‘อภิชาติพงศ์’ เยี่ยม ‘ไผ่’ เพื่อย้ำความจริงที่สังคมซ่อน

ขอนแก่น – อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับภาพยนตร์ เข้าเยี่ยม “ไผ่ดาวดิน” พร้อมเปรียบเทียบการเข้าเยี่ยมไผ่ว่า เหมือนเป็นการย้ำเตือนกับตัวเองถึงความจริงของสังคม

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2560 ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น ภายในเรือนจำกลาง จ.ขอนแก่น อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับภาพยนตร์ เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำ จากเทศกาลหนังเมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส และทีมงาน เดินทางเข้าเยี่ยมและพูดคุยกับนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” ซึ่งถูกคุมขังระหว่างการไต่สวนคดีในชั้นศาลโดยไม่ได้รับสิทธิประกันตัว จากความผิดข้อหาหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการแบ่งปันรายงานข่าวของเว็บไซต์บีบีซีไทย เรื่อง “พระราชประวัติกษัตริย์พระองค์ใหม่ของไทย” บนหน้าเฟซบุ๊กของตน

หลังจากเข้าเยี่ยมและพูดคุยกับไผ่ อภิชาติพงศ์ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวเดอะอีสานเรคคอร์ดสั้นๆ ว่า “คนที่ไปเยี่ยมไผ่นี้เพื่อตัวเองทั้งนั้น เรารู้อยู่แล้วว่ามันอาจเปลี่ยนอะไรไม่ได้”

การเยี่ยมไผ่ สำหรับอภิชาติพงศ์เปรียบเสมือนกับการได้พบความจริง ซึ่งหลายครั้ง สังคมหรือสื่อต่างๆ รอบตัวทำให้เราหลุดออกจากความจริง “มันให้เราไม่ได้เห็นความจริงบางส่วน การไปเยี่ยมไผ่มันเพื่อตัวเอง เพื่อที่จะย้ำบอกว่ามันมีความจริงแบบนี้อยู่ และมันเตือนเราว่าเราสบายขนาดไหน”

อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล (เสื้อดำ) และทีมงาน เดินทางมาจังหวัดขอนแก่นเพื่อถ่ายทำผลงานภาพยนตร์ขนาดสั้นเรื่องใหม่

นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ม.ขอนแก่น  ถูกคุมขังอยู่ภายใน ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น ตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว โดยศาลจังหวัดขอนแก่นสืบพยานโจทก์ไปแล้ว 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 2 และ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งกระบวนการสืบพยานทั้งหมดถูกผู้พิพากษาสั่งให้เป็นการลับและห้ามทนายความเผยแพร่เนื้อหาการพิจารณาคดี จึงทำให้สาธารณชนไม่สามารถทราบได้ว่าการพิจารณาคดีเป็นอย่างไร

อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล เติบโตในจังหวัดขอนแก่น สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ ปริญญาโท Art Institute of Chicago โดยได้กำกับภาพยนตร์ หลายเรื่อง เช่น สุดเสน่หา (Blissfully Yours) สัตว์ประหลาด! (Tropical Malady) และ ลุงบุญมีระลึกชาติ (Uncle Boonmee Who Can Recall His Past Lives) ที่ทำให้อภิชาติพงศ์เป็นที่ได้รู้จักในวงกว้างจากการได้รับ รางวัลปาล์มทองคำ ในเทศกาลหนังเมืองคานส์ ในปี 2553 และ รักที่ขอนแก่น (Cemetery of Splendour) ภาพยนตร์เรื่องยาวล่าสุด ที่ถ่ายทำในจังหวัดขอนแก่นตลอดทั้งเรื่อง