คนขอนแก่นยังเดือดร้อน จากการย้าย บขส. ไปนอกเมือง

ขอนแก่น – ผู้ใช้บริการกังวลต้องใช้เวลาเดินทางไป บขส.3 นานขึ้นและอาจเสียค่าเดินทางเพิ่มขึ้น หลังจากมีประกาศใช้ บขส.ขอนแก่น แห่งที่ 3 ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองกว่า 9 ก.ม. เพียงแห่งเดียว ด้านหัวหน้า บขส.3 ยืนยันเตรียมรถโดยสารรับ-ส่งจาก บขส.3 เข้าเมืองเพียงพอ และ บขส.3 กว้างขวาง สะอาด ปลอดภัยกว่า บขส. 1

ป้ายคัดค้านการย้ายสถานีขนส่งผู้โดยสารขอนแก่นแห่งที่ 1 ไปแห่งที่ 3 ที่บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารขอนแก่นแห่งที่ 1

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ที่ผ่านมา เดอะอีสานเรคคอร์ดลงพื้นที่สอบถามความเห็นของผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะบริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารขอนแก่นแห่งที่ 1 (บขส. 1) และแห่งที่ 3 (บขส.3) รวมถึงแม่ค้าขายอาหารหาบเร่บนรถโดยสารและตัวแทนผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะ ต่อกรณีมีประกาศจากสำนักงานขนส่งจังหวัดขอนแก่นเรื่อง การนำรถโดยสารประจำทางเข้าใช้ที่ บขส.3 เพียงแห่งเดียว

ประกาศของสำนักงานขนส่ง ฯ  ดังกล่าวนั้นยึดตามคำพิพากษาของของศาลปกครองขอนแก่น เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งตัดสินยกฟ้องกรณีผู้ได้รับเดือดร้อนจากการประกาศของกรมการขนส่งทางบก  เรื่องกำหนดให้รถโดยสารประจำทางเข้าใช้ บขส.3 เพียงแห่งเดียว  เพราะการย้าย บขส. 1 ไปใช้ บขส.3 นั้นสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนและพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย เนื่องจาก บขส.3 อยู่ไกลจากตัวเมืองถึง 9 กิโลเมตร มีค่าใช้จ่ายเดินทางสูง ระบบสาธารณูปโภคไม่พร้อม ระบบการขนส่งเชื่อมต่อของบขส.3 มาตัวเมืองขอนแก่นยังไม่พร้อม

ทั้งนี้ ศาลปกครองพิพากษาว่า ประกาศของกรมการขนส่งฯ เรื่องกำหนดให้รถโดยสารประจำทางเข้าใช้ บขส.3 เพียงแห่งเดียวชอบด้วยกฎหมาย จึงขอให้รถโดยสารประจำทางเข้าใช้ บขส.3 เพียงแห่งเดียว เพื่อประโยชน์สาธารณะ แก้ไขปัญหาจราจรแออัดในเขตเมือง ลดปัญหาการมลพิษในเขตเมืองและเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของเมืองขอนแก่น

บขส.แห่งใหม่ห่างจากตัวเมืองกว่า 9 กิโลเมตร

นายภราดล ไชยลอด นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนพระยืนวิทยาคาร ผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการย้ายสถานนีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 1 ไป แห่งที่ 3

นายภราดล ไชยลอด อายุ 17 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนพระยืนวิทยาคาร หนึ่งในผู้ที่ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะที่สถานีขนส่งผู้โดยสารขอนแก่น แห่งที่ 1 มาตั้งแต่อายุ 13 ปี โดยจะเดินทางจากบ้านที่ อ.พระยืน ซึ่งห่างจากตัวเมืองขอนแก่น 36 กิโลเมตร เข้ามาในตัวเมืองขอนแก่นเกือบทุกอาทิตย์เพื่อมาเรียนพิเศษ ซื้อของและซ้อมดนตรี กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยที่จะมีการให้รถโดยสารสาธารณะเข้าใช้ที่ บขส.3 เพียงแห่งเดียว เพราะตนต้องจ่ายเงินค่ารถเพิ่มเพื่อนั่งรถสองแถวเดินทางไปที่ บขส.3 ขึ้นรถกลับบ้าน ซึ่ง บขส.3 ห่างจากในเมืองกว่า 9 กิโลเมตร

“วันนี้ผมมางานเทศกาลงานไหม งานประจำปีของ จ.ขอนแก่น ผมกำลังจะเดินทางกลับบ้าน ทุกครั้งจะมาขึ้นรถที่ บขส. 1 เพื่อกลับบ้าน วันนี้ไม่มีรถเข้า บขส.แห่งนี้แล้ว ผมกำลังจะนั่งรถโดยสารไปขึ้นรถกลับบ้านที่ บขส.3 ค่าเดินทางผมต้องเพิ่มขึ้นและเสียเวลาเดินทางไปขึ้นรถอีก” นายภราดลกล่าว

น.ส.ศิริลักษณ์ จำปามูล นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะจาก จ.ขอนแก่นกลับบ้านที่ อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ เป็นประจำเดือนละ 3 ครั้ง

น.ส.ศิริลักษณ์  จำปามูล อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น ผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะจาก จ.ขอนแก่น กลับบ้านที่ตนและครอบครัวพักอาศัยในปัจจุบัน ที่ อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ เป็นประจำเดือนละ 3 ครั้ง กล่าวว่า บขส.แห่งใหม่ตั้งอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองที่ตนอยู่อาศัยกว่า 9 กิโลเมตร  ทำให้ตนต้องใช้เวลาในขับรถมอเตอร์ไซค์มาขึ้นรถที่ บขส.เพื่อกลับบ้านนานขึ้น จากแค่ 5 -10 นาที ที่ บขส. 1 ที่อยู่ในตัวเมือง เพิ่มเป็น 10 – 20 นาที ที่ต้องเดินทางต้องมาขึ้นรถที่ บขส.3

“จริงๆ ก็ไม่อยากให้ย้าย บขส. มาไว้นอกเมืองไกลขนาดนี้ เพราะต้องขับรถมอเตอร์ไซค์บนถนนใหญ่ที่มีรถมาก ทำให้กลัวจะเกิดอุบัติเหตุ อยากให้ใช้ บขส.ที่อยู่ในตัวเมืองเหมือนเดิม เพราะไม่ต้องเดินทางไกล” น.ส.ศิริลักษณ์กล่าว

นายสมบูรณ์ เขาแก้ว ผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะเดินทางจากบ้านเข้ามาในเมืองขอนแก่นเพื่อติดต่อราชการที่ที่ว่าการอำเภอและศาลจังหวัดขอนแก่นเป็นประจำ

นายสมบูรณ์ เขาแก้ว อายุ 58 ปี ชาว ต.แวงใหญ่ อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น อาชีพรับจ้างทั่วไป ผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะเดินทางจากบ้านเข้ามาในเมืองขอนแก่นเพื่อติดต่อราชการที่ที่ว่าการอำเภอและศาลจังหวัดขอนแก่นเป็นประจำ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่ตนได้ลงรถที่ บขส.3 ซึ่งระหว่างการเดินทางมาตัวเมืองขอนแก่น ตนรู้สึกตกใจที่ได้ยินคนขับรถบอกว่า รถจะไม่ได้เข้าไปจอดที่ บขส. 1 ที่อยู่ในตัวเมืองเหมือนเดิมแล้ว ทำให้ตนต้องหารถโดยสารเข้าตัวเมือง ซึ่งต้องจ่ายค่าโดยสารรถเข้าเมืองเพิ่มและต้องใช้เวลาในเดินทางเข้าเมืองเพิ่มอีก

“ทุกครั้งที่เดินทางจากบ้านเข้ามาเมืองขอนแก่นเพื่อติดต่อราชการ ก็จะลงรถที่ บขส.เก่าในตัวเมืองเลย สามารถเดินจะไปศูนย์ราชการที่ศาลากลางหรือที่ว่าการอำเภอได้ เพราะศูนย์ราชการตั้งอยู่ใกล้ บขส.เก่า” นายสมบูรณ์กล่าว

แต่เดิมสถานีขนส่งผู้โดยสารขอนแก่นแห่งที่ 1 ตั้งอยู่บริเวณถนนประชาสโมสรในตัวเมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งอยู่ใกล้บริเวณศูนย์ราชการ โรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้าและตลาดสด ทำให้ผู้คนที่เดินทางเข้ามาในตัวเมืองขอนแก่นเพื่อติดต่อราชการหรือทำธุระในเมืองมีความสะดวกในการเดินทาง  ส่วนสถานีขนส่งผู้โดยสารขอนแก่นไปเป็น บขส.3 นั้นซึ่งตั้งอยู่นอกเมืองไกลกว่า 9 กิโลเมตร บริเวณถนนวงแหวนรอบเมืองขอนแก่นด้านทิศตะวันตก (เลี่ยงเมือง) ต.เมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น ทำให้ประชาชนบางคนได้รับความลำบากจากการเดินทางเข้ามาตัวเมืองเพื่อติดต่อราชการและทำธุระส่วนตัวในตัวเมือง จนเกิดการเคลื่อนไหวคัดค้านการย้าย บขส.1 ไปใช้ บขส.3 เพียงที่เดียวเมื่อช่วงเดือน ส.ค. ปี 2558 ทำให้มีการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุม ฐานผิด พ.ร.บ.ชุมนุมในที่สาธารณะ ปี 2558 และมีการยื่น

ทั้งนี้ ในอดีตสถานีขนส่งผู้โดยสารขอนแก่นแห่งที่ 1 ตั้งอยู่บริเวณถนนประชาสโมสรในตัวเมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งอยู่ใกล้บริเวณศูนย์ราชการ โรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้าและตลาดสด ผู้คนที่เดินทางเข้ามาในตัวเมืองขอนแก่นเพื่อติดต่อราชการหรือทำธุระในเมืองจึงมีความสะดวกในการเดินทาง  ส่วนสถานีขนส่งผู้โดยสารขอนแก่นไปเป็นแห่งที่ 3 นั้นนอกเมืองไกลกว่า 10 กิโลเมตร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนวงแหวนรอบเมืองขอนแก่นด้านทิศตะวันตก (เลี่ยงเมือง) ต.เมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น

ทำให้ประชาชนบางคนได้รับความลำบากจากการเดินทางเข้ามาตัวเมืองเพื่อติดต่อราชการและทำธุระส่วนตัวในตัวเมือง รวมถึงพ่อค้า แม่ค้ารายย่อยใน บขส. 1กังวลจะได้ัรับความเดือดร้อนในการค้าขาย จนเกิดการเคลื่อนไหวคัดค้านการย้าย บขส. จากแห่งที่ 1 ไปใช้แห่งที่ 3 เพียงที่เดียวเมื่อช่วงเดือน ส.ค. ปี 2558 จนเกิดการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุม ฐานผิด พ.ร.บ.ชุมนุมในที่สาธารณะ ปี 2558

นางดวงใจ ตุ่นลา อายุ 35 ปี ชาวห้วยหินลาด ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น แม่ค้าขายอาหารหาบเร่บนรถโดยสาร ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดขอนแก่น 1 มากว่า 15 ปี

แม่ค้าหาบเร่ใน บขส. เก่า เสี่ยงสูญเสียอาชีพ

นางดวงใจ ตุ่นลา อายุ 35 ปี ชาวห้วยหินลาด ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น แม่ค้าขายอาหารหาบเร่บนรถโดยสาร ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดขอนแก่น บขส. 1 มากว่า 15 ปี กล่าวว่า เช้าวันนี้ตนและสามีไม่ได้ขายของ เนื่องจากไม่มีรถโดยสารเข้า บขส. 1 เหมือนทุกวันที่ผ่านมาวันนี้ตนจึงขาดรายได้จากการค้าขาย ซึ่งแต่ละวันเคยขายได้กำไรประมาณวันละ 600 บาท หลังจากหักค่าใช้จ่ายในแต่ละวันแล้วจะเหลือรายได้ประมาณวันละ 200 กว่าบาท

“บขส.แห่งนี้ เคยเป็นเสมือนที่ทำงานของพี่และสามีกว่า 15 ปี รายได้หลักของครอบครัวมาจากการขายอาหารหามเร่บนรถทัวร์ 3 วันแล้วที่ไม่ได้ขายของเพราะไม่มีรถทัวร์เข้า บขส.” นางดวงใจกล่าว

นางดวงใจเล่าอีกว่า ก่อนหน้านี้ ตนกับสามีและลูกอีก 2 คนต้องเดินทางจากบ้านที่ อ.น้ำพอง มาตัวเมืองขอนแก่นทุกเช้า เพื่อเตรียมอาหารขายและส่งลูกไปโรงเรียน ที่ตั้งอยู่ใกล้ บขส. 1 แต่ทุกวันนี้ตนและสามีไม่ได้ขายของ  จคฃึงทำให้ตนกับสามีวางแผนไว้คิดว่า เมื่อลูกเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จะให้ลูกกลับไปเรียนชั้นมัทธยมศึกษาที่โรงเรียนใกล้บ้านใน อ.น้ำพอง เพราะตนและสามีไม่มีรายได้จากการขายของใน บขส. จึงทำให้รับภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหว

แม่ค้าขายอาหารหาบเร่ผู้นี้กล่าวว่า เดือนนี้ครอบครัวต้องชำระหนี้ให้เจ้าหนี้นอกระบบที่กู้ยืมมาเมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา ประมาณ 10,000 บาท โดยเงินดังกล่าวนำมาใช้ลงทุนค้าขายและค่ากินอยู่ของตนและสามี รวมถึงให้ลูกไปโรงเรียนและดูแลลูกคนเล็กในแต่ละวัน  ซึ่งนางดวงใจจะต้องนำเงินมาชำระเจ้าหนี้วันละ 300 บาท เป็นเวลา 40 วัน เนื่องจากเมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา ยังชดใช้เงินเจ้าหนี้ไม่ครบตามกำหนด

“รู้สึกเดือดร้อนมาก ไม่มีรถเข้า บขส. แห่งนี้ ก็เท่ากับว่าสูญเสียอาชีพและรายได้ในแต่ละวันไปเลย จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอนุญาตให้รถทัวร์ รถโดยสารเข้ามาใน บขส.เก่าตามเดิม หรือพิจารณาเปิดใช้ บขส. ทั้ง 2 สถานีเพื่อความสะดวกของประชาชนและให้พ่อค้า แม่ค้าขายอาหารหามเร่ได้ทำมาหากินต่อไป” นางดวงใจกล่าว

นางวิไลวรรณ ดวงลาปา ผู้จัดการบริษัทสวัสดีอีสาน สาขาขอนแก่น บริษัทรถโดยสารที่ให้บริการในเส้นทาง กรุงเทพฯ – บึงกาฬ

บขส.แห่งใหม่ สะอาด กว้างขวาง ปลอดภัย

นางวิไลวรรณ ดวงลาปา ผู้จัดการบริษัทสวัสดีอีสาน สาขาขอนแก่น บริษัทรถโดยสารที่ให้บริการในเส้นทาง กรุงเทพฯ – บึงกาฬ หนึ่งในบริษัทเดินรถโดยสารซึ่งย้ายมาจาก บขส. 1 มาที่ บขส.3 กล่าวว่า ตนรู้สึกชอบ บขส.3 มากกว่า บขส.เดิมที่ตนเคยอยู่ เพราะว่า บขส.แห่งใหม่นี้มีสถานที่กว้างขวาง อาคารผู้โดยสารมีขนาดใหญ่ รองรับผู้คนได้จำนวนมาก สะอาด สะดวกสบายในการเดินทาง มีที่จอดรถรับส่งผู้โดยสาร อีกทั้ง มีพนักงานรักษาความปลอดภัยประจำตามจุดต่าง ๆ ภายในสถานี 24 ชั่วโมง ทำให้ตนและผู้โดยสารบางคนรู้สึกชอบที่นี่เพราะทั้งปลอดภัยและสะอาด

“ตอนแรกที่ย้ายมาที่ บขส.3 รู้สึกไม่ชอบเลย เพราะต้องเดินทางไกลจากตัวเมือง และเมื่อ 2 ปีก่อน หลายอย่างที่นี่ก็ก่อสร้างยังไม่เรียบร้อย เหมือนยังไม่พร้อมเปิดบริการ  แต่ปัจจุบันเข้าปีที่ 3 ที่บริษัทตนย้ายมาอยู่ที่นี่ แตกต่างจาก บขส.เดิม ที่แออัด ที่จอดรถคับแคบ ระบบการจัดการไม่ดี ” นางวิไลวรรณกล่าว

นายรุ่งโรจน์ สิงห์มี หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการขนส่ง ประจำสถานีขนส่งผู้โดยสารขอนแก่นแห่งที่ 3 สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น

บขส.3 มีความพร้อมเกือบ 100 เปอร์เซ็น

นายรุ่งโรจน์ สิงห์มี หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการขนส่ง ประจำสถานีขนส่งผู้โดยสารขอนแก่นแห่งที่ 3สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นกล่าวว่า ตอนนี้ความพร้อมของ บขส.3 ในการให้บริการประชาชนนั้นมีความพร้อมสมบูรณ์เกือบ 100 เปอร์เซ็น เพราะเกือบ 2 ปีที่เปิดใช้บริการ บขส.3 ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้ร่วมกันปรับปรุงพื้นที่รอบรับผู้มาใช้บริการ

“เราได้เตรียมที่จอดรถโดยสารทุกเส้นทางไว้อย่างเพียงพอ อาคารผู้โดยสารมีขนาดใหญ่ กว้างขวาง สะอาด มีที่จอดรับส่งผู้โดยสารจำนวนมาก มีห้องน้ำบริการฟรี มีแม่บ้านคอยทำความสะอาด ห้องน้ำ บริเวณอาคารทุกวัน มีถังขยะอย่างเพียงพอ เก็บขยะทุกวัน วันละ 2 ครั้ง มีเสาไฟสูงขนาดใหญ่ให้ความสว่างช่วงกลางคืน” นายรุ่งโรจน์กล่าว

ป้ายขนาดใหญ่ชี้บอกเส้นทางไปจุดบริการประชาชนต่าง ๆ ภายใน บขส.3

นายรุ่งโรจน์กล่าวอีกว่า ด้านความปลอดภัยนั้น สถานีฯ มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจำนวน 10 อัตรา คอยรักษาความปลอดภัยในบริเวณต่าง ๆ ภายในสถานีตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจมาคอยดูแลประชาชนทุกวัน รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นผลัดเปลี่ยนมาประจำที่สถานีทุกวันเพื่อคอยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มาใช้บริการ

บขส.ใหม่ เตรียมพื้นที่รองรับพ่อค้า แม่ค้าจาก บขส.เก่า

นายรุ่งโรจน์กล่าวถึงมาตรการการดูแลความเดือดร้อนของอาชีพพ่อค้า แม่ค้าที่ บขส. 1 จะขาดรายได้จากการค้าขายของภายในสถานีขนส่งฯ นั้นว่า ตอนนี้ ทางเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเรื่องการเยียวยาพ่อค้า แม่ค้าที่ บขส.1 ได้นำปัญหาดังกล่าวเข้าไปพูดคุยในการประชุมระดับจังหวัดแล้ว ผลการประชุมสรุปว่า อันดับแรกขอให้พ่อค้าแม่ค้าที่ขายของอยู่ที่ บขส. 1 มาลงทะเบียนและแจ้งความประสงค์ต้องการมาค้าขายที่ บขส.3 ทางสถานี ฯ เตรียมพื้นที่ไปรองรับพ่อค้าแม่ค้าแล้ว โดยในนี้ 3 ปีแรก สถานีฯ จะไม่เก็บค่าเช่าพื้นที่ค้าขาย แต่อาจจะการเก็บค่าน้ำ ค่าไฟและค่าขยะ ส่วนหลังจาก 3 ปีนั้น สถานีฯ กับพ่อค้าแม่ค้าต้องมาคุยกันอีกว่า จะกำหนดอัตราค่าเช่าพื้นที่ค้าขายอย่างไร เท่าไหร่

เพิ่มรถสองแถว มินิบัส รถรับจ้างเข้าเมืองขอนแก่น

สำหรับความกังวลของประชาชนบางคนเกี่ยวกับจำนวนรถโดยสารที่จะเข้าเมืองมีอย่างเพียงพอหรือไม่นั้น นายรุ่งโรจน์กล่าวว่า ปัจจุบันสถานีได้เตรียมรถโดยสารประเภทรถสองแถวไว้บริการประชาชนกว่า 13 เส้นทาง ครอบคลุมเส้นทางที่มีที่ตั้งของศูนย์ราชการ โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า ตลาด และยังมีรถมินิบัสไว้บริการ 24 ชั่วโมง มีรถแท็กซี่ที่คิดค่าโดยสารตามมิเตอร์ และรถมอเตอร์ไซค์ รถตุ๊กตุ๊กรับจ้างไว้คอยให้บริการอีกด้วย ส่วนค่าโดยสาร เช่น รถสองแถว บุคคลทั่วไป 9 บาท นักเรียนนักศึกษา 6 บาท รถมินิบัส 15 บาทตลอดสาย ส่วนรถมอเตอร์ไซค์ รถตุ๊กตุ๊กรับจ้าง อัตราค่าโดยสารกำหนดโดยกรมการขนส่งทางบก

“ไม่อยากให้กังวลเรื่องการเดินทางเข้าในเมืองเลย เพราะว่าสถานีได้เตรียมรถสองแถว รถแท็กซี่ รถมินิบัส รถตุ๊กตุ๊ก ไว้ให้บริการอย่างเพียงพออยู่แล้ว ราคาค่าโดยสารก็ไม่เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด” นายรุ่งโรจน์กล่าว

 

จุดจอดรถโดยสารสองแถว รับ-ส่ง ผู้โดยสารจาก บขส.3 เข้าตัวเมืองขอนแก่น อัตราค่าบริการ บุคคลทั่วไป 9 บาท นักเรียนนักศึกษา 6 บาท

รถมินิบัสให้บริการรับ-ส่ง จาก บขส.3 เข้าตัวเมืองขอนแก่น อัตราค่าบริการ 15 บาทตลอดเส้นทาง

จุดบริการรถแท็กซี่ ค่าบริการคิดตามมิเตอร์ เริ่มต้นที่ 40 บาท