บริษัทถอนฟ้องผู้คัดค้านโรงงานน้ำตาล

สกลนคร – บริษัทไทยรุ่งเรืองอุตสาหกรรมถอนฟ้องกลุ่มคนรักษ์น้ำอูนฐานหมิ่นประมาทฯ  เนื่องจากต้องการให้เกิดความปรองดอง ขณะที่จำเลยโล่งใจ แต่ยังห่วงการพิจารณา อีไอเอในวันที่ 4 ต.ค.นี้

ทีมทนายความและจำเลยกลุ่มคนรักษ์น้ำอูนมานัดไต่สวนมูลฟ้อง ที่ศาลจังหวัดสกลนคร

เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2560 ศาลจังหวัดสกลนครนัดไต่สวนมูลฟ้อง กรณีบริษัท ไทยรุ่งเรืองอุตสาหกรรม จำกัด ฟ้องสมาชิกกลุ่มคนรักษ์น้ำอูนซึ่งเป็นชาวบ้านโคกสะอา ต.อุ่มจาน อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร สองคดี คือ คดีของ น.ส.เดือนเพ็ญ สุดไชยา และสมาชิกกลุ่มคนรักษ์น้ำอูน รวม 18 คน เนื่องจากยื่นหนังสือคัดค้านการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลของบริษัทไทยรุ่งเรืองอุตสาหกรรม ต่อนายรัฐวุฒิ บุตราช นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) อุ่มจาน และคดีของนางยวนจิตร ไชยรักษ์ สมาชิกกลุ่มคนรักษ์น้ำอูน ซึ่งถูกบริษัทฯ กล่าวหาว่า เป็นผู้หลอกลวงบุคคลอื่นให้ลงลายมือชื่อในหนังสือร้องเรียนดังกล่าว เดิมทีทีมทนายความจำเลยตั้งใจว่าการนัดไต่สวนมูลฟ้องครั้งนี้จะขอให้ศาลรวมคดีสองคดีเป็นคดีเดียว เนื่องจากทั้งสองคดีมีมูลเหตุเดียวกัน และจะใช้พยานหลักฐานชุดเดียวกันในการไต่สวนมูลฟ้อง

เวลา 9.45 น. ผู้พิพากษานั่งบัลลังก์พิจารณาคดี และกล่าวว่า ฝ่ายโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องคดีทั้งหมด ด้วยเหตุผลเพื่อให้เกิดความปรองดองในการอยู่ร่วมกันระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งหมดในภายหน้า ศาลอนุญาตให้ถอนฟ้อง และหากมีความขัดแย้งเกิดขึ้นในครั้งหน้า ขอให้ทั้งสองฝ่ายพูดคุยกันก่อน โดยขอให้ศาลเป็นที่พึ่งสุดท้าย

นางยวนจิตร ไชยรักษ์ จำเลยข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร รู้สึกโล่งใจที่บริษัทฯ ถอนฟ้องคดี

นางยวนจิตร ไชยรักษ์ จำเลย รู้สึกโล่งใจ แต่ยังกลัวว่าลึกๆ แล้วโรงงานอาจมีวัตถุประสงค์บางอย่าง แต่ตนก็ยืนยันจะต่อสู้ในเรื่องสิทธิและสิ่งแวดล้อม ตนเป็นห่วงว่า ถ้าบริษัทฯ ตั้งโรงงานน้ำตาลจะทำให้ป่าเต็งรังธรรมชาติที่ประชาชนช่วยกันอนุรักษ์จะถูกไถออกจนหมด กลายเป็นไร่อ้อยกว่าแสนไร่ เนื่องจากโรงงานน้ำตาลต้องใช้อ้อยเป็นวัตถุดิบในการผลิต

น.ส.บำเพ็ญ ไชยรักษ์ สมาชิกกลุ่มคนรักษ์น้ำอูน

น.ส.บำเพ็ญ สุดไชยรักษ์ สมาชิกกลุ่มคนรักษ์น้ำอูนกล่าวว่า แม้ว่าบริษัทฯ จะถอนฟ้องแล้ว แต่ยังมีประเด็นสำคัญคือในวันที่ 4 ต.ค. นี้ คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) จะพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ ของบริษัทฯ ครั้งที่ 3 หลังการพิจารณาอีไอเอ สองครั้งแรก ไม่ผ่านการพิจารณา ซึ่งการพิจารณาอีไอเอในครั้งนี้มีสมาชิกกลุ่มคนรักษ์น้ำอูนร่วมชี้แจงด้วย 5 คน เพราะกลุ่มคนรักษ์น้ำอูนเล็งเห็นถึงปัญหาของอีไอเอที่จะพิจารณาว่า  ยังคงใช้ผลการประชุมและการรับฟังความคิดเห็นจากอีไอเอฉบับเดิม ทั้งที่ บริษัทฯ เปลี่ยนรูปแบบโครงการจากการยื่นอีไอเอในครั้งแรก เช่น เปลี่ยนแผนผังโดยตัดพื้นที่สาธารณะบางแห่งออก และลดขนาดโรงงานเหลือขนาดกำลังผลิต 12,500 ตันอ้อยต่อวัน ส่วนโรงไฟฟ้าชีวมวลที่พ่วงมากับโรงงานน้ำตาลลดกำลังการผลิตเหลือ 48 เมกะวัตต์ รวมถึงเปลี่ยนสารเคมีบางตัว จากเดิมที่ใช้เกลือไปใช้สารอย่างอื่น ดังนั้นจึงควรมีการรับฟังความคิดเห็นประกอบการจัดทำอีไอเอฉบับใหม่

ทั้งนี้ที่มาของการฟ้องร้องดำเนินคดีกลุ่มคนรักษ์น้ำอูน เกิดจากเมื่อวันที่ 11 พ.ย. และวันที่ 16 ธ.ค. 2559 กลุ่มคนรักษ์น้ำอูนยื่นหนังสือต่อนายก อบต.อุ่มจาน เพื่อให้ตรวจสอบการดำเนินการของบริษัท ไทยรุ่งเรืองอุตสาหกรรม จำกัดว่า ได้บุกเบิกพื้นที่ป่าและปรับพื้นที่จนทำให้ถนนและลำห้วยสาธารณะเสียหายหรือไม่ ซึ่งทางบริษัทฯ เห็นว่าการกระทำดังกล่าวทำให้บริษัทฯ เสียชื่อเสียงและถูกดูหมิ่นเกลียดชัง