สืบพยานโจทก์คดี “ไผ่ ดาวดิน” หมิ่นเบื้องสูงนัดที่ 2

ขอนแก่น คดี 112 ‘ไผ่ ดาวดิน สืบพยานโจทก์ต่อ 4 ปาก อาทิ นักศึกษา มข. เพื่อนเฟซบุ๊กไผ่ ประธานชมรมคนรักในหลวง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคุ้มกันพยานแน่นหนา ด้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด จ.เลย พร้อมนักศึกษาจากไต้หวันเดินทางมาให้กำลังใจ แม้เข้าฟังการพิจารณาคดีไม่ได้

นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา และบิดาพูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ บริเวณใต้ถุนศาลจังหวัดขอนแก่น ระหว่างช่วงพักเที่ยง

วันที่ 4 ส.ค. 2560 ที่ศาลจังหวัดขอนแก่น มีการสืบพยานคดีที่นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน ตกเป็นจำเลยข้อหาหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 จากการแชร์รายงานข่าวของบีบีซีไทยเรื่อง  “พระราชประวัติกษัตริย์พระองค์ใหม่ของไทย” บนหน้าเฟซบุ๊ก วันนี้เป็นการสืบพยานต่อจากเมื่อวานนี้ (3 ส.ค. 2560) ที่เป็นการสืบพยานนัดแรก ซึ่งศาลได้สั่งว่าคดีนี้จะพิจารณาลับจนกว่าจะมีคำพิพากษาและห้ามเผยแพร่เนื้อหาการพิจารณาคดี

การสืบพยานโจทก์วันนี้ บิดาและมารดาของนายจตุภัทร์ไม่ได้เข้าฟังด้วย มีการสืบพยานโจทก์ 4 ปาก ประกอบด้วย น.ส.จาริณี นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กของนายจตุภัทร์, นายประหยัด อดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น, นายสุรสิทธิ์ ประธานสภาทนายความ จ.ขอนแก่น, และนายสุพัฒน์ ประธานชมรมคนรักในหลวง จ.ขอนแก่น เป็นที่น่าสังเกตว่าที่หน้าห้องพิจารณาคดีมีตำรวจในเครื่องแบบประมาณ 5-6 คน มาคุ้มกันพยาน โดยเฉพาะ น.ส.จาริณี ที่เจ้าหน้าที่พยายามแยกตัวไม่ให้คุยกับผู้มาสังเกตการณ์และผู้มาให้กำลังใจ

บรรยากาศด้านนอกห้องพิจารณาคดี นอกจากผู้สังเกตการณ์คดี 3 คน ยังมีกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด จ.เลย 7 คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต่อสู้คัดค้านการทำเหมืองแร่ทองคำและเหมืองแร่อื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน มาให้กำลังใจนายจตุภัทร์ด้วย เนื่องจากนายจตุภัทร์และกลุ่มดาวดินเคยเข้าไปทำงานช่วยเหลือกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดที่บ้านนาหนองบง อ.วังสะพุง จ.เลย แม้ว่าจะเข้าห้องพิจารณาคดีไม่ได้ แต่ผู้มาให้กำลังใจก็รอพูดคุยกับนายจตุภัทร์ช่วงพักกลางวัน

น.ส.หลิน บิ๊ ซุว (Lin Bi Xiu) หรือชื่อภาษาไทยว่า บี นักศึกษาที่ทำวิจัยในพื้นที่เหมืองแร่ทองคำ จ.เลยมาให้กำลังใจ ‘ไผ่ ดาวดิน’ พร้อมกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด

หนึ่งในผู้ที่เดินทางมาพร้อมกับกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดคือ น.ส.หลิน บิ๊ ซุว (Lin Bi Xiu) นักศึกษามานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน ที่ตั้งใจมาเยี่ยมนายจตุภัทร์ด้วย เธอกล่าวว่า วันนี้เป็นโอกาสดีที่ได้มาพบไผ่เป็นครั้งแรก ตนรู้จักไผ่เพราะไผ่เคยไปทำกิจกรรมที่ไต้หวันและได้พูดถึงกรณีเหมืองแร่ทองคำที่บ้านนาหนองบง ทำให้ตนรู้สึกสนใจปัญหาเหมืองแร่ จ.เลย และเลือกมาทำวิจัยที่บ้านนาหนองบง

นักศึกษาชาวไต้หวันกล่าวอีกว่า ตนทราบว่าไผ่โดนคดี 112 จากการแชร์บทความบีบีซีไทยซึ่งมีคนอื่นๆ อีก 2,000 กว่าคนร่วมแชร์ด้วย แต่เหตุที่ไผ่ถูกตั้งข้อหาเพียงคนเดียว อาจเพราะไผ่เป็นนักกิจกรรมกลุ่มดาวดินและกลุ่มประชาธิปไตยใหม่อีสานที่มีท่าทีต่อต้านรัฐ ตนเห็นว่าทุกคนมีสิทธิที่จะคิด พูด และแสดงความคิดเห็นในเฟซบุ๊กและพื้นที่ต่างๆ ตามสิทธิมนุษยชน

ทั้งนี้นายจตุภัทร์ เป็นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และนักกิจกรรมผู้ถูกขังระหว่างการการสอบสวนและรอการพิจารณาคดีเป็นเวลา 7 เดือน ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น โดยไม่ได้รับสิทธิประกันตัว ส่วนการสืบพยานโจทก์นัดต่อไปจะมีขึ้นในวันที่ 15-17 ส.ค. 2560