‘ปกรณ์’ เสนอปล่อยนักโทษการเมือง

ขอนแก่น – ผู้ก่อตั้งพรรคสามัญชนระบุ คดี “ไผ่ ดาวดิน” เป็นคดีการเมืองที่เกิดจากการต่อต้านรัฐบาล คสช. เผยเตรียมเสนอต่อพรรคสามัญชนให้ออกนโยบายนิรโทษกรรมนักโทษคดีการเมือง และคดีที่ประชาชนถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน

เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2561 ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น จ.ขอนแก่น นายปกรณ์ อารีกุล นักกิจกรรมและผู้ก่อตั้งพรรคสามัญชน และนักกิจกรรมอีก 3 คน เข้าเยี่ยมนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” สมาชิกกลุ่มดาวดิน ผู้ต้องขังคดีหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการแบ่งปันรายงานข่าวของเว็บไซต์บีบีซีไทย เรื่อง “พระราชประวัติกษัตริย์พระองค์ใหม่ของไทย” บนหน้าเฟซบุ๊กของตนเอง โดยรายงานข่าวดังกล่าวมีผู้ร่วมแบ่งปันอีกหลายพันคน แต่นายจตุภัทร์ถูกดำเนินคดีเพียงคนเดียว  

นายปกรณ์ อารีกุล ผู้ก่อตั้งพรรคสามัญชน (คนที่ 4 ซ้าย) พร้อมกลุ่มนักกิจกรรม หน้าทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2561

นายปกรณ์กล่าวว่า ตนตั้งใจมาเยี่ยมนายจตุภัทร์ในฐานะเพื่อนที่เคยทำกิจกรรมออกค่ายเรียนรู้ปัญหาของประชาชนในพื้นที่ชนบท รวมถึงทำกิจกรรมเกี่ยวกับกฎหมายการให้มหาวิทยาลัยออกนอกระบบ ตนเคลื่อนไหวที่มหาวิทยาลัยบูรพา จ.ชลบุรี ส่วนนายจุตภัทร์เคลื่อนไหวที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมถึงพวกตนยังได้ร่วมเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อต้านการรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในวันครบรอบ 1 ปี รัฐประหาร เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2558 ซึ่งตนร่วมเคลื่อนไหวกับนักศึกษาและประชาชนที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ส่วนนายจตุภัทร์เคลื่อนไหวกับกลุ่มดาวดินที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จ.ขอนแก่น ทำให้ผู้ที่เคลื่อนไหวถูกฟ้องร้องดำเนินคดีฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 กรณีห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คน

“เมื่อผมพบไผ่ ผมเล่าเรื่องสถานการณ์ทางการเมือง ข่าวการเมือง ปัญหาสังคมไทยในปัจจุบันให้เขาฟัง ซึ่งได้คุยไม่กี่นาที เพราะต้องแบ่งเวลาให้เพื่อนอีก 3 คนได้คุยกับไผ่ด้วย” นายปกรณ์กล่าว

นายปกรณ์กล่าวด้วยว่า นายจตุภัทร์ถูกเจ้าหน้าที่รัฐฟ้องร้องดำเนินคดีเพื่อปิดกั้นความเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล คสช. ดังนั้น คดีที่นายจตุภัทร์ถูกฟ้องร้องล้วนเป็นคดีทางการเมือง และตนคิดว่านายจตุภัทร์ถูกเจ้าหน้าที่รัฐกลั่นแกล้ง

“ผู้ที่มีอำนาจทางการเมืองในตอนนี้มองไผ่ เป็นศัตรูทางการเมืองที่ต้องกำจัด ไผ่จึงมีคดีความและติดคุกอยู่ถึงทุกวันนี้” นายปกรณ์กล่าว

เมื่อถามว่าพรรคสามัญชนคิดเห็นอย่างไรต่อกรณีนักโทษทางการเมือง นายปกรณ์ตอบว่า ตนพูดในนามพรรคตอนนี้ยังไม่ได้ แต่ขอตอบเป็นความเห็นส่วนตัว ตนมองว่า เมื่อสามารถนำเสนอนโยบายของพรรคได้ ตนจะเสนอและผลักดันนโยบายปลดปล่อยนักโทษทางการเมือง เพราะนักโทษทางการเมืองไม่ใช่นักโทษที่ก่ออาชญากรรม อาทิ การประทุษร้ายร่างกาย หรือใช้อาวุธทำร้ายผู้อื่น

“พวกเขาเป็นนักโทษทางความคิด ไม่ได้ไปฆ่าใคร หรือทำให้เกิดความเสียหายกับสถานที่ พวกเขาแค่แสดงออกทางการเมือง แสดงความเห็นทางการเมือง ชุมนุมทางการเมืองเท่านั้น” นายปกรณ์กล่าว

นายปกรณ์ อารีกุล กล่าวว่า นักโทษทางการเมืองไม่ใช่นักโทษที่ก่ออาชญากรรม แต่เป็นแค่เพียงผู้แสดงความเห็นทางการเมือง จึงสมควรได้รับการนิรโทษกรรม

ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัญชนผู้นี้กล่าวอีกว่า รายละเอียดของนโยบายเบื้องต้นคงพิจารณานิโทษกรรมคดีทางการเมืองที่เกิดขึ้นกับประชาชนก่อน โดยเฉพาะกรณีประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิชุมชน สิทธิในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ หรือกรณีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐ ถูกเจ้าหน้าที่รัฐและนายทุนฟ้องร้องดำเนินคดีเพื่อให้ประชาชนยุติความเคลื่อนไหว

“กรณีเหล่านี้ผมจะคิดว่า พวกเขาถูกรัฐและทุนละเมิดสิทธิมนุษยชน สมควรที่จะได้รับการนิรโทษกรรม” นายปกรณ์กล่าว

ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัญชนผู้นี้กล่าวอีกว่า 4 ปีแล้ว คสช. ควรยุติบทบาท คืนอำนาจให้ประชาชน เพราะ 4 ปีที่คสช.ปกครองประเทศ ทำให้ประเทศไม่พัฒนา เศรษฐกิจตกต่ำ การปฏิรูปที่ คสช. อ้างเพื่อยึดอำนาจก็ไม่เกิดขึ้นจริง สิทธิเสรีภาพของประชาชนถูกปิดกั้นโดยกฎหมาย คำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า ทำให้การทำกิจกรรมทางการเมือง การชุมนมเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากกฎหมายและนโยบายของ คสช. ไม่สามารถทำได้