ทหารกดดันอาจารย์ม.อุบลฯห้ามต่อต้านรัฐบาลคสช.

อุบลราชธานี – รองเสนาธิการ มทบ.22 เข้าพบอาจารย์ม.อุบลราชธานีห้ามไม่ให้มีกิจกรรมต่อต้านรัฐบาล คสช. ที่มาจากการรัฐประหาร ระหว่างการประชุมครม.สัญจร ที่จ.อุบลราชธานี วันที่ 23-24 ก.ค.นี้

เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2561 พ.อ.มงกุฎ แก้วพรหม รองเสนาธิการ มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ (มทบ.22) จ.อุบลราชธานี พร้อมทหารติดตาม 1 นาย นัดพบอาจารย์ม.อุบลราชธานี 3 คน ประกอบด้วย นายฐิติพล ภักดีวานิช คณบดีคณะรัฐศาสตร์ นางสาวเสาวนีย์ ตรีรัตน์ อเลกซานเดอร์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาและวรรณคดีตะวันตก คณะศิลปศาสตร์ และนายธีระพล อันมัย อาจารย์ประจำสาขาวิชานิเทศศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในม.อุบลราชธานี

พ.อ.มงกุฎ แก้วพรหม รองเสนาธิการ มณฑลทหารบกที่ 22 พูดคุยกับนายธีระพล อันมัย (คนซ้าย) นางสาวเสาวนีย์ ตรีรัตน์ อเลกซานเดอร์ และนายฐิติพล ภัคดีวานิช อาจารย์ ม.อุบลราชธานี เม่่ือวันที่ 19 ก.ค. 2561 เนื่องจากกังวลว่านักศึกษาอาจจะเคลื่อนไหวต่อต้านนายกรัฐมนตรีระหว่างประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่ จ.อุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 23 – 24 ก.ค. 2561 ภาพจากเฟซบุ็ค Titipol Phakdeewanich

การนัดพบดังกล่าวเพื่อพูดคุยและสอบถามว่าจะมีนักศึกษาจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวต่อต้านหรือเรียกร้องระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะรัฐมนตรีลงพื้นที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ระหว่างวันที่ 23 – 24 ก.ค. 2561 ที่จ.อุบลราชธานี และจ.อำนาจเจริญหรือไม่ โดยวันที่ 23 ก.ค. จะเป็นการตรวจเยี่ยมราชการและวันที่ 24 ก.ค. มีการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่โรงแรมยูเพลส ม.อุบลราชธานี

นายฐิติพล ภักดีวานิช คณบดีคณะรัฐศาสตร์ ม.อุบลราชธานี กล่าวว่า ตนไม่สามารถไปควบคุมนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์หรือนักศึกษาในมหาวิทยาลัยได้ หากนักศึกษาแสดงออกซึ่งความเห็นทางการเมืองที่ไม่สอดคล้องกับรัฐบาล เพราะเป็นสิทธิการแสดงออกทางการเมือง เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของนักศึกษาและประชาชนทั่วไป ภาพจากเฟซบุ็ค Titipol Phakdeewanich

นายฐิติพลกล่าวว่า เมื่อสัปดหาก่อน พ.อ.มงกุฎได้โทรศัพท์ติดต่อมาหาตนโดยตรงเพื่อขอพูดคุยและสอบถามว่าจะมีนักศึกษาทำกิจกรรมประท้วงรัฐบาล คสช. ระหว่างการประชุมครม.สัญจรหรือไม่ จึงมีการนัดหมายพูดคุยกันเมื่อวันที่ 19 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยพ.อ.มงกุฎขอให้ตนในฐานะคณบดีคณะรัฐศาสตร์คอยตรวจดูว่าจะมีนักศึกษาในคณะทำกิจกรรมต่อต้านนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ถ้าหากมี ก็ขอให้ห้ามปรามไม่ให้เคลื่อนไหว เพราะอาจจะเกิดความไม่สงบเรียบร้อยทั้งนี้เนื่องจากรัฐบาลขอความร่วมมือลงมา

คณบดีคณะรัฐศาสตร์ ม.อุลราชธานีกล่าวว่า ตนตอบไปว่า ตนไม่สามารถรู้ได้ว่านักศึกษาคนไหนหรือกลุ่มไหนจะทำกิจกรรมอะไร และไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะไม่เกิดการชุมนุมประท้วงรัฐบาลในช่วงการประชุม ครม.

“ผมตอบพันเอกมงกุฎไปว่าการคอยดูว่าจะมีนักศึกษาชุมนุมประท้วงรัฐบาล คสช. หรือไม่นั้น ผมไม่รู้ ถ้ารู้ว่ามีก็ไม่สิทธิที่จะไปห้ามได้ เพราะนั้นถือเป็นสิทธิเสรีภาพของนักศึกษาที่จะแสดงออกต่อการบริหารงานของรัฐบาทุกรัฐบาล” นายฐิติพลกล่าว

นายฐิติพลกล่าวอีกว่า เรื่องการดูแลความสงบเรียบร้อยระหว่างการจัดประชุม ครม. นั้น ตนบอกพ.อ.มงกุฎว่า มีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองรวมถึงเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยติดตามความเคลื่อนไหวอยู่แล้ว ตนจึงไม่จำเป็นต้องทำหน้าที่นี้

นายฐิติพลกล่าวด้วยว่า ตนคิดว่าสาเหตุที่เจ้าหน้าที่ทหารเจาะจงมาพูดคุยกับตนเนื่องจาก เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2561 คณะรัฐศาสตร์ได้จัดงานเสวนาเรื่อง เสียงของเยาวชน : สะท้อนสถานการณ์ด้านประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน ซึ่งในวันนั้นมีนิสิต นักศึกษาจากหลายมหาวิทยาลัยเข้าร่วมกิจกรรม และวิทยากรที่เสวนาซึ่งเป็นนักศึกษาได้พูดและวิจารณ์การทำงานของรัฐบาล คสช. โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออกของนิสิตนักศึกษา การคุกคาม จับกุมนักศึกษาที่ทำกิจกรรมประท้วงรัฐบาล คสช. ซึ่งวันเสวนาดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ทหารเข้าฟังและบันทึกวีดีโอการเสวนาด้วย ตนคิดว่าน่าจะเป็นสาเหตุที่ พ.อ.มงกุฎติดต่อขอพบตน

กรณีพ.อ.มงกุฎเรียกพบและพูดคุยขอให้ห้ามปรามนักศึกษาไม่ให้เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล คสช. ช่วงการประชุม ครม.สัญจรนั้น นายฐิติพลกล่าวว่า ถือเป็นการละเมิดสิทธิ เสรีภาพตามหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตย อีกทั้งเป็นการละเมิดสิทธิ เสรีภาพทางวิชาการในมหาวิทยาลัยอีกด้วย เพราะมหาวิทยาลัยถือเป็นพื้นที่ที่มีเสรีภาพในความคิด การพูด และการเขียน

“มหาวิทยาลัยคือสถาบันการศึกษาที่ตามหลักแล้วต้องไม่ถูกผู้มีอำนาจ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารเข้ามาควบคุมหรือปิดกั้นการแสดงออกของคณาจารย์และนักศึกษาตามหลักสิทธิ เสรีภาพในสังคมประชาธิปไตย” นายฐิติพลกล่าว

นายธีระพล อันมัย อาจารย์ประจำสาขาวิชานิเทศศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ ม.อุบลราชธานี กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยที่ทหารใช้อำนาจมาสั่งห้ามไม่ให้ประชาชนต่อต้านรัฐบาล และการกระทำของทหารเป็นการปิดกั้นเสรีภาพของตนและประชาชน ภาพจากเฟซบุ็ค Titipol Phakdeewanich

นายธีระพลกล่าวว่า ตนรู้แปลกใจตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค. 2561 ขณะที่ตนมาทำงานที่คณะ มีเจ้าหน้าที่ในคณะคนหนึ่งบอกตนว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลนอกเครื่องแบบ 2 นาย มาสอบถามหาตนที่คณะ โดยไม่ทราบว่าต้องการพบตนเพราะสาเหตุอะไร และเมื่อช่วงเย็นวันที่ 18 ก.ค. 2561 นางสาวเสาวนีย์ เพื่อนอาจารย์ในคณะได้โทรศัพท์มาบอกตนในขณะที่ตนอยู่ที่ จ.ขอนแก่นว่า ผู้บริหารมหาวิทยาลัยบอกว่า มีนายทหารจากมทบ.22 ต้องการพบและพูดคุยกับนางสาวสาวนีย์ก่อนที่จะมีการประชุม ครม.สัญจร นางสาวเสาวนีย์จึงชวนตนร่วมพูดคุยเป็นเพื่อนด้วย รวมถึงตนอยากรับรู้ว่าทหารจะพูดคุยกับคนที่เห็นต่างจากรัฐบาล คสช. อย่างไร

นายธีระพลกล่าวด้วยว่า เมื่อถึงเวลานัดหมายพ.อ.มงกุฎได้บอกเหตุผลที่ขอพบว่าเจ้าหน้าที่ทหารมีความกังวลว่าจะมีนักศึกษา และ น.ส.เสาวนีย์รวมถึงตน และเพื่อนอาจารย์อีกหลายคนในกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาล คสช.แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี

“พันเอกมงกุฎบอกว่าขออนุญาตอธิการบดีเพื่อขอพบปะพูดคุยกับอาจารย์กลุ่มผม เพื่อขอร้องว่าอย่าได้เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลในช่วงนี้ ผมจึงบอกไปว่าพวกเราไม่มีแผนการเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้นในช่วงนี้” นายธีระพลกล่าว

นายธีระพลกล่าวอีกว่า ตนได้อธิบายให้พ.อ.มงกุฎฟังต่อว่า หากเป็นรัฐบาลที่มาบริหารประเทศมาจากการเลือกตั้งของประชาชนตามวิถีประชาธิปไตย ประชาชน นักศึกษา อาจารย์อย่างพวกตนคงไม่ออกมาต่อต้าน และตนเชื่อว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนจะเปิดโอกาสให้ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการบริหารงานของรัฐบาลออกมาชุมนุม เรียกร้องตามสิทธิเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ได้ ซึ่งแตกต่างจากรัฐบาล คสช.ที่มาจากการยึดอำนาจประชาชน มาแต่งตั้งตัวเองเป็นรัฐบาลมีอำนาจสูงสุดปกครอประเทศ ผ่านมากว่า 4 ปีแล้วที่ประชาชนอยู่ใต้อำนาจการปกครองของ รัฐบาล คสช.ที่ได้อำนาจการปกครองประเทศมาจากการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 ซึ่งทำให้ความเป็นประชาธิปไตยตกต่ำลงอย่างมาก มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนประชาชน จับกุม คุมขังประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการบริหารงานของรัฐบาล คสช. ตนจึงต้องการแสดงออกถึงการไม่ยอมรับการปกครองของรัฐบาล คสช.

อาจารย์ประจำสาขาวิชานิเทศศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ ม.อุบลราชธานีผู้นี้กล่าวอีกว่าการที่ทหารขอพบและพูดคุยกับอาจารย์ที่สอนหนังสือในมหาวิทยาลัยเป็นเรื่องไม่ปกติ ทหารควรทำหน้าที่ทหาร ปกป้องประชาชน ไม่ใช่มาใช้อำนาจสั่งห้ามนักศึกษาและอาจารย์ไม่ให้ทำอะไรที่เจ้าหน้าที่รัฐไม่ชอบ เพราะต่างคนต่างทำหน้าที่ ตนก็ทำหน้าที่อาจารย์ สอนหนังสือ ให้ความรู้นักศึกษา อาชีพอาจารย์สอนหนังสืออย่างพวกตนไม่ใช่ศัตรูของประเทศชาติที่ทหารต้องมาติดตามและคุกคาม

“ทหารไม่ควรขอนัดพบพูดคุยหรืิอแสดงออกในลักษณะที่มีอำนาจห้ามปรามไม่ให้ประชาชนทำอะไร เพราะเหมือนการปิดกั้นการแสดงออกที่เป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างพวกผมที่กระทำได้” นายธีระพลกล่าวทิ้งท้าย