สมาชิกกลุ่มรักษ์อำเภอวานรนิวาสถูกชายอ้างเป็นตำรวจข่มขู่หลังร่วมงาน “we walk”

สกลนคร –  สมาชิกกลุ่มรักษ์อำเภอวานรนิวาสเข้าแจ้งความที่ สภ.คำตากล้า กรณีมีชายอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจมาสอบถามข้อมูลการเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยใช้คำพูดข่มขู่คุกคามความปลอดภัยในชีวิต หลังไปร่วมงาน we walk ที่ จ.ขอนแก่น ด้านตำรวจ สภ.คำตากล้า เผยเบื้องต้นตรวจสอบไม่พบข้อมูลเจ้าหน้าที่ตำรวจไปสอบถามข้อมูลตามที่ถูกกล่าวอ้าง

เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2561 นายศตานนท์ ชื่นตา อายุ 37 ปี อาศัยอยู่ที่ ต.นาแต้ อ.คำตากล้า จ.สกลนคร หนึ่งในสมาชิกกลุ่มรักษ์อำเภอวานรนิวาส กลุ่มที่เคลื่อนไหวคัดค้านการสำรวจและทำเหมืองแร่โปแตชในพื้นที่ อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร แจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.นิคม ผิวโพนม่วง รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน สถานีตำรวจภูธรคำตากล้า (สภ.คำตากล้า) จ.สกลนคร เพื่อบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

นายศตานนท์เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คำตากล้า จ.สกลนคร กรณีมีชายคนหนึ่งอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจ โดยทำทีเข้ามาสอบถามข้อมูลการเคลื่อนไหวทางการเมือง และใช้คำพูดในลักษณะข่มขู่คุกคาม

เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ที่ผ่านมา มีชายคนหนึ่งแต่งกายเสื้อยืด กางเกงขาสั้น ลงจากรถกระบะ 4 ประตูสีขาว อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.คำตากล้า เข้ามาสอบถามข้อมูลความเคลื่อนไหวทางการเมืองของนายศตานนท์จากมารดา ขณะที่นายศตานนท์ไม่อยู่บ้าน โดยชายคนดังกล่าวได้ใช้คำพูดสอบถามข้อมูลในลักษณะข่มขู่และคุกคาม หลังไปร่วมงาน we walk ที่ จ.ขอนแก่น ทำให้นายศตานนท์รู้สึกกังวลว่าอาจจะไม่ได้รับความปลอดภัยในชีวิต

นายศตานนท์ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าวถึงรายละเอียดการเข้าแจ้งความครั้งนี้ว่า เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ที่ผ่านมา เวลา 10.00 น. ตนได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากนางยี่ ชื่นตา ผู้เป็นมารดาว่า มีชายคนหนึ่งอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบจาก สภ.คำตากล้า จ.สกลนคร มาขอสอบถามถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองของตนว่า รู้หรือไม่ว่าเมื่อวันที่ 16 – 17 ก.พ. ที่ผ่านมา นายศตานนท์ไปไหน นางยี่ผู้เป็นมารดาตอบกลับว่า ไม่ทราบ

นายศตานนท์เล่าต่อว่า หลังจากนั้นมารดาของตนเห็นชายคนดังกล่าวโทรศัพท์พูดคุย คล้ายกับรายงานผู้บังคับบัญชาว่า ไม่พบนายศตานนท์ที่บ้านพัก ชายคนดังกล่าวจึงกล่าวต่อว่า ตนรู้ว่าเมื่อวันที่ 16 -17 ก.พ. ที่ผ่าน นายศตานนท์อยู่จังหวัดขอนแก่น ตนมีรายงาน อย่ามาโกหก ถ้าโกหกแล้วนายศตานนท์ทำอะไรผิดกฎหมายขึ้นมา ตนจะไม่รับรองความปลอดภัย หลังจากนั้น ชายคนดังกล่าวจึงเดินทางกลับ

“คำพูดที่ว่า ถ้าทำไรผิดกฎหมายจะไม่รับรองความปลอดภัยนะ ทำให้ผมรู้สึกว่า อาจจะไม่ได้รับความปลอดภัยในชีวิต จึงเดินทางมาแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานในวันนี้” นายศตานนท์กล่าว

ทั้งนี้ เมื่อสอบถามว่าช่วงวันที่ 16 – 17 ก.พ. นายศตานนท์อยู่ที่จังหวัดขอนแก่นตามที่ชายคนดังกล่าวกล่าวอ้างหรือไม่ นายศตานนท์ตอบว่า เย็นวันที่ 16 ก.พ. ตนเดินทางโดยรถโดยสารไปจังหวัดขอนแก่นจริง โดยเดินทางไปคนเดียว เพื่อร่วมงานกิจกรรม “We Walk เดินมิตรภาพ” กิจกรรมเดินเพื่อบอกเล่าปัญหาที่ประชาชนได้รับจากนโยบายและกฎหมายของรัฐบาล คสช. ในช่วงเช้าของวันที่ 17 ก.พ. เนื่องจากในกิจกรรมมีการพูดถึงประเด็นเรื่องการจัดการทรัพยากร ซึ่งกลุ่มรักษ์อำเภอวานรนิวาสเคลื่อนไหวคัดค้านการสำรวจและทำเหมืองแร่โปแตสอยู่แล้ว ตนจึงอยากไปร่วมงานเพื่อแสดงออกซึ่งความคิดเห็น

“พวกเราชาวอำเภอวานรนิวาส อยากมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากร ไม่ใช่ให้รัฐและนายทุนเป็นคนจัดการ” นายศตานนท์กล่าว

ผู้สื่อข่าวโทรศัพท์สอบถามไปยัง ร.ต.อ.บรรพต บุญไพโรจ รองสารวัตรสืบสวนสอบสวน สถานีตำรวจภูธรคำตากล้าว่า ชายคนดังกล่าวที่นายศตานนท์กล่าวอ้างนั้น เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.คำตากล้าจริงหรือไม่ ร.ต.อ.บรรพต ตอบว่า หลังจากสอบถามไปยังผู้บังคับบัญชา ผู้บังคับบัญชาตอบว่าไม่มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ไปปฏิบัติงาน และเบื้องต้นได้ตรวจสอบข้อมูลการทำงานของเจ้าหน้าที่ประจำวัน ไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจใน สภ.คำตากล้าไปบ้านนายศตานนท์ในวันที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด

ทั้งนี้ นายศตานนท์ ชื่นตา เป็นสมาชิกกลุ่มรักษ์อำเภอวานรนิวาส ผู้เคลื่อนไหวคัดค้านโครงการสำรวจและขุดเจาะเหมืองแร่โปแตช ในพื้นที่ อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร เนื่องจากกังวลว่าการทำเหมืองแร่โปแตชอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่

การเคลื่อนไหวของนายศตานนท์ทำให้เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2560 เขาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วานรนิวาส แจ้งข้อหาทำผิดพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะและกฎหมายจราจร กรณีนายศตานนท์ร่วมกับกลุ่มรักษ์อำเภอวานรนิวาสและเครือข่าย จัดขบวนแห่เพื่อเชิญชวนคนเข้าร่วมงาน “สืบชะตาห้วยโทง” งานบุญสืบชะตาอ่างห้วยโทง อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2560 ในวันรับทราบข้อกล่าวหา นายศตานนท์ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและยืนยันจะต่อสู้คดีให้ถึงที่สุด เนื่องจากไม่ได้ทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ที่ผ่านมานายศตานนท์ได้เข้าพบอัยการจังหวัดสว่างแดนดินตามการนัดของพนักงานอัยการ