ทหารไม่จดบันทึกขณะค้นรถจำเลยขอนแก่นโมเดล

ขอนแก่น – หัวหน้าชุดจับกุมคดีขอนแก่นโมเดล เผย ทหารค้นพบอาวุธและสิ่งของเกินร้อยชิ้นที่ตะกร้าหน้ารถจักรยานยนต์ของจำเลยแต่ไม่ได้ทำบันทึกระหว่างการตรวจค้น ด้านทนายความจำเลย ระบุ พยานโจทก์มีพิรุธเรื่องการตรวจค้นรถของจำเลย ส่วนการสืบคดีล่าช้าคาดว่า 7 ปีคงสอบพยานเสร็จซึ่งกระทบต่ออิสรภาพของจำเลย

ผู้ต้องหาคดีขอนแก่นโมเดลและทีมทนายความจำเลยหลังการสืบพยานโจทก์ เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2560

เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2560 ศาลมณฑลทหารบกที่ 23 (มทบ.23) ค่ายศรีพัชรินทร จ.ขอนแก่น นัดสืบพยานโจทก์คดีขอนแก่นโมเดล คือ พ.อ.พยัคฆพล ชุมแสง ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 6 และ ร.อ.ธนนันท์ มานะยิ่ง รองผู้บังคับกองร้อยรถถัง กองพันทหารม้าที่ 6 ซึ่งเป็นพยานคู่ กล่าวคือทั้งสองคนอยู่ในเหตุการณ์เดียวกันคือการจับกุม จ.ส.ต.ประธิน จันทร์เกศ จำเลยที่ 1 อดีตเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2557 ซึ่งต้องสืบพยานพร้อมกันเพื่อไม่ให้ทราบการซักถามล่วงหน้า

คดีนี้อัยการศาล มทบ.23 เป็นโจทก์ฟ้อง จ.ส.ต.ประธิน จันทร์เกศ และพวกรวม 26 คน เป็นจำเลย ในข้อหาก่อการร้ายและข้อหาอื่นๆ รวม 9 ข้อหา

มีจำเลย 4 คนถูกจับกุมอีกครั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2558 ข้อหาหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยมีการแถลงข่าวว่า ทั้งหมดเตรียมการก่อเหตุในกิจกรรม Bike for Dad

การสืบพยานโจทก์เป็นการซักค้านโดยทนายฝ่ายจำเลยต่อเนื่องจากการเบิกความ เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2559 พ.อ.พยัคฆพลกล่าวว่า เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2557 ตนได้รับคำสั่งด้วยวาจาจากผู้บังคับบัญชาให้ควบคุมตัว จ.ส.ต.ประธิน ตนพร้อมผู้ใต้บังคับบัญชาจึงไปที่สำนักงาน ธปท. สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อควบคุมตัว จ.ส.ต.ประธิน เมื่อไปตรวจค้นตู้เก็บของของ จ.ส.ต.ประธิน ก็ไม่พบอาวุธหรือสิ่งผิดกฎหมาย

ทนายความจำเลยถามค้านพยานว่า ขณะที่รถจักรยานยนต์ของ จ.ส.ต.ประธิน จอดอยู่ในอาคาร พยานไม่เห็นรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว แต่มาเห็นเมื่อรถจักรยานยนต์ถูกเจ้าหน้าที่ทหารเข็นมาไว้ที่หน้าอาคารแล้ว ใช่หรือไม่ พยานตอบว่าใช่ ทนายความจำเลยถามอีกว่า ดังนั้นพยานไม่รู้ไม่เห็นมาก่อนว่าตอนที่รถจักรยานยนต์ของจำเลยจอดอยู่ในอาคารนั้น ของกลางอยู่ตรงไหน อย่างไร พยานกล่าวตอบว่า ใช่  

พ.อ.พยัคฆพล กล่าวอีกว่า ตนไม่ได้ร่วมตรวจค้นรถจักรยานยนต์ด้วย แต่ยืนดูห่างจากจุดตรวจค้น 2-3 เมตร จากการตรวจค้นพบผ้าพันศีรษะสีแดงที่ไม่มีข้อความ 379 ผืน ในถุงพลาสติกวางไว้ในตะกร้าหน้ารถ ค้อนปอนด์ ค้อนตีตะปู มีดสั้น กุญแจมือ กระสุนปืนลูกซอง 16 นัด ในขณะนั้น ตนไม่ได้ทำบัญชีไว้และไม่ได้ทำบันทึกการตรวจค้น แต่ได้ทำบันทึกการตรวจค้นในภายหลังร่วมกับตำรวจ ส่วนสิ่งของทั้งหมดที่ตนเห็นมีที่มาที่ไปอย่างไร ตนไม่ทราบ และจะมีการบันทึกภาพในกล้องวงจรปิดของธนาคารฯ หรือไม่ ตนก็ไม่ทราบ

พ.อ.พยัคฆพล เล่าว่า จากนั้นตนได้พาตัว จ.ส.ต.ประธิน ไปที่บ้านพัก หลังการค้นบ้านไม่พบอาวุธใดเพิ่มเติม มีเพียงกล่องเหล็กที่ไม่ได้ล็อค ภายในบรรจุเอกสารปลุกระดมที่กล่าวถึงแผนงานขอนแก่นโมเดล ซึ่งตนไม่ทราบว่าเอกสารดังกล่าวมีชื่อของ จ.ส.ต.ประธินเป็นแกนนำหรือไม่ ทั้งนี้ หลักฐานของกลางต่างๆ ที่ตนพบ อยู่ในที่ที่เปิดเผย ไม่มีการซุกซ่อน

การสืบพยานนัดนี้เสร็จสิ้นเวลา 17.00 น. ทำให้ต้องถามค้านพยานคู่ในนัดต่อไป คือวันที่ 18 ต.ค. 2560 และจะเบิกความพยานอีกปากในวันที่ 24 พ.ย. 2560

นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายจำเลยคดีขอนแก่นโมเดล ระบุว่า คดีนี้มีพยานโจทก์ 90 ปาก แต่สามปีที่ผ่านมานับตั้งแต่เกิดคดี มีการสืบพยานเสร็จเพียง 3 ปาก

นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความจำเลย จากสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ กล่าวว่า ประเด็นหลักที่พยานเบิกความคือ พยานอ้างว่าพบเห็นอาวุธและสิ่งผิดกฎหมายของจำเลยที่ 1 แต่พยานปากนี้มีพิรุธหลายเรื่อง ซึ่งทีมทนายความพยายามทำลายน้ำหนักของพยานโจทก์ด้วยการพิสูจน์ว่าพยานหลักฐานของฝ่ายโจทก์ไม่น่าเชื่อถือ แต่ฝ่ายโจทก์ยังไม่ได้นำหลักฐานหลายส่วนมาแสดง เช่น  บันทึกถ้อยคำของพยานในชั้นสอบสวนและชั้นจับกุม ภาพวงจรปิดที่อ้างว่าพบสิ่งผิดกฎหมาย ทางทีมทนายต้องการให้เรื่องนี้ชัดเจน เพราะการที่รัฐตั้งข้อหาก่อการร้ายเป็นเรื่องน่ากังวล แต่การสืบพยานและการพิสูจน์ของรัฐยังทำได้ไม่ดี

“เราจะต่อสู้ว่าประชาชนทั้งหมดไม่ได้ร่วมชุมนุมที่เป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. (คณะรักษาความสงบแหงชาติ – ผู้เขียน) และไม่ได้ร่วมกันเตรียมการเพื่อก่อการร้าย ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้รู้จักกันเลย” ทนายความจำเลยเผย

นายวิญญัติกล่าวอีกว่า มีการจับกุมจำเลยมารวมกันแล้วตั้งข้อหาว่า บุคคลเหล่านี้เป็นกลุ่มก้อนที่จะลงมือกระทำความผิด

นายวิญญัติกล่าวว่า คดีนี้มีพยานโจทก์ 90 ปาก ขณะนี้คดีผ่านมา 3 ปี แล้วแต่สืบพยานเสร็จสิ้นเพียง 3  ปาก คาดว่าคงต้องใช้เวลาประมาณ 7 ปี สำหรับสิ่งที่ทำให้คดีล่าช้าคือ กระบวนการในศาลทหาร ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนนัดพยานบ่อยครั้ง เพราะพยานติดราชการ รวมทั้งกระบวนการในห้องพิจารณาคดีที่การบันทึกถ้อยคำพยานและการอ้างพยานหลักฐานของศาลทหาร มีระเบียบต่างจากศาลยุติธรรม เช่น เอกสารหนึ่งฉบับจะมีต้องให้พยานปากนั้นเซ็น พร้อมกับคู่ความทุกปาก ดังนั้น การถามพยานแต่ละนัดจึงใช้เวลานานพอสมควร

จำเลยคดีขอนแก่นโมเดลที่ถูกตั้งข้อหาหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ยังคงถูกคุมขังระหว่างการพิจารณาคดี

ทนายความจำเลยกล่าวอีกว่า ความล่าช้าส่งผลกระทบต่อคดีแน่นอน เพราะมีจำเลยที่ถูกขังอยู่ประมาณ 3 ราย เขาต้องการอิสรภาพ ส่วนจำเลยที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เพราะการมาศาลบ่อยๆ เป็นเวลาหลายปีได้สร้างภาระ และสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย