บทบรรณาธิการ: วันเด็กในค่ายทหารกับการปลูกฝังความคิดอำนาจนิยม

โดยบูรพา เล็กล้วนงาม

วันเสาร์ที่ 13 มกราคมที่จะถึงนี้ตรงกับวันเด็กแห่งชาติ หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมกันจัดงานวันเด็ก รวมถึงกองทัพที่จัดกิจกรรมในค่ายทหาร ภาคอีสานมีการจัดงานวันเด็กในค่ายทหารหลายจังหวัด แต่การให้กองทัพจัดงานวันเด็กซึ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับประเทศไทยอาจแฝงไว้ด้วยการปลูกฝังความคิดอำนาจนิยม

การจัดงานวันเด็กในค่ายทหารในภาคอีสานปีนี้มีหลายจังหวัดด้วยกัน อาทิ จ.ขอนแก่น ที่มณฑลทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร จะมีการเปิดให้ชมยุทโธปกรณ์ทางทหาร, จ.นครราชสีมา ที่กองบิน 1 จะมีกิจกรรมการแสดงการบินเครื่องบินขับไล่ เอฟ 16 และนิทรรศการจัดแสดงอากาศยานของกองทัพอากาศ และจ.อุบลราชธานี ที่ กองบิน 21 และที่มณฑลทหารบกที่ 22 จังหวัดอุบลราชธานี


งานวันเด็กแห่งชาติ เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2560 ที่มณฑลทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร จ.ขอนแก่น ภาพจากเว็บไซต์ขอนแก่นลิงค์

การให้เด็กที่อยู่ในวัยเรียนรู้และไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอไปเล่นอาวุธปืนและชมการแสดงการต่อสู้ของทหาร ย่อมเป็นการปลูกฝังความรุนแรงให้เด็ก ถ้าสังเกตรายการละครทางโทรทัศน์ จะพบเห็นการเซ็นเซอร์การใช้อาวุธปืน แต่การจัดงานวันเด็กในค่ายทหารกลับทำให้เด็กเผชิญกับอาวุธสงครามโดยตรง อาทิ ปืนกลและรถถัง จึงน่าสงสัยว่าทำไมประเทศไทยจึงมีวิธีปฏิบัติที่ย้อนแย้งขนาดนี้

การจัดงานวันเด็กในค่ายทหารยังเป็นการยังสร้างความนิยมในตัวกองทัพ ซึ่งทำให้การกระทำบางอย่างของทหารไม่ถูกตรวจสอบจากสังคม หรือถ้าถูกตรวจสอบก็ถูกตรวจสอบในระดับที่แตกต่างจากคนกลุ่มอื่น อาทิ การซ้อมทรมานในค่ายทหารที่ส่งผลให้ทหารเกือบสิบนายเสียชีวิตในรอบหลายปีที่ผ่านมา กรณีล่าสุดคือ การเสียชีวิตจากการถูกซ้อมของนักเรียนเตรียมทหารภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย และ การตรวจสอบการคอร์รัปชั่น โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ที่รับราชการทหารมาตลอดชีวิต แต่สามารถครอบครองนาฬิกาหรูถึง 18 เรือน

ทั้งสองกรณี ถ้าเป็นบุคคลกลุ่มอื่นคงถูกสังคมกดดันให้ดำเนินดคีตามกฎหมายและต้องพ้นจากตำแหน่งทางการเมืองไปแล้ว แต่กรณีที่เกิดขึ้นกับทหาร สังคมกลับเงียบเฉย

เมื่อเด็กที่ถูกปลูกฝังการใช้อำนาจเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ ก็จะเป็นผู้ใหญ่ที่นิยมการใช้อำนาจ เหล่านี้จึงไม่ยินดียินร้ายต่อการที่เจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจกับบุคคลทั่วไป เช่น การให้พลเรือนขึ้นศาลทหาร การที่ศาลจังหวัดขอนแก่นไม่ให้นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน ประกันตัว ในคดีหมิ่นเบื้องสูง ทั้งที่การประกันตัวเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน

นอกจากการจัดงานวันเด็กในค่ายทหารแล้ว เมื่อสองปีก่อน โรงเรียนชุมชนดูนสาด ต.ดูนสาด อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ยังให้เด็กนักเรียนชั้นอนุบาลแต่งชุดทหารมาเรียนทุกวันพฤหัสบดีเพื่อปลูกฝังให้เด็กมีระเบียบวินัย

มีบทสัมภาษณ์ของบีบีซีไทยต่อกรณีดังกล่าวดังนี้ นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การใส่ชุดทหารไม่ใช่เป็นเรื่องผิดปกติ พร้อมตั้งตั้งคำถามว่า การจับนักเรียนแต่งชุดทหารอาจทำให้มองได้ว่า บุคลากรในโรงเรียนต้องการส่งเสริมทหารผู้มีอำนาจใช่หรือไม่ ถ้าการใส่ชุดทหารทำให้เกิดความมีระเบียบเรียบร้อย เหตุใดจึงไม่คิดส่งเสริมให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยด้วยชุดของวิชาชีพอื่นบ้าง เช่น กรรมกร หรือครู

จึงพบว่า การจัดงานวันเด็กในค่ายทหารและการให้นักเรียนแต่งชุดทหารเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการขัดเกลาทางสังคมที่ทำให้สังคมยอมรับความคิดอำนาจนิยมแบบทหาร สิ่งเหล่านี้คือการเตรียมการขั้นพื้นฐานเพื่อรองรับการปกครองในระบอบเผด็จการ

ทำไมระบอบเผด็จการจึงประสบความสำเร็จในสังคมไทย เป็นคำถามที่นายประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ตั้งขึ้น พร้อมให้คำอธิบายว่า ระบอบเผด็จการจะอยู่ได้ด้วยเครื่องมือ 2-3 อย่าง ซึ่งนอกจากอำนาจดิบและการบริหารจัดการประเทศให้ดีแล้ว เครื่องมืออีกอย่างหนึ่งคือ การควบคุมทางอุดมการณ์ ถ้ารัฐบาลทหารสามารถควบคุมความคิดคนให้เห็นว่าการปกครองของรัฐบาลทหารเป็นทางเลือกเดียวที่ดีที่สุดสำหรับสังคม ถ้าประชาชนถูกดัดแปลงความคิดจนคิดเหมือนกันหมด ทุกคนจะเป็นพลเมืองเชื่องๆ เหมือนหุ่นยนต์ รัฐบาลทหารก็ปกครองได้ตลอดไป

ฉะนั้น จึงเห็นว่าการจัดงานวันเด็กในค่ายทหาร คือกระบวนการหนึ่งของการควบคุมทางอุดมการณ์ที่ทำให้ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการปกครองด้วยระบอบเผด็จการ

ส่วนจะมีการเลือกตั้งในปลายปีนี้ตามที่หัวหน้าคณะรัฐประหารของไทยให้สัญญาไว้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ หรือไม่ คงไม่มีผู้ใดคาดการณ์ได้ เนื่องจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรัฐประหาร เลื่อนการเลือกตั้งมาแล้วหลายครั้ง แต่คนในสังคมไทยส่วนหนึ่งก็ยังเชื่อว่าทหารมีสัจจะ สิ่งนี้ล้วนคือผลแห่งการครอบงำของลัทธิอำนาจนิยมที่มีอิทธิพลต่อความคิดของเด็กไทยและสังคมไทยมาอย่างยาวนาน

 

 

 

Burapa Lekluanngarm

บูรพา เล็กล้วนงาม ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยบก. ภาษาไทย เดอะอีสานเรคคอร์ด สนับสนุนสิทธิมนุษยชน เสรีภาพ และประชาธิปไตย เคยทำงานสื่อมาหลายแขนง อาทิ หนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์