ชาวไร่อีสานเสนอใช้สารเคมีต่อเพื่อลดต้นทุน

โดยพีระ ส่องคืนอธรรม

ขอนแก่น – เกษตรกรส่วนใหญ่ในที่ประชุมรับฟังความเห็นเรื่องสารกำจัดวัชพืชและศัตรูพืช 3 ชนิดต้องการใช้สารเคมีต่อเพราะเกรงต้นทุนจะเพิ่มขึ้น ด้านหมอดินอาสาหลายคนวอนให้ลด-ละ-เลิก ห่วงผลกระทบต่อสุขภาพ แหล่งดินและน้ำ

เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2560 กรมวิชาการเกษตรจัดงานประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียในการพิจารณาลดและเลิกใช้วัตถุอันตรายที่ใช้ในการเกษตร 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส มีผู้เข้าร่วมเสนอความเห็นเต็มห้องประชุม 200 ที่นั่ง ที่โรงแรมวีวิช จ.ขอนแก่น

ตลอดระยะเวลาราว 2 ชั่วโมงที่เปิดให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้เสนอความคิดเห็น พบว่าผู้แสดงความเห็นส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรผู้ปลูกพืชไร่ชนิดต่างๆ ที่ต้องอาศัยการฉีดพ่นสารข้างต้น ส่วนรองลงมาเป็น “หมอดินอาสา” หรือเกษตรกรที่สนใจงานพัฒนาที่ดิน ผู้ไม่เห็นด้วยกับการใช้สารกำจัดศัตรูพืช นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนบริษัทธุรกิจการเกษตร และจากนักวิชาการเกษตรตามท้องถิ่นต่างๆ เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น

กรมวิชาการเกษตรจัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียในการพิจารณาลด ละ เลิกใช้วัตถุอันตรายที่ใช้ในการเกษตร 3 ชนิด ที่โรงแรมวีวิช จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2560

นางแน่ ใสจันทึก เกษตรกรไร่ข้าวโพด อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา กล่าวในที่ประชุมว่า ตนจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงถ้าไม่มีสารพาราควอตและไกลโฟเซตให้ใช้ นางแน่กล่าวเสริมว่า ตนอยู่กับไร่กับนามาแต่เกิด ปัจจุบันได้ขยายพื้นที่ไร่ข้าวโพดที่รุ่นพ่อแม่ทำแต่เดิมมา โดยทำเพิ่มเป็น 100 ไร่ ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่จึงทำให้ไม่สามารถหยุดใช้สารพาราควอตและไกลโฟเซต และทดแทนด้วยการใช้แรงงานถอนหญ้าเพราะจะเป็นการเพิ่มต้นทุนในขณะที่ทุกวันนี้ราคาผลผลิตตกต่ำอยู่แล้ว

“เคยทดลองแล้ว จ้างวันหนึ่ง 10 คน ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท รวม 3,000 บาท ยังไม่นับค่าอาหารเครื่องดื่ม เสร็จวันบ่ได้พอไร่” นางแน่ให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าว เมื่อเทียบต้นทุนการถอนหญ้าแบบไม่ใช้สารกับแบบใช้สารที่เธอกับสามีฉีดพาราควอตและไกลโฟเซตกันเองสองคน ภายในระยะเวลาหนึ่งวัน ทั้งสองคนจัดการกำจัดวัชพืชได้ถึงห้าไร่ โดยใช้ต้นทุนไปกับสารเคมีเพียงประมาณ 1,000 บาท

นางแน่ ใสจันทึก เกษตรกรไร่ข้าวโพด อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

ด้านประเด็นผลกระทบต่อสุขภาพนั้น นางแน่กล่าวว่า ตลอดชีวิตการเป็นชาวไร่ข้าวโพด เธอใช้สารพาราควอตและไกลโฟเซตมาตั้งแต่ช่วงปี 2535 จนทุกวันนี้ ในวัย 49 ปี เธอไม่เคยมีปัญหาด้านสุขภาพ เพราะใช้สารตามคำแนะนำทุกอย่าง “พาราถ้ามันกินเยอะมันก็ตายได้ ไม่ต้องมาอ้างว่าเป็นเพราะ 2 สารนี้” นางแน่กล่าวเปรียบเทียบกับยาแก้ปวดพาราเซตามอล

เกษตรกรไร่ข้าวโพดหลายรายจาก อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ที่มีพื้นที่ปลูกจำนวน 100-400 ไร่ แสดงความประสงค์ขอให้ใช้สารทั้งสามต่อไป โดยให้นความเห็นทำนองเดียวกันกับเกษตรกรไร่มันสำปะหลัง อ้อย พริก หอมแดง ไม้ผล และพืชพันธุ์อื่นๆ อีกหลายรายที่ยกมือแสดงความเห็นในที่ประชุม

นายภูชิต อุ่นเที่ยว ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนคนรักมะม่วงอุดรฯ และสารวัตรเกษตรอาสา สังกัดกรมวิชาการเกษตร

นายภูชิต อุ่นเที่ยว อายุ 40 ปี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนคนรักมะม่วงอุดรฯ และสารวัตรเกษตรอาสา สังกัดกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า สารเคมีทั้งสามชนิดมีความจำเป็นต่อการทำการเกษตร ช่วยลดต้นทุนจ้างแรงงาน จึงขอให้มีการอนุญาตให้ต่อไป ในฐานะที่เป็นทั้งเกษตรกรและบุคคลในสังกัดกรมวิชาการเกษตร นายภูชิตเสนอว่า หากรัฐกังวลเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม รัฐควรใช้วิธีการลงพื้นที่ให้ความรู้วิธีการใช้ที่ถูกต้องแก่ประชาชนจะดีกว่า

“เคมีทุกชนิด ขึ้นชื่อว่าเคมี ก็มีอันตรายอยู่แล้ว ถ้ากังวลเรื่องอันตราย ขอแนะนำให้ลงพื้นที่ไปให้ความรู้แก่ประชาชนในแต่ละพื้นที่ น่าจะเป็นวิธีการที่ดีกว่าการให้เลิกการใช้ที่จำเป็น” นายภูชิตกล่าว

นายอุดร ชอินทรวงศ์ วัย 57 ปี หมอดินอาสาประจำอ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ กล่าวต่อที่ประชุมว่า ตนเห็นสมควรที่จะให้มีการลดการใช้สารทั้งสามชนิด ไม่ให้ใช้ซ้ำซ้อน และถ้าหยุดใช้ จะเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากถึงแม้เกษตรกรแต่ละรายจะระวังตัวและใช้สารตามคำแนะนำ แต่สารเคมีอาจปนเปื้อนกับพื้นที่การเกษตรรอบข้างและแหล่งน้ำของชุมชนได้เช่นกัน ซึ่งสารเคมีทั้งสองนี้นอกจากส่งผลกระทบทางสุขภาพผู้อื่นแล้ว ยังขัดขวางความพยายามการทำเกษตรอินทรีย์ของนายอุดรอีกด้วย

“ตอนนี้น้ำกำลังท่วม ที่นาผมเป็นนาลุ่ม น้ำมันก็ไหลมาจากที่สูงที่เขาใช้สารเคมี แต่คุณฉีดปุ๊บ 7 วัน [ก่อนการเก็บเกี่ยวตามคำแนะนำการใช้ของสารคลอร์ไพริฟอส] ฝนตก มันไหลลงมา และยังมีซึมลงดินอีก” นายอุดรให้สัมภาษณ์ “ตอนนี้ผมก็เลยต้องพักการทำเกษตรอินทรีย์ไว้ก่อน จากนี้ก็ต้องพยายามกั้นน้ำที่มาจากข้างนอก ความตั้งใจก็คืออยากทำเกษตรอินทรีย์ให้ได้ 100%”

นายอุดรยังกล่าวว่า ตนได้รับผลกระทบทางสุขภาพ โดยเมื่อสามปีที่แล้ว เช้าวันหนึ่งเกิดอาการหน้ามืดล้มที่บ้านหลังจากไปนา แต่แพทย์ไม่ชี้ชัดถึงสาเหตุ ทุกวันนี้หมอดินผู้นี้จึงต้องพยายามประคับประคองสุขภาพของตนเอง

นายอุดร ชอินทรวงศ์ หมอดินอาสาประจำอ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์

หมอดินอาสา อ.กมลาไสย ผู้นี้ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า ทุกวันนี้สารกำจัดวัชพืชและศัตรูพืชบางชนิดผลิตมาแบบไม่มีกลิ่น ทำให้คนในชุมชนไม่สามารถรับรู้และนำไปร้องเรียนได้เหมือนแต่ก่อน

ในที่ประชุม ยังมีชาวนาผู้ทำเกษตรผสมผสานและหมอดินอาสาอีกหลายรายกล่าวถึงปัญหาสุขภาพที่ตนพบเจอมาจากบุคคลในชุมชนของตนงเช่น นายแสง รื่นรมย์ หมอดินประจำอ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ เปิดเผยว่า ปีที่แล้ว ในพื้นที่อ.จัตุรัส มีผู้เสียชีวิตจากการใช้ยาฆ่าหญ้ามากถึง 6 คน

นายศรัณย์ วัธนธาดา ผู้เชี่ยวชาญจากสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ประธานผู้เปิดงาน อธิบายว่า การประชุมครั้งนี้มีขึ้นเพื่อรวบรวมความเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อนำไปประกอบกับข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขที่เสนอให้เลิกใช้สารกำจัดวัชพืช “พาราควอตไดคลอไรด์” (paraquat dichloride) หรือพาราควอต สารกำจัดวัชพืช “ไกลโฟเซต-ไอโซโพรพิลแอมโมเนียม” (glyphosate-isopropylammonium) หรือไกลโฟเซต และสารเคมีกำจัดแมลง “คลอร์ไพริฟอส” (chlorphrifos) ด้วยเหตุผลด้านผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายและสิ่งแวดล้อม

ตามข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขที่นายศรัณย์อ้างถึง พาราควอตมีพิษเฉียบพลันสูงและไม่มียาถอนพิษ ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกห้ามใช้แล้ว ส่วนไกลโฟเซตมีผลกระทบให้เกิดมะเร็งเต้านมและโรคไตเรื้อรัง ซึ่งมีงานศึกษาจากศรีลังกายืนยัน ประเทศศรีลังกาและอีกหลายประเทศก็ประกาศห้ามใช้แล้ว ส่วนสารกำจัดแมลงคลอร์ไพริฟอสก็อาจก่อให้เกิดความผิดปกติในการพัฒนาสมองของเด็ก เกิดมะเร็งลำไส้และโรคอัลไซเมอร์ ทั้งยังเป็นพิษกับปลาและผึ้ง

นางสาวอัญญรัตน์ ฤทธิ์พิทักษ์พงษ์ ตัวแทนจากบริษัทมอนซานโต้ องค์กรธุรกิจการเกษตรขนาดใหญ่ผู้คิดค้นและพัฒนาสารกำจัดวัชพืชและศัตรูพืชเช่นไกลโฟเซต ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ตามที่นายศรัณย์ได้กล่าวถึงข้อมูลที่ว่าไกลโฟเซตก่อให้เกิดโรคไตเรื้อรังนั้น มีงานวิจัยเช่นนั้นอยู่จริง แต่ก็มีงานวิจัยที่เสนออีกทางหนึ่งเช่นกัน

“มีอีกเอกสารนึงออกมายืนยัน โดยหน่วยงานทั้งโลกมาดูงานวิจัยของศรีลังกา [ที่พบว่าไกลโฟเซตก่อให้เกิดโรคไตเรื้อรัง] พบว่าเอกสารของศรีลังกา ทำการทดลองโดยใช้ข้อมูลไม่เพียงพอและไม่น่าเชื่อถือ” อัญญรัตน์กล่าว

ทั้งนี้ ตัวแทนจากบริษัทมอนซานโต้ซึ่งเดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร ได้แจกเอกสารข้อมูลและโบรชัวร์ให้แก่ผู้มาร่วมงานทุกโต๊ะ ซึ่งชี้แจงข้อมูลทางวิชาการและองค์กรนานาชาติที่รองรับว่าไกลโฟเซตเป็นสารที่ปลอดภัยและไม่ก่อมะเร็งใดๆ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 เม.ย. ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ครั้งที่ 4/2560 มีมติให้ยกเลิกการใช้สารกำจัดศัตรูพืช 2 ชนิด คือสารพาราควอตและสารคลอร์ไพริฟอส ภายในเดือนธันวาคมปี 2562 โดยกำหนดให้เป็นวัตถุอันตรายชนิด 4 ที่ไม่อนุญาตให้ใช้ ไม่อนุญาตให้ต่ออายุทะเบียน ขึ้นหรือทะเบียนเพิ่มและให้ยุติการนำเข้าตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2561 เป็นต้นไป

การจัดประชุมรับฟังความเห็นนี้จัดขึ้นมาสองแห่งแล้วที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยจะจัดประชุมครั้งสุดท้ายสัปดาห์นี้ที่กรุงเทพมหานคร

หลังการประชุมรับฟังความเห็นทั้ง 4 ครั้งเสร็จสิ้น กรมวิชาการเกษตรจะนำผลที่ได้ไปพิจารณาชี้วัดเพื่อออกคำตัดสินในเดือนกันยายน ว่าจะอนุญาตให้ใช้สารเหล่านี้ต่อไปหรือไม่ อย่างไร

Peera Songkünnatham

พีระ ส่องคืนอธรรม เป็นนักเขียนและนักแปลจากเมืองศรีสะเกษ ประเทศสาธารณรัฐลาวล้านช้าง ติดต่อพีระได้ที่ peera@isaanrecord.com