องยกระดับการเคลื่อนไหวเพื่อกำหนดอนาคตของตัวเอง ถ้าชาวบ้านมีอำนาจในการกำหนดอนาคตของตัวเอง อนาคตย่อมจะดีกว่านี้

“พรรคการเมืองเป็นสิ่งที่คาดหวังว่าจะเป็นเครื่องมือในการส่งเสียงต่อรองอำนาจหรือกำหนดอนาคตของตัวเอง พรรคที่เป็นของชาวบ้าน เป็นของพวกเราทุกคน” นายนิติกรกล่าว

นายนิติกรกล่าวอีกว่า พรรคสามัญชนอยู่ในขั้นตอนค้นหานโยบาย โดยคาราวานสามัญชนจะลงพื้นที่เพื่อพูดคุยกับชาวบ้านแล้วนำความคิดเห็นของคนแต่ละพื้นที่ รวบรวมเป็นนโยบายของพรรค ซึ่งวิธีนี้เป็นการเข้าถึงความต้องการของสมาชิกพรรคในพื้นที่ต่างๆ อย่างแท้จริง

“การเคลื่อนไหวของดาวดินคงจะเปลี่ยนไป ไม่ใช่เลิกเคลื่อนไหวกับชาวบ้าน แต่มันจะมีมิติการเคลื่อนไหวทางการเมืองร่วมกับชาวบ้าน” นายนิติกรกล่าว

นายพายุ บุญโสภณ สมาชิกกลุ่มดาวดิน รุ่น 10 กล่าวว่า การก่อตั้งพรรคสามัญชนเพราะไม่สามารถฝากความหวังกับรัฐบาลหรือพรรคการเมืองอื่นได้

นายพายุ บุญโสภณ สมาชิกกลุ่มดาวดินรุ่น 10 ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัญชน และนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ม.ขอนแก่น เล่าว่า ตนเข้ามาเป็นนักกิจกรรมในช่วงเปลี่ยนผ่านการปกครองจากระบอบประชาธิปไตยเป็นระบอบเผด็จการ (ปี 2556) การเคลื่อนไหวของกลุ่มดาวดินเป็นการเคลื่อนไหวเรียนรู้ปัญหาของสังคม มีการสรุปบทเรียนการเคลื่อนไหว ทำให้พบว่าปัญหาเกิดจากนโยบายของรัฐ ประเทศไทยมีการรวมศูนย์อำนาจจากส่วนบนลงมาสู่ส่วนท้องถิ่น ชาวบ้านในพื้นที่ไม่มีอำนาจกำหนดอนาคตของตัวเอง ฉะนั้น ปัญหาที่แท้จริงเกิดจากโครงสร้างทางการเมือง

นายพายุกล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาไม่มีรัฐบาลหรือพรรคการเมืองที่สามารถฝากความหวังได้ ตนและผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัญชนจึงเกิดความคิดในการจัดตั้งพรรคสามัญชนขึ้นมา เพราะเบื่อหน่ายที่ต้องฝากความหวังไว้กับกลุ่มหนึ่ง

“เราเลยมีความคิดว่าเราควรไปแก้เอง ใครมีปัญหาอะไรก็มาแก้ เราคิดว่าเจ้าของปัญหาจะแก้ปัญหาได้ดีที่สุด” นายพายุกล่าว

ช่วงท้ายของงานครบรอบ 15 ปี ดาวดิน เป็นช่วงถามตอบปัญหา มีผู้ตั้งคำถามว่า “พรรคสามัญชนจะมีแนวทางหาเงินประเดิมพรรค 1 ล้านบาท ได้อย่างไร และนโยบายส่วนใหญ่ที่ประชาชนให้ความสนใจจากการทำคาราวานสามัญชนคืออะไร”

นายนิติกรตอบว่า การหาเงินทุนทำอยู่วิธีเดียวคือการขายเสื้อ ในอนาคตอาจจะมีกิจกรรมอื่น เช่น จัดโต๊ะจีน และจัดคอนเสิร์ต เพื่อระดมทุนสำหรับผู้ที่อยากช่วยเหลือพรรคสามัญชน ส่วนสิ่งสัมผัสจากการจัดทำคาราวานสามมัญชน คือ ชาวบ้านไม่ได้ต้องการงบประมาณ ไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือ แต่ชาวบ้านต้องการอำนาจในการกำหนดวิถีชีวิตของตนเอง เพราะว่าถ้าให้คนอื่นมาออกแบบการดำเนินชีวิตให้ก็จะไม่ตรงความต้องการพวกเขา ด้านเรื่องบัตรคนจนของรัฐบาล ชาวบ้านทุกพื้นที่ไม่เห็นด้วย เพราะบัตรคนจนทำให้ชาวบ้านรู้สึกด้อย และเป็นพลเมืองชั้นสอง

ปารณีย์ ศรีสง่า เป็นผู้เข้าอบรมโครงการอบรมนักข่าวภาคอีสานของเดอะอีสานเรคคอร์ด ประจำปี 2561