อาจารย์รับขู่ล็อคระบบลงทะเบียนนิสิตจริง

โดยดานุชัช บุญอรัญ

มหาสารคาม-หัวหน้าภาควิชาภาษาไทยและภาษาตะวันออก มมส. ชี้แจงว่า ได้ประกาศระงับสิทธิการลงทะเบียนเรียนนิสิตชั้นปีที่ 1 จริง แต่เป็นเพราะต้องการให้นิสิตรีบมาร่วมกิจกรรมที่เลยเวลาจัดงานแล้วโดยไม่มีเจตนาล็อคระบบ พร้อมไม่ติดใจสอบถามนิสิตที่นำชื่อตัวเองไปอ้างให้มาร่วมซ้อมบูม

คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ต้นสังกัดของ นายกีรติ ธนะไชย อาจารย์ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการประกาศล็อคระบบลงทะเบียนนักศึกษา

กรณีประกาศล็อคระบบลงทะเบียนเรียน ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) ถูกเปิดเผย เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊ค “แอนตี้โซตัส” เผยแพร่ข้อความร้องเรียนของนิสิตชั้นปีที่ 1 ภาควิชาภาษาไทยและภาษาตะวันออก คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มมส. ผู้หนึ่ง ซึ่งอ้างว่าถูกอาจารย์ประจำภาควิชา ประกาศระงับสิทธิการเข้าใช้ระบบลงทะเบียนเรียนด้วยตัวเองของนิสิตชั้นปีที่ 1 ทุกคนในภาคเรียนถัดไป เนื่องจากพวกตนไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมซ้อมบูม (กิจกรรมเพื่อแสดงความยินดีกับรุ่นพี่ในวันสำเร็จการศึกษา-ผู้เขียน) ของนิสิตรุ่นพี่ชั้นปีที่ 4 สาขาเดียวกัน

ทั้งนี้มีหลักฐานประกอบเป็นข้อความที่ถูกโพสต์โดยอาจารย์ผู้หนึ่ง ภายในกลุ่มเฟซบุ๊คที่ชื่อ “MSU Ti  60  มฤคมาศ 11” (กลุ่มของนิสิต ชั้นปีที่ 1 ซึ่งมีอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นสมาชิกกลุ่มด้วย-ผู้เขียน) มีใจความบางช่วงว่า “ปีหนึ่งยังไม่มาถึงห้องประชุมสิ่งที่จะได้รับผลในอนาคตคือ…..ครูจะล็อคระบบลงทะเบียนทั้งรุ่นสำหรับภาคเรียน 2/2560” “และจะใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการพิจารณาอนุญาตให้ออกฝึกประสบการณ์”

วันเดียวกันเรื่องดังกล่าวถูกนำไปเผยแพร่บนเว็บไซต์มติชนออนไลน์ ทำให้สาธารณชนรับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น โดยมีการพาดหัวข่าวว่า “แอนตี้โซตัส” เผยอาจารย์ ม.ดังล็อคลงทะเบียน ใครประชดออกสื่อเรียกพบรายตัว ลั่นอย่าอวดดี

ข้อความร้องเรียนของนิสิตชั้นปีที่ 1 (ซ้าย) และข้อความที่ถูกอ้างว่าเป็นของอาจารย์ (ขวา) ภาพจากเพจเฟซบุ๊ค “Anti Sotus”

เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2560 ผู้สื่อข่าวเดอะอีสานเรคคอร์ดลงพื้นที่สืบหาข้อเท็จจริง จากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายประชาสัมพันธ์ มมส. ได้รับคำแนะนำว่า ให้โทรศัพท์ไปสอบถามที่กองทะเบียนและประมวลผลซึ่งดูแลเรื่องระบบลงทะเบียนโดยตรง เมื่อผู้สื่อข่าวโทรศัพท์ไปยังกองทะเบียนและประมวลผลและแจ้งความประสงค์ที่จะทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการล็อคระบบลงทะเบียนนักศึกษา ปรากฏว่าปลายสายเงียบไปสักครู่ แล้วแจ้งใหติดต่อกลับไปที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์

วันต่อมา (12 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เพื่อขอพบเจ้าหน้าที่ที่สามารถให้คำตอบเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวได้

จากการเดินสอบถามเจ้าหน้าที่ในสำนักงานคณบดีผู้หนึ่งได้รับการปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดและแสดงความคิดเห็น โดยเพียงแต่กล่าวสั้นๆ ว่า “เรื่องนี้เป็นเรื่องเฉพาะระหว่างอาจารย์กับนิสิต ไม่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายบริหารหรือหน่วยงานทั่วไปภายในคณะ”

ผู้สื่อข่าวติดต่อไปยัง “เพจแอนตี้โซตัส” เพื่อตามหาตัวนิสิตที่โพสต์ข้อความดังกล่าว ได้รับคำตอบจากเพจแอนตี้โซตัสว่า นิสิตคนดังกล่าวไม่ประสงค์ที่จะเปิดเผยตัวและให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพียงแต่ทราบชื่อของอาจารย์ที่ถูกอ้างว่าเป็นผู้โพสต์ข้อความ คือนายกีรติ ธนะไชย

ผู้สื่อข่าวติดต่อสอบถามไปยังนายกีรติ ธนะไชย หัวหน้าภาควิชาภาษาไทยและภาษาตะวันออก คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มมส. นายกีรติยอมรับว่า เป็นผู้โพสต์ข้อความการประกาศล็อคระบบลงทะเบียนเรียนของนิสิตจริง หลังจากเกิดเรื่องได้ชี้แจงข้อเท็จจริงและเหตุผลประกอบผ่านทางเฟซบุ๊คส่วนตัวไปแล้ว

ข้อความจากเฟซบุ๊คส่วนตัวของนายกีรติ ธนะไชย เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2560 เพื่ออธิบายถึงกรณีประกาศล็อคระบบลงทะเบียนเรียนของนิสิต หลังจากตกเป็นข่าว เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2560

นายกีรติกล่าวว่า การนำเสนอข่าวของตนค่อนข้างตกหล่นข้อเท็จจริงไปหลายประการ เช่น กรณีที่กล่าวหาว่าตนขู่ล็อคระบบลงทะเบียนเรียนนิสิตเพราะนิสิตไม่ไปเข้าร่วมกิจกรรมซ้อมบูม ซึ่งไม่เป็นความจริง  

นายกีรติเล่าอีกว่า เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2560 ตนโพสต์ข้อความในกลุ่ม “MSU Ti  60  มฤคมาศ 11” เพียงเพื่อต้องการเร่งรัดให้นิสิตชั้นปีที่ 1 ที่ต้องเข้าร่วมโครงการเตรียมความพร้อมสำหรับนิสิตใหม่ที่จัดโดยภาควิชาภาษาไทยและภาษาตะวันออก ที่ยังเดินทางมาไม่ถึงบริเวณงานให้รีบเดินทางมาให้เร็วขึ้นเท่านั้น เนื่องจากขณะนั้นล่วงเลยเวลาตามกำหนดการแล้ว วิทยากรทั้งที่เป็นรุ่นพี่ ศิษย์เก่าและผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก ได้มารออยู่แล้ว

ข้อความโน้มน้าวให้นิสิตชั้นปีที่ 1 เข้าร่วมกิจกรรมซ้อมบูม ซึ่งปรากฏชื่อของนายกีรติ ธนะไชย พร้อมข้อความเกี่ยวกับการล็อคระบบลงทะเบียนเรียน

ส่วนประเด็นการล็อคระบบลงทะเบียนนิสิต นายกีรติยืนยันว่า ไม่เคยทำและไม่คิดจะทำ วัตถุประสงค์ที่โพสต์แค่อยากให้นิสิตชั้นปีที่ 1 มาร่วมงานเพราะเป็นกิจกรรมที่สำคัญซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำตามเงื่อนไขการประกันคุณภาพการศึกษา แต่เวลานั้นเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้า และไม่ทราบว่านิสิตชั้นปีที่ 1 อยู่ที่ไหนจึงโพสต์ข้อความดังกล่าว

“อาจารย์ที่ปรึกษาสามารถล็อคได้นะ ในกรณีที่เด็กเค้ามีปัญหาหรือว่าเรียกมาพบแล้วไม่พบเนี่ย แต่ตั้งแต่ผมสอนหนังสือมาไม่เคยล็อค มีแต่ปลดล็อคให้” นายกีรติกล่าว

นายกีรติกล่าวอีกว่า การโพสต์ข้อความของตนเกี่ยวข้องเฉพาะเรื่องกิจกรรมเตรียมความพร้อมภายในคณะซึ่งกิจกรรมดังกล่าวก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการรับน้องหรือระบบโซตัส ไม่เกี่ยวข้องกับการซ้อมบูมรุ่นพี่ซึ่งเป็นว่าที่บัณฑิต เรื่องดังกล่าวคงเป็นความเข้าใจผิดในหมู่นิสิตเอง

“คือบูมปีสี่ผมไม่ได้ยุ่งครับ เพราะว่าบูมนี่มันเพิ่งเกิดขึ้นช่วงนี้ แล้วถ้าเด็กเค้าจะเอาข้อความหรืออะไรไปสนทนากัน หรือไปบอกน้องนั่นเป็นลักษณะของเด็กที่เค้าปฏิบัติกันระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง” หัวหน้าภาควิชาภาษาไทยฯกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกีรติยังไม่ได้เรียกตัวนิสิตชั้นปีที่ 1 มาพบเพื่อสอบถามถึงการอ้างชื่อนายกีรติเพื่อให้นิสิตชั้นปีที่ 1 มาร่วมกิจกรรมบูมให้รุ่นพี่ตามที่ปรากฏในโซเชียลมีเดีย

ทั้งนี้ ตามระเบียบและข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ให้อำนาจอาจารย์ที่ปรึกษาในการอนุมัติการลงทะเบียนเรียนของนิสิตไว้หลายกรณี อาทิ

ระเบียบมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ว่าด้วยการลงทะเบียนของนิสิต พ.ศ. 2545

ข้อ 5 รายวิชาเเละหน่วยกิตที่ลงทะเบียนเรียนในแต่ละภาคเรียนต้องได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาและสอดคล้องตามหลักเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ว่าด้วยการศึกษาระดับปริญญาตรี พ.ศ. 2547

ข้อ 22 (5) นิสิตต้องได้รับการอนุมัติจากอาจารย์ที่ปรึกษาในการเลือกเรียนวิชาใดๆ ในแต่ละภาคการศึกษาก่อนการลงทะเบียนเรียนรายวิชา ถ้ารายวิชาใดในหลักสูตรมีข้อกำหนดว่าต้องเรียนวิชาอื่นก่อนหรือบุรพวิชา นิสิตต้องลงทะเบียนเรียนและสอบได้ในรายวิชาที่กำหนดไว้ก่อน เว้นแต่ได้รับอนุมัติจากหัวหน้าภาควิชาจึงจะมีสิทธิ์

คู่มือระบบบริการการศึกษา และการใช้บริการงานทะเบียน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปีการศึกษา 2559

หน้า 26 ข้อปฏิบัติเมื่อพบปัญหาที่ทำให้ลงทะเบียนวิชาเรียนไม่ได้

3.นิสิตถูกล็อคระบบบริการการศึกษา นิสิตอาจถูกล็อคระบบจาก อาจารย์ที่ปรึกษาหรือจากหน่วยงานที่ต้องการติดต่อนิสิต แนวทางแก้ไขให้นิสิตติดต่อ อาจารย์ที่ปรึกษาหรือหน่วยงานที่ต้องการติดต่อนิสิต

ดานุชัช บุญอรัญ เป็นผู้เข้าอบรมโครงการอบรมนักข่าวภาคอีสานของเดอะอีสานเรคคอร์ด ประจำปี 2560