ตำรวจกดดันมมส.รำลึก85ปีประชาธิปไตย

โดยดานุชัช บุญอรัญ

มหาสารคาม – เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบถามและขอรายชื่ออาจารย์และนิสิต มมส. ที่ร่วมกิจกรรมจุดเทียนรำลึก 85 ปีประชาธิปไตยในโอกาสเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนา 2475 ทำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมบางส่วนเดินทางกลับ

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา ที่บริเวณลานศาลาแปดเหลี่ยม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) อาจารย์และนิสิต มหาวิทยร่วมกันจัดกิจกรรมจุดเทียนรำลึกเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาสู่ระบอบประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 หรือ เมื่อ 85 ปีที่ผ่านมา โดยระหว่างจัดกิจกรรมมีเจ้าหน้าที่ รักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบมาติดตามการจัดกิจกรรมอย่างใกล้ชิด พร้อมพูดคุยกับผู้เข้าร่วมกิจกรรมจนทำให้ผู้เข้ากิจกรรมร่วมบางส่วนเดินทางกลับไป แต่ผู้ร่วมกิจกรรมจำนวนหนึ่งยังอยู่ร่วมจนแล้วเสร็จใช้เวลา 10 นาที

กิจกรรมจุดเทียนเพื่อรำลึก 85 ปีประชาธิปไตย ที่มมส. เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ที่ผ่านมา

นายวินัย ผลเจริญ อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ วิทยาลัยการเมืองการปกครอง ผู้ริเริ่มการจัดกิจกรรมดังกล่าวกล่าวว่า การจุดเทียนเพื่อรำลึก 85 ปีประชาธิปไตยในครั้งนี้  เกิดขึ้นจากการชักชวนกันผ่านทางเวปไซต์เฟซบุ๊คเพื่อให้ผู้สนใจในระบอบประชาธิปไตยร่วมกันแสดงจุดยืนผ่านกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์

นายวินัย ผลเจริญ อ.สาขารัฐศาสตร์ มมส. (เสื้อแดง) ผู้ริเริ่มกิจกรรมจุดเทียนรำลึก 85 ปีประชาธิปไตย

ส่วนความเสี่ยงในการจัดกิจกรรม นายวินัย อธิบายว่า ตนทราบดีถึงความเสี่ยงในการจัดกิจกรรมในลักษณะเช่นนี้ โดยเฉพาะเรื่องหมุดคณะราษฏร ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าฝ่ายผู้มีอำนาจไม่อยากให้พูดถึงเท่าไหร่ แต่สำหรับการจุดเทียนรำลึก 85 ปีประชาธิปไตย ตนมองว่า เป็นเรื่องทางวิชาการ และเมื่อประเมินจากประสบการณ์ที่ผ่านมาก็เชื่อว่าสามารถจัดได้  

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา นักศึกษา 3 คนแจ้งให้เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจนครบาลดุสิตลงบันทึกประจำวันว่า หมุดคณะราษฎรหายไปจากลานพระบรมรูปทรงม้าโดยมีหมุดตัวใหม่ หรือ หมุดหน้าใส ถูกฝังอยู่ในบริเวณดังกล่าวแทน แต่จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าการตามหาหมุดคณะราษฎร

นายวินัย เล่าถึงบรรยากาศระหว่างจัดงานว่า ก่อนเริ่มกิจกรรมทราบว่ามีเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบมารอสังเกตการณ์อยู่แล้ว   

“ผมทราบจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมว่ามีอีกหลายคนที่เดินทางมาร่วมกิจกรรม แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ไปคุยกับพวกเขา พวกเขาก็ตัดสินใจเดินทางกลับ ไม่เข้าร่วม ถ้าเข้าร่วมทุกคนก็น่าจะมีมากกว่า 10 คนระหว่างรอผู้เข้าร่วมกิจกรรม ผมก็เก็บเอากล่องใส่กระดาษ A4  ที่ถังขยะมาเขียนข้อความสองข้อความ คือ เอาหมุนคณะราษฏร์คืนมา และ  เอาหมุดหน้าใสคืนไป เพื่อประกอบการทำกิจกรรมครั้งนี้ด้วย” นายวินัยกล่าว

เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบติดตามการจัดกิจกรรมการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ที่มมส. อย่างใกล้ชิด

อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ผู้นี้กล่าวว่า ตนรู้จักเจ้าหน้าที่บางคนเท่านั้น เช่น หัวหน้าชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจมียศพันตำรวจโท แต่ไม่ทราบว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารมาสังเกตการณ์ด้วยหรือไม่ โดยก่อนจะแยกย้ายกันกลับ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอรายชื่อของผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน แต่ตนบอกผู้เข้าร่วมกิจกรรมว่าไม่ต้องให้ก็ได้โดยให้เอารายชื่อของตนไปคนเดียวก็พอซึ่งในที่สุดก็ไม่มีใครให้ชื่อไป และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้ดำเนินการอะไรต่อ

“กิจกรรมในครั้งนี้แม้จะเป็นงานเล็กๆ มีคนเข้าร่วมไม่มาก แต่ก็ถือเป็นเครื่องตอกย้ำถึงเจตนาอันบริสุทธิ์ของคณะราษฏร ที่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงประเทศสู่ความเป็นประชาธิปไตยเมื่อวันเดียวกันนี้ (24 มิ.ย. – ผู้เขียน) ของ 85 ปีก่อน แม้ว่าประชาธิปไตยในบ้านเราจะถูดขัดขวางโดยอำนาจของฝ่ายตรงข้ามตลอดมา แต่ผมเชื่อว่า เรายังต้องมีความหวังต่อประชาธิปไตย”

นายวินัย กล่าวด้วยว่า การจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ถือเป็นการหล่อเลี้ยงกำลังใจของผู้ยืนอยู่ข้างประชาชนตนเชื่อว่ารัฐบาลที่เป็นเผด็จการจะพิสูจน์ความล้มเหลวของพวกเขาด้วยวันเวลาที่ผ่านพ้นไปเรื่อยๆ  หากประชาชนทุกคงยังคงยืนยันเจตนารมณ์ของคณะราษฏรอย่างต่อเนื่อง  ในที่สุดประเทศไทยจะต้องมีวันที่ก้าวไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง