โครงการคนรุ่นใหม่ที่เชียงดาวเน้นเรื่องการมีสติ

โดย ธัญนรี ทองชุม

โครงการพัฒนาคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคมจัดกิจกรรมโมดูล 3 ที่ค่ายเยาวชนเชียงดาว จ.เชียงใหม่ โดยเน้นไปที่เรื่องของสติและการกลับมาอยู่กับตัวเอง ผู้เข้าร่วมอบรมจากจ.อุบลราชธานี เผยการอบรมทำให้มีสติและมีเป้าหมาย

ข้าพเจ้าเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะศิลปศาสตร์ สาขานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เมื่อปลายเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ข้าฯ มีโอกาสเข้าร่วมโครงการพัฒนาคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคมจากการแนะนำของพี่ที่รู้จักจากค่ายเรียนรู้สิทธิมนุษยชน โดยศูนย์กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม ที่บ้านท่าแร่ อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร

การสมัครเข้าร่วมโครงการเริ่มจากการกรอกใบสมัครออนไลน์ ซึ่งมีคำถามเยอะและยาวมาก แต่ต้องตอบทุกข้อ ต่อมาคือการสัมภาษณ์ เมื่อผ่านการสัมภาษณ์จึงได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการจากผู้เข้าร่วมทั่วประเทศทั้งหมด 40 คน

ผู้เข้าร่วมโครงการคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม โมดูล 3 ณ ค่ายเยาวชนเชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

โครงการดังกล่าวเป็นของมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.) มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเยาวชนที่มีวิสัยทัศน์ มีอุดมการณ์ทางสังคม มีทักษะชีวิต มีภาวะผู้นำที่เอื้อต่อการพัฒนาสังคม สร้างสังคมสุขภาวะ สร้างเครือข่ายกัลยาณมิตรในกลุ่มเยาวชนและองค์กรภาคีที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเยาวชน

ผู้เข้าร่วมโครงการมีความหลากหลาย ทั้งอาชีพ อายุ และทัศนคติ เวลาของโครงการนานเกือบ  2 ปี มีการทำกิจกรรมร่วมกันทั้งหมด 6 ครั้ง แต่ละครั้งใช้เวลา 5 วัน 4 คืน เรียกกิจกรรมแต่ครั้งว่า “โมดูล” ซึ่งตอนนี้จัดกิจกรรมมาแล้ว 3 โมดูล

ข้าฯ เข้าร่วมกิจกรรมโมดูล 3 ระหว่างวันที่ 9-13 มิถุนายน 2561 ณ ค่ายเยาวชนเชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ โมดูลนี้มีชื่อว่า “การจัดสมดุลชีวิตและการทำงาน (ตั้งแกน) การคิดเชื่อมโยงเป็นระบบ การสร้างนวัตกรรมใหม่”

วัตถุประสงค์ของโมดูล 3 คือ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมมีเครื่องมือในการดูแลตนเอง สามารถจัดสมดุลชีวิตกับการทำงานได้ในทุกสภาวะ มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการคิดเป็นระบบ สามารถคิดวิเคราะห์ จับประเด็นได้ สามารถประยุกต์ใช้การคิดเป็นระบบในการทำงานและในการใช้ชีวิต

จากการพูดคุยกับศักดิ์สินี เอมะศิริ ทีมงานผู้จัดโครงการ ทำให้ทราบว่า ผู้จัดตั้งใจทำให้โมดูลนี้เป็นโมดูลที่เยียวยา จึงไม่เน้นเนื้อหามากนัก อยากให้ทุกคนมีเวลาส่วนตัว มีเวลาพูดคุยกับเพื่อน อยากให้ได้พักผ่อน ส่วนผลลัพธ์ของโมดูล 3 เป็นที่น่าพอใจ แต่ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรตั้งแต่แรก

ส่วนระยะเวลาของการเตรียมงานครั้งนี้ ศักดิ์สินีเล่าว่า เริ่มจากหลังจากจบโมดูล  2 (โมดูล 2 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-20 มีนาคม 2561 ที่บ้านผู้หว่าน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ภายใต้แนวคิดเรียนรู้สภาพความเป็นจริงในสังคม เรียนรู้เรื่องราวด้วยประสบการณ์ ตรงของตนเองกับชุมชนชายขอบ) ทีมงานของโครงการนัดปรึกษาหารือกันว่าจะจัดกิจกรรมออกมาในรูปไหนแบบที่จะเหมาะกับทุกคน เริ่มจากดูที่วัตถุประสงค์ของโมดูลแล้วหากิจกรรมที่สอดคล้อง กิจกรรมหลักๆ ในโมดูลนี้จึงเน้นกิจกรรมเรื่องสุนทรียะ ที่ไม่เสียพลังงาน ไม่เน้นวิ่ง พยายามให้ผู้ร่วมได้กลับมาอยู่กับตัวเอง สังเกตุตัวเอง และนิ่งมากขึ้น

เพื่อนที่เข้าร่วมกิจกรรมโมดูล 3 ศรีขาล สายแวว อายุ 20 ปี จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย แล้วหันมาทำฟาร์มสคูล หรือ การเรียนรู้ด้วยตัวเองจากการฟาร์ม เช่น อยากทำบ้านดินก็ศึกษาหาวิธีเองเรียนรู้เอง ที่จังหวัดอุบลราชธานี ศรีขาลเรียกตัวเองว่า “นักศึกษานอกระบบ” เธอบอกว่า ก่อนมาเข้าร่วมโมดูล 3 เธอไม่คาดหวังอะไร แต่สิ่งที่ได้คือสติ เพราะก่อนมาไม่มีสติเลย เวลาทำอะไรก็ไม่ค่อยคิดก่อนทำ สิ่งที่จะนำไปปรับใช้คือ การตั้งแกน หรือ การมีสมาธิมีสติอยู่ตลอดเวลา กลับมาอยู่กับตัวเอง และเป้าหมายที่ชัดเจน

ข้าฯ จึงถามต่อว่า คิดว่าคนแบบไหนที่เป็นคนรุ่นใหม่ เพื่อนตอบว่า คนรุ่นใหม่ต้องเป็นตัวของตัวเอง แต่ต้องไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน มองเผื่อคนอื่นไม่ใช่มองแค่ตัวเอง นึกถึงส่วนร่วมด้วยไม่ใช่แค่ตัวเอง

ศรีขาล สายแวว นักศึกษานอกระบบจากจังหวัดอุบลราชธานี ผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม ถือข้าวห่อเตรียมสำหรับกิจกรรมเดินป่านิเวศภาวนา

สิ่งที่ข้าฯ ได้จากการเข้าร่วมโมดูล 3 คือ การที่เรากับมาอยู่กับตัวเอง ได้เรียนรู้ตัวเองมากขึ้น ได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ แม้ในบางกิจกรรมข้าพเจ้าไม่สามารถเข้าถึง เช่น กิจกรรมมองตาเพื่อความเท่าเทียม โดยให้เราจับคู่เพื่อนแล้วมองตาเพื่อน พยายามทำให้เรากับเพื่อนรู้สึกเท่ากับเรา แต่ก็ยังมีกิจกรรมที่ชอบ คือ เดินป่านิเวศภาวนา กิจกรรมนี้จัดขึ้นในวันที่ 2 ของโมดูล ใช้เวลาครึ่งวัน เป็นการเดินเข้าป่าเพื่อเอาเมล็ดพันธุ์ต้นมะค่าไปปลูก ในขณะที่เราเดิน เราต้องระวังตัวเพราะทางเดินค่อนข้างลำบากเนื่องจากเป็นทางชัน มีกิ่งไม้ และฝนตกตลอดเวลา แต่ในขณะเดียวกันเราก็ได้สังเกตธรรมชาติอยู่กับตัวเอง ทบทวนเรื่องราวหลายๆ อย่าง ได้คุยกับตัวเอง ข้อสรุปที่ได้หลังจากออกจากป่า “ถ้าเราไว้ใจธรรมชาติ ธรรมชาติจะไม่ทำร้ายเรา”

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเดินป่านิเวศภาวนา กำลังเดินออกจากป่าด้านหลังสถานีวิจัยสัตว์ป่าดอยเชียงดาว หลังจากนำเมล็ดมะค่าไปปลูกเสร็จ

เมื่อคนรุ่นใหม่ผ่านการทำกิจกรรมในโครงการคนรุ่นใหม่ฯ แล้ว จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางสังคมคือ การสร้างจิตสำนึกได้ว่า คนรุ่นใหม่เป็นกำลังสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมไปในด้านใดด้านหนึ่ง และเป็นแรงผลักดันการขับเคลื่อนทางสังคม

สุดท้ายนี้ อาจจะไม่ใช่แค่คนรุ่นใหม่ที่จะเปลี่ยนแปลงสังคม แต่คนทุกวัยก็พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมที่เป็นอยู่ สังคมชอบบอกว่าคนรุ่นใหม่เป็นความหวัง แต่ความหวังแท้จริงแล้วคือการเปลี่ยนแปลงสังคมจากคนทุกคน

ธัญนรี ทองชุม เป็นผู้เข้าอบรมโครงการอบรมนักข่าวภาคอีสานของเดอะอีสานเรคคอร์ด ประจำปี 2561