“ธนาธร” ลั่นเกณฑ์ทหารคือวัฒนธรรมอำนาจนิยม

ขอนแก่น – ผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่เผยอีสานไม่พัฒนาเนื่องจากส่วนกลางไม่เปิดโอกาสให้ดูแลและจัดการตนเอง ชี้เกณฑ์ทหารคือวัฒนธรรมอำนาจนิยมส่งผลสังคมไม่มีอนาคต แนะลดความเหลื่อมล้ำต้องเก็บภาษีที่ดิน เลิกสิทธิพิเศษการลงทุน และเก็บภาษีหุ้น พร้อมสนับสนุนสวัสดิการถ้วนหน้าให้แก่เด็กและคนชรา

เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2561 ที่ห้องสมุดชั้น 1 ตึก 50 ปี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ บรรยายพิเศษบนเวที “Who talk” ครั้งที่ 4 ให้แก่ นักศึกษา คณาจารย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และบุคคลทั่วไป

เดอะอีสานเรคคอร์ดร่วมฟังการบรรยายครั้งนี้ และถอดข้อความบางช่วงของการบรรยายของนายธนาธรที่บอกเล่าถึงชีวิตช่วงที่เป็นนักศึกษาที่เคยทำกิจกรรมการเคลื่อนไหวทางการเมือง พร้อมทั้งแสดงความเห็นในประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับการพัฒนาภูมิภาคอีสาน การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม รวมถึงเรื่องการเกณฑ์ทหาร   

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ บรรยายพิเศษที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2561

ผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ผู้นี้กล่าวว่า ขณะศึกษาระดับปริญญาตรีที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตนได้ทำกิจกรรมอาสาสมัครเพื่อสังคมภายนอกมหาวิทยาลัย เช่น กิจกรรมค่ายอาสาพัฒนาชุมชน เมื่อปี 2542 ตนได้รับเลือกเป็นอุปนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) และปี 2543 ตนได้รับเลือกเป็นรองเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)

“ช่วงนั้นผมมีโอกาสทำกิจกรรมอาสานอกมหาวิทยาลัย เช่น ทำกิจกรรมช่วยเหลือประชาชนที่ถูกกระทำจากภาครัฐและกลุ่มทุนที่ไม่เป็นธรรม เช่น ในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนปากมูล” นายธนาธรกล่าว

นายธนาธรกล่าวอีกว่า ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ขัดเกลาชีวิต ซึ่งส่งกระทบต่อความคิดและการใช้ชีวิตของตน หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า “formative years” ช่วงนั้นเป็นช่วงที่สังคมได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 และเป็นช่วงที่เกิดรัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งตนเป็นคนรุ่นแรกๆ ที่ได้รับการอบรมเนื้อหาของรัฐธรรมนูญปี 2540 เพื่อนำเนื้อหาของรัฐธรรมนูญไปถ่ายทอดแก่นักศึกษาในมหาวิทยาลัยต่างๆ อาทิ ที่จ.อุบลราชธานี และจ.สงขลา เป็นต้น

“ช่วงที่ลงพื้นที่จ.อุบลราชธานี มีประชาชนกำลังเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิในที่ดินทำกิน กรณีได้รับกระทบการจากการสร้างเขื่อนปากมูลของรัฐบาลพอดี ทำให้ผมได้เห็นโลกอีกโลกหนึ่ง ที่ประชาชนได้รับความไม่เป็นธรรมจากโครงการพัฒนาของรัฐ” นายธนาธรกล่าว

ผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ผู้นี้กล่าวอีกว่า หลังจากตนเรียนจบปริญญาตรี (นายธนาธรเรียนจบปริญญาสาขาวิศวกรรมศาสตร์ หลักสูตร TEP ซึ่งจะได้รับปริญญาจาก 2 มหาวิทยาลัย คือ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยนอตทิงแฮม) ชีวิตตนมีทางเลือกอยู่ 3 ทาง ทางแรกคือการเรียนต่อปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษ ทางที่สองคือทำงานเป็นนักพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) ของสหประชาชาติ (United Nations) ที่ประเทศแอลจีเรีย และทางที่สามคือการทำงานที่บริษัทของพ่อ ตนตัดสินใจไปทำงานที่แอลจีเรีย แต่ช่วงนั้นพ่อป่วยเป็นโรคมะเร็ง แม่จึงไม่อยากให้ไปทำงานที่แอลจีเรียเพราะอยากให้ดูแลพ่อ

“ผมจึงตัดสินใจทิ้งงานที่แอลจีเรียแล้วมาดูแลพ่อที่ป่วย ระหว่างดูแลพ่อ ผมได้ไปทำงานเอ็นจีโอกับกลุ่มเพื่อนประชาชนที่ทำงานกับสมัชชาคนจน แต่ทำงานไม่ถึง 6 เดือน พ่อก็เสียชีวิต ในปี 2545 ผมจึงได้กลับไปดูแลบริษัทแทนพ่อ” นายธนาธรกล่าว

นายธนาธรกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ที่ตนจะมาดูแลบริษัทแทนพ่อ ตนรังเกียจกลุ่มทุนขนาดใหญ่และรัฐอย่างมาก เพราะในช่วงทำกิจกรรมตอนเรียนมหาวิทยาลัยนั้น ตนได้เรียนรู้ว่ากลุ่มทุนขนาดใหญ่และรัฐทำลายสิ่งแวดล้อม ทำลายชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงสร้างความอยุติธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างมาก

เมื่อถูกถามถึงความเห็นต่อคนอีสานกับการพัฒนาภาคอีสาน นายธนาธรตอบว่า ตนเชื่อว่าคำพูดที่ว่าคนในภาคอีสานยากจนนั้น ไม่ได้หมายความว่าคนอีสานเป็นคนขี้เกียจ หรือคนอีสานไม่ทำงาน หรือหมายความว่าโชคชะตาลงโทษคนอีสาน แต่เหตุผลที่ทำให้คนอีสานยากจนและมีวิถีชีวิตที่ลำบาก เพราะมีการแย่งชิงทรัพยากรในภาคอีสานในช่วงการพัฒนาตลอดกว่า 50 ปี โดยทรัพยากรเหล่านั้นถูกดึงไปรับใช้การเจริญเติบโตของกรุงเทพฯ   

“คนอีสานถูกกดทับ เอารัดเอาเปรียบทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง จากกรุงเทพฯ จนทำให้ศักยภาพของคนอีสานไม่สามารถปลดปล่อยออกมาได้ ผมไม่เชื่อว่าวังวน จน เจ็บ โง่ เป็นเพราะคนอีสานขี้เกียจ” นายธนาธรกล่าว

ผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ผู้นี้กล่าวอีกว่า คำถามที่สำคัญในปัจจุบันนี้เกี่ยวกับภาคอีสานคือ ทำไมไม่มีการสร้างงานที่มีคุณภาพเกิดขึ้นที่ภาคอีสาน ซึ่งจะทำให้คนอีสานไม่ต้องไปทำงานที่กรุงเทพฯ หรือภูมิภาคอื่น คำตอบของตนคือว่า ก็เพราะกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการการสร้างงาน สร้างธุรกิจ นั้นมีกฎระเบียบมากมายหลายขั้นตอน  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกฎระเบียบที่มาจากกรุงเทพฯ หรือส่วนกลาง

นายธนาธรกล่าวต่อว่า ตนเพิ่งคุยกับตัวแทนกลุ่มธุรกิจที่ออกแบบเมืองขอนแก่น และจะสร้างรถไฟรางเบาในเขตเมืองขอนแก่น ตัวแทนกลุ่มธุรกิจผู้นั้นบอกตนว่า แค่การขอใบอนุญาตก่อสร้างรถไฟรางเบาจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องอย่าง กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคมก็ใช้เวลานานถึง 3 ปี 6 เดือน ซึ่งถือว่านานมาก ตนจึงคิดว่า ถ้าหากใช้เวลาขอใบอนุญาตใบละ 3 ปี 6 เดิือน หากต้องการสร้างรถไฟรางเบาทั้งประเทศคงต้องใช้เวลาขอใบอนุญาตนานถึง 220 ปี

ผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ผู้นี้กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ภาคอีสานไม่พัฒนา ส่วนหนึ่งเกิดจากกฎระเบียบต่างๆ ของหน่วยงานราชการส่วนกลางไม่เปิดโอกาสท้องถิ่นได้

ดูแลและจัดการท้องถิ่นตัวเอง ตนคิดว่าคนอีสานไม่ได้โง่และไม่อยากเปลี่ยนแปลงสังคมตัวเอง แต่มีอุปสรรคที่ขัดขวางไม่ให้คนอีสานเข้าถึงอำนาจในการเปลี่ยนแปลง

“เราต้องลดกฎระเบียบต่างๆ ที่ส่วนกลางกำหนดซึ่งปิดกั้นไม่ให้ต่างจังหวัด รวมถึงภาคอีสานพัฒนาตัวเองได้” นายธนาธรกล่าว

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่

หลังจบการสนทนา มีคำถามจากผู้ฟังเกี่ยวกับประเด็นการเกณฑ์ทหาร นายธนาธรตอบว่า การเกณฑ์ทหารเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอำนาจนิยมที่ฉุดรังความเจริญความก้าวหน้าของสังคม การเกณฑ์ทหารเป็นวัฒนธรรมจารีตนิยม ทำให้คนยอมรับและสยบยอมกับอำนาจโดยไม่มีความคิดสร้างสรรค์

“การสยบยอมอำนาจเป็นเรื่องที่น่ากลัว เพราะเมื่อคนยอมรับกับสิ่งที่เป็นอยู่เหมือนคุณถูกทำให้เชื่อง และคิดว่าตัวเองไม่มีศักยภาพจะทำอะไร แสดงว่าเมื่อนั้นสังคมไม่มีอนาคตแล้ว การเกณฑ์ทหารเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างวัฒนธรรมนั้น” นายธนาธรกล่าว

เมื่อถูกถามถึงวิธีการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม นายธนาธรตอบว่า ตนจะแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมโดยวิธีการกระจายความมั่งคั่ง (redistribution) ผ่านโครงสร้างการเก็บภาษี โดยจะเสนอให้เก็บภาษีที่ดิน ยกเลิกสิทธิประโยชน์ด้านภาษีจากการลงทุน (ของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ) และเก็บภาษีหุ้นนิติบุคคล ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้และก่อให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม

นายธนาธรกล่าวต่อว่า การเก็บภาษีที่ดินคือ การเก็บภาษีจากกลุ่มทุนขนาดใหญ่ที่ครอบครองที่ดินแล้วไม่ได้ใช้ประโยชน์ แต่มักจะครอบครองที่ดินไว้เพื่อเก็งกำไรเอาไว้ขาย ถือเป็นการลงทุนของคนมีเงินรูปแบบหนึ่ง ตนคิดว่าการที่นายทุนครอบครองที่ดินไว้เก็งกำไรขายนั้นทำให้ที่ดินในตลาดมีจำนวนจำกัด ส่งผลให้ราคาที่ดินมีมูลค่าสูงขึ้น จนทำให้ราคาที่ดิน ราคาบ้าน มีราคาสูงขึ้นตามไปด้วย ในที่สุดประชาชนที่ไม่มีเงินก็ไม่สามารถซื้อที่ดินและซื้อบ้านได้ ทำให้เกิดปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยของประชาชนตามมา

“ต้องเก็บภาษีที่ดินกับคนที่ซื้อที่ดินแล้วไม่ใช้ประโยชน์ แต่ถ้าไม่จ่ายภาษีก็ต้องขายที่ดินนั้น จะทำให้เกิดการซื้อขายที่ดินมีมากขึ้น เมื่อที่ดินมีมาก ราคาที่ดิน ราคาบ้านก็จะลดลง” นายธนาธรกล่าว

นายธนาธรกล่าวต่อว่า ต้องยกเลิกสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน เพราะสิทธิพิเศษนี้กำหนดให้บริษัทที่มีเงินลงทุนจำนวนมหาศาลไม่ต้องจ่ายภาษีให้รัฐ ขณะที่ธุรกิจขนาดเล็กต้องจ่ายภาษีจึงไม่เป็นธรรม รวมถึงต้องเก็บภาษีหุ้นนิติบุคคล จากที่เคยมีสิทธิประโยชน์ด้านภาษี คือไม่ต้องจ่ายภาษีจากการลงทุนและการซื้อหุ้นขายหุ้น ซึ่งตนเห็นว่าไม่เป็นธรรมกับคนในสังคมส่วนใหญ่  

นายธนาธรกล่าวต่อว่า ตนจะสนับสนุนให้เกิดสวัสดิการสำหรับเยาวชนถ้วนหน้า เพราะตนคิดว่าปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมเกิดจากการที่คนเกิดมีต้นทุนชีวิตไม่เท่ากัน บางคนเกิดในครอบครัวที่ยากจน เกิดในครอบครัวที่มีหนี้สิน บางคนเกิดในครอบครัวที่มีเงิน ตนเชื่อว่า อย่างน้อยที่สุดทุกคนในสังคมที่เกิดมาควรจะเริ่มต้นชีวิตเท่ากันหรือมีต้นทุนในชีวิตเท่ากัน สวัสดิการเยาวชนถ้วนหน้า มีวิธีคือรัฐบาลจะเก็บเงินจำนวน 1,000 หรือ 1,200 บาทต่อเดือนไว้ให้เด็กที่เกิดใหม่ แล้วก็เมื่อเด็กคนนั้นมีอายุครบ 12 ปี รัฐบาลจะโอนเงินส่วนนี้เข้าบัญชีเด็กโดยตรงทุกเดือน เพื่อให้เด็กมีโอกาสได้ไล่ตามความฝันของตัวเอง

“ผมคิดว่าคงจะช่วยลดภาระของพ่อ แม่ผู้ปกครองของเด็กได้มาก อย่างน้อยก็ทำให้เด็กได้เริ่มต้นชีวิตของตัวเองเท่ากับคนอื่นๆ ไม่ใช่เริ่มต้นชีวิตของตนจากศูนย์หรือติดลบ” นายธนาธรกล่าว  

ผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ผู้นี้กล่าวทิ้งท้ายว่า สวัสดิการสำหรับคนชราหรือเบี้ยคนชรา (600 บาทต่อเดือน) ก็ควรเพิ่มขึ้นเช่นกัน เนื่องจากตนเห็นว่า คนชราที่ไม่มีลูก ไม่มีเงินออม ชีวิตพวกเขาแทบจะหมดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ บางคนต้องขอข้าวกินจากวัด เป็นต้น ถ้าคนชราคนไหนมีลูกหลานก็ต้องรอรับเงินจากลูกหลาน การรอเงินจากลูกหลานในแต่ละเดือนถือเป็นการดึงเอาเงินในอนาคตของลูกหลานมาใช้ ทำให้ลูกหลานได้รับความลำบากในการใช้ชีวิตในสังคม

“ผมเชื่อว่ารัฐสวัสดิการสามารถแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้ อย่างน้อยที่สุดคนเหล่านี้สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างไม่เสียศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ นั่นคือสังคมที่ผมอยากได้” นายธนาธรกล่าว