ผู้ถูกกล่าวหาเผย รปภ.ไม่ห้ามทำกิจกรรมนอกศาล

ขอนแก่น –  รปภ. ศาลขอนแก่นบอกว่าทำงานมา 7 ปีเพิ่งเห็นทหารมารักษาความปลอดภัยที่ศาลครั้งแรก พร้อมไม่ทราบเนื้อหาของการทำกิจกรรมหน้าศาลแต่เชื่อว่าอาจละเมิดอำนาจศาล ด้าน น.ส.เบญจมาศ ผู้ถูกกล่าวหาเผย ถูกทหารติดตามเพราะต่อต้านรัฐประหาร ส่วน รปภ.ไม่ได้ห้ามทำกิจกรรมนอกรั้วศาล ขณะที่ผู้พิพากษาสั่งตรวจสอบผู้มาฟังการไต่สวนคดีเพื่อหาคนทำผิดเพิ่ม

ผู้ถูกกล่าวหาคดีละเมิดอำนาจศาลหลังฟังการไต่สวน ที่ศาลจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2560 นายอภิวัฒน์ สุนทรารักษ์  (คนแรกจากซ้าย) นายณรงค์ฤทธิ์ อุปจันทร์ (คนที่ 2 จากซ้าย – ยืน) นายภานุพงศ์ ศรีธนานุวัฒน์ (คนที่ 3 จากซ้าย – นั่ง) นายฉัตรมงคล เจนเชี่ยวชาญ (คนที่ 4 จากซ้าย) และนายพายุ บุญโสภณ (คนที่ 5 จากซ้าย)

เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2560 เวลา 9.00 น. ศาลจังหวัดขอนแก่นนัดไต่สวนคดีละเมิดอำนาจศาล กรณีนักศึกษาและนักกิจกรรม 7 คนจัดกิจกรรมให้กำลังใจ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หรือกฎหมายหมิ่นเบื้องสูง เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2560

ผู้ถูกกล่าวหา ประกอบด้วย นายอภิวัฒน์ สุนทรารักษ์ นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง นายพายุ บุญโสภณ นายฉัตรมงคล เจนเชี่ยวชาญ น.ส.เบญจมาศ (นามสมมติ) นายภานุพงศ์ ศรีธนานุวัฒน์ นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น สมาชิกกลุ่มดาวดิน นายณรงค์ฤทธิ์ อุปจันทร์ นักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กลุ่มพลเมืองคนรุ่นใหม่ และนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ “จ่านิว” นักกิจกรรมกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ผู้ถูกกล่าวหา 6 คนแรกมาขึ้นศาล ยกเว้นนายสิรวิชญ์เนื่องจากติดธุระในการดำเนินเรื่องการศึกษาต่อ

การพิจารณาคดีเริ่มเมื่อเวลา 10.00 น. ช้ากว่าการนัดหมาย 1 ชั่วโมงเนื่องจากห้องพิจารณาคดีไม่ว่าง ผู้พิพากษากล่าวกับทีมทนายความว่า ให้นำตัวนายสิรวิชญ์มาขึ้นศาลในวันที่ 28 ก.ย. 2560 พร้อมหลักฐานที่แสดงว่านายสิรวิชญ์ไม่สามารถมาขึ้นศาลในวันที่ 27 ก.ย. 2560 หากไม่มีหลักฐานมาแสดงศาลอาจถอนประกันตัว

ทั้งนี้มีนักศึกษานักกิจกรรมมาร่วมให้กำลังใจประมาณ 20 คน รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และเจ้าหน้าที่โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน มาร่วมสังเกตการณ์คดี

ผู้พิพากษาไต่สวนคดี ส.ต.ธนากร น้อยสุข อายุ 44 ปี หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัย หรือ รปภ. ศาลจังหวัดขอนแก่น พยานผู้กล่าวหา กล่าวว่า วันเกิดเหตุ มีการตั้งจุดตรวจโดยทหารที่หน้ารั้วประตูใหญ่ ทางเดินเข้าศาล และหน้าห้องพิจารณาคดี ตนเห็น พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี ผู้บังคับการกองร้อยรักษาความสงบ มณฑลทหารบกที่ 23 มากับเจ้าหน้าที่ทหาร โดยตั้งแต่ทำงานที่ศาลจังหวัดขอนแก่นมา 7 ปี เพิ่งเห็นทหารมาดูแลความสงบเป็นครั้งแรก

พยานผู้ถูกกล่าวหาผู้นี้ กล่าวอีกว่า ตนเห็นผู้สนับสนุนนายจตุภัทร์เดินมารวมตัวกันที่ศาลาพิทักษ์ประชาชน ซึ่งตั้งอยู่ในรั้วศาล ตนจึงบอกกับผู้หญิงคนหนึ่งว่า ห้ามจัดกิจกรรมบริเวณนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าให้ไปทำกิจกรรมบริเวณหน้าป้ายศาลได้ ทั้งนี้ ตนไม่ได้รับการอบรมเกี่ยวกับการควบคุมฝูงชน และไม่ทราบขอบเขตของกฎหมายละเมิดอำนาจศาล

ส.ต.ธนากรกล่าวอีกว่า กิจกรรมที่นักศึกษาทำที่ป้ายหน้าศาล มีการใส่หน้ากาก อ่านบทกวี ร้องเพลง อ่านแถลงการณ์ โดยตนจับใจความไม่ได้ว่ามีเนื้อหากล่าวถึงศาลหรือไม่ ไม่ทราบว่ามีการวิจารณ์กระบวนการยุติธรรมหรือไม่ เพราะตนยืนอยู่ที่อีกฝั่งหนึ่งของถนน แต่สิ่งที่ทำให้ตนคิดว่าอาจเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาลคือ การปราศรัย และการทำสัญลักษณ์ตาชั่งเอียง ซึ่งด้านหนึ่งเป็นรองเท้าบูท ซึ่งตนคิดว่าหมายถึงทหาร แต่ไม่ทราบว่านักศึกษาทำสัญลักษณ์นี้หมายถึงอะไร

พยานผู้ถูกกล่าวหาผู้นี้กล่าวด้วยว่า การทำกิจกรรมดังกล่าวไม่ได้ทำให้ทรัพย์สินของราชการเสียหายหรือเกิดความวุ่นวาย ซึ่งตนก็ไม่ได้ห้ามหรือสั่งให้หยุดทำกิจกรรม ส่วนวันต่อมา ตนจำไม่ได้ว่ามีการติดป้ายห้ามทำกิจกรรมในศาลหรือไม่

เครือข่ายนักศึกษา 4 ภาค ทำกิจกรรมให้กำลังใจนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หน้าศาลจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2560

ในช่วงบ่าย เริ่มการไต่สวนเวลา 14.00 น. น.ส.เบญจมาศ (นามสมมติ) ผู้ถูกกล่าวหา กล่าวว่า ระหว่างศึกษาที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตนทำกิจกรรมอยู่กับกลุ่มดาวดินโดยลงพื้นที่ไปศึกษาปัญหาพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการของรัฐหลายพื้นที่โดยเฉพาะในภาคอีสาน เช่น พื้นที่แก่งละว้าและน้ำพอง จ.ขอนแก่น เหมืองแร่ทองคำ จ.เลย เป็นต้น จากการที่กลุ่มของตนทำกิจกรรมในหลายพื้นที่และมีจุดยืนต่อต้านรัฐประหารทำให้มีทหารมาติดตามการทำกิจกรรมต่างๆ อยู่ตลอด และบางครั้งถึงขนาดไม่ให้เข้าไปในบางพื้นที่

น.ส.เบญจมาศบอกด้วยว่า ที่ผ่านมากลุ่มดาวดินเคยได้รับรางวัลคนค้นฅนอวอร์ด สาขาเยาวชนต้นแบบ และรางวัลจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน

ผู้พิพากษากล่าวว่า ศาลจะบันทึกเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคดี  เรื่องการทำกิจกรรมและคุณงามความดีของผู้ถูกกล่าวหา หากจะเล่าในศาลก็สามารถทำได้ แต่ศาลจะไม่บันทึก เพราะเปลืองงบประมาณและบุคลากรของรัฐ เปลืองกระดาษของรัฐ ขอให้ทำเป็นเอกสารมาภายใน 7 วัน ซึ่งทนายความผู้ถูกกล่าวหากล่าวว่า จะทำเป็นคำแถลงปิดคดีแทน

ผู้พิพากษากล่าวอีกว่า การเบิกความของพยานต้องระมัดระวังจะสะดุดขาตัวเอง เพราะถ้าบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร จะปรากฏเป็นหลักฐานชัดแจ้ง สิ่งใดที่ไม่เกี่ยวกับคดีจึงไม่ควรพูด

น.ส.เบญจมาศกล่าวอีกว่า วันที่เกิดเหตุ ตนมาให้กำลังใจนายจตุภัทร์ โดยมีประชาชนประมาณ 30-40 คน มาให้กำลังใจเช่นกัน ตนเห็นมีทหารเข้ามาในบริเวณศาล ถ่ายรูปคนที่มาให้กำลังใจ และยืนหน้าห้องพิจารณาคดี ตนรู้สึกไม่เข้าใจเพราะศาลก็มี รปภ.อยู่แล้ว แต่ทำไมต้องให้ทหารเข้ามาด้วย ตนเห็นว่าทหารไม่ได้มาเพื่อรักษาความปลอดภัย แต่มาติดตามการทำกิจกรรมมากกว่า เพราะสังเกตว่าเป็นทหารกลุ่มเดียวกับที่มาติดตามกลุ่มดาวดิน

ผู้พิพากษาถาม น.ส.เบญจมาศว่า ในห้องนี้มีใครที่มาคดีนายจตุภัทร์ในวันที่เกิดเหตุบ้าง น.ส.เบญจมาศกล่าวว่า มีผู้ถูกกล่าวหา 5 คน และทนายของนายจตุภัทร์ ผู้พิพากษาจึงขอชื่อและนามสกุลของนักศึกษาและผู้ที่มาสังเกตการณ์คดีทุกคนที่อยู่ในห้องพิจารณาคดี โดยขอบัตรประชาชนด้วย เพื่อจะได้นำไปเทียบกับรูปถ่ายวันที่เกิดเหตุว่าตรงกันหรือไม่ เนื่องจากในวิดีโอมีนักศึกษามากกว่า 7 คน ผู้พิพากษากล่าวว่า รู้สึกคุ้นหน้านักศึกษาในห้องนี้ และบอกว่า “กำลังจะหาคนมาเป็นเพื่อน”

ทนายความผู้ถูกกล่าวหากล่าวว่า ไม่อยากให้ดูเหมือนว่าผู้พิพากษาทำหน้าที่ของพนักงานสอบสวน หากผู้พิพากษาต้องหาบุคคลในรูปก็สามารถหาได้ไม่ยาก ผู้พิพากษากล่าวว่า คดีละเมิดอำนาจศาล ศาลทำทุกหน้าที่ ทั้งพนักงานสอบสวนและเป็นคนตัดสิน

จากนั้นมีการสืบพยานต่อ โดยไม่ได้ให้ผู้เข้าฟังการพิจารณาคดีบอกชื่อ นามสกุล หรือให้บัตรประชาชนแก่เจ้าหน้าที่ศาล

น.ส.เบญจมาศกล่าวว่า หลังการพิจารณาคดีของนายจตุภัทร์จบลง ตนและกลุ่มนักศึกษาเดินไปที่ป้ายศาลด้านหน้า โดยระหว่างเดินไป ตนได้ถ่ายรูป แต่ รปภ.บอกว่า ห้ามถ่าย ตนจึงถามว่า “ทำข้างในศาลไม่ได้ แต่ทำข้างนอกได้ ใช่ไหมพี่” รปภ. ไม่ตอบและไม่ได้ห้าม ตนและกลุ่มเพื่อนเครือข่ายนักศึกษา 4 ภาค จึงไปทำกิจกรรมที่หน้าศาลประมาณ 10 นาที

ผู้ถูกกล่าวหาผู้นี้กล่าวอีกว่า เนื่องจากตนเคยทำกิจกรรมหน้าศาลมาก่อนจึงคิดว่าการทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ที่หน้าศาลเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ เพื่อให้กำลังใจคนที่กำลังสู้คดีอยู่และให้เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม โดยการทำกิจกรรมไม่มีการตะโกน หรือใช้คำหยาบ ยืนยันว่าไม่ใช่การประท้วง เพราะไม่มีเหตุให้ไม่พอใจ เนื่องจากการพิจารณาคดีของนายจตุภัทร์วันนั้นเป็นไปอย่างปกติ ไม่มีการยื่นขอประกันตัวแล้วศาลไม่ให้ จนเกิดความไม่พอใจ

น.ส.เบญจมาศกล่าวด้วยว่า หลังทำกิจกรรมเสร็จ กลุ่มตนได้ช่วยกันเก็บอุปกรณ์และแยกย้าย ส่วนการทำสัญลักษณ์รูปตราชู โดยด้านหนึ่งเป็นรองเท้าบูท อีกด้านเป็นถังพลาสติกที่บรรจุนกกระดาษนั้น ต้องการจะสื่อว่า พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ไม่สามารถชุมนุมได้ ซึ่งเป็นประเด็นที่กลุ่มนักศึกษามีแผนจะจัดเวทีเสวนาขึ้นหลังจากวันเกิดเหตุ

ทั้งนี้ ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลระบุไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 30-33 มีเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในศาล และเพื่อให้กระบวนการพิจารณาคดีดำเนินไปอย่างเที่ยงธรรมและรวดเร็ว