ชาววานรนิวาสร้องกองทุนยุติธรรมช่วยค่าประกันตัว

โดย ศตานนท์ ชื่นตา

สกลนคร – ชาววานรนิวาส 5 คนยื่นคำร้องต่อสำนักงานยุติธรรมจังหวัดสกลนครให้ช่วยเหลือเงินค่าประกันตัวหากอัยการสั่งฟ้องคดีต่อศาล จากการต่อต้านเหมืองแร่โปแตชในพื้นที่

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดสกลนคร ชาวอำเภอวานรนิวาสจำนวน 5 คน ที่ถูกพนักงานสอบสวนตั้งข้อหาทำผิด พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะและข้อหาร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น (ผู้อื่นคือตัวแทนบริษัทไชน่า หมิงต๋า โปแตช คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด) ประกอบด้วย นางสาวสุดตา คำน้อย (คดีชุมนุมฯ และร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นฯ) นายกิจตกรณ์ น้อยตาแสง (คดีชุมนุมฯ และร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นฯ) นางสาวพิสมัย สุขะ (คดีร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นฯ) นายโอฬาร บุตรแสนคม (คดีร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นฯ) และนางสัมฤทธิ์ โบราณมูล (คดีร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นฯ) ได้ยื่นคำร้องต่อกองทุนยุติธรรมเพื่อขอความช่วยเหลือ

คดีความดังกล่าวเกิดขึ้นจากกรณีชาวอำเภอวานรนิวาสรวมตัวคัดค้านการขนย้ายอุปกรณ์เจาะสำรวจแร่โปแตช ของบริษัทไชน่า หมิงต๋า โปแตช คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเตรียมสำรวจแร่โปแตช หลุมที่ 4 บริเวณบ้านน้อย (หลังวัดโนน) ต.วานรนิวาส อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร ระหว่างวันที่ 9-15 พฤษภาคม ปี 2561

ผู้ต้องหาคดีต่อต้านการขุดเจาะเหมืองแร่โปแตช ที่อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร เข้ายื่นคำร้องต่อสำนักงานกองทุนยุติธรรมสกลนครให้ช่วยเหลือเงินประกันตัวจากการถูกฟ้องคดีร่วมข่มขืนจิตใจผู้อื่น เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2561 (ซ้ายไปขวา) ประกอบด้วย นายโอฬาร บุตรแสนคม นายสักกพล ไชยแสงราช (ทนายความ) นางสาวพิสมัย สุขะ นางสัมฤทธิ์ โบราณมูล นายกิจตกรณ์ น้อยตาแสง และนางสาวสุดตา คำน้อย

นายสักกพล ไชยแสงราช ทนายความและที่ปรึกษาด้านกฎหมาย กล่าวว่า ลูกความวิตกกังวลต่อข้อหาร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 ที่มีอัตราเงินประกันคนละ 80,000 บาท รวมผู้ต้องหา 5 คน เป็นเงินถึง 400,000 บาท เพราะหากอัยการสั่งฟ้องคดีต่อศาลจะทำให้ลูกความเกิดความยากลำบากในการหาหลักทรัพย์มาประกันตัว ตนจึงได้พาลูกความมายื่นคำร้องขอความช่วยเหลือจากสำนักงานกองทุนยุติธรรม สกลนคร เพื่อเป็นช่องทางหาหลักทรัพย์ประกันตัวอีกช่องทางหนึ่งตามสิทธิอันพึงมีของประชาชน

นางสัมฤทธิ์กล่าวว่า ตนไม่ได้บังคับข่มขืนจิตใจบริษัทไชน่า หมิงต๋าฯ แต่ตนและชาววานรนิวาสน่าจะถูกข่มขืนจิตใจมากกว่า และยังถูกคุกคามเสรีภาพในการแสดงออก

นางสัมฤทธิ์ โบราณมูล กล่าวอีกว่า ตนและประชาชนคนอื่น เป็นเกษตรกรธรรมดาไม่ได้มีฐานะร่ำรวย หลังจากถูกตั้งข้อหาและมีแนวโน้มว่าอัยการจะสั่งฟ้องคดีโดยเป็นคดีที่มีวงเงินประกันสูง ตนจึงวิตกกังวลว่าจะไม่มีเงินค่าประกันตัวเพียงพอ หลังจากปรึกษาทนายความพวกตนจึงรวมตัวกันมายื่นคำร้องขอให้กองทุนยุติธรรมช่วยเหลือ ตนหวังว่ากองทุนยุติธรรมจะช่วยพวกตน เพราะสิ่งที่พวกตนทำคือการปกป้องวิถีชีวิต ชุมชน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม แต่กลับต้องมาถูกดำเนินคดี  

นางสาวหทัยชนก ชูจันทร์ เจ้าหน้าที่นิติกรกองทุนยุติธรรมจังหวัดสกลนคร ผู้รับคำร้อง กล่าวว่า กองทุนยุติธรรมมีไว้เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านผู้ยากไร้ที่ประสบปัญหาด้านคดีความ ประชาชนทุกคนมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนฯ สำหรับประชาชน 5 คนนี้เข้าข่ายที่สามารถยื่นคำร้องไว้ได้

นางสาวหทัยชนกกล่าวด้วยว่า กองทุนฯ จะตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาการมอบทุน คณะอนุกรรมการฯ ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน และมีตัวแทนจากหน่วยงานราชการต่างๆ เป็นประธาน คณะอนุกรรมการฯ จะประชุมเดือนละ 1 ครั้ง ทุกต้นเดือน

ศตานนท์ ชื่นตา ผู้เข้าอบรมโครงการอบรมนักข่าวภาคอีสานของเดอะอีสานเรคคอร์ด ประจำปี 2560