ผู้ใหญ่บ้านอุบลฯสนับสนุนวาระทำงาน 5 ปี

อุบลราชธานี – อดีตกำนัน ต.โนนก่อ เห็นว่า การลดวาระกำนันผู้ใหญ่บ้านเหลือ 5 ปีทำให้ประชาชนสามารถเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลได้เร็วขึ้น แต่ก็หวั่นเกรงว่าผู้มีอิทธิพลจะแทรกแซงการทำหน้าที่ ส่วนนายเฉลิมพล มาลาคำ ระบุว่า การเลือกตั้งทุก 5 ปีจะทำให้กำนันผู้ใหญ่บ้านกระตือรือร้นในการทำงาน

เดอะอีสานเรคคอร์ดติดตามท่าทีของกำนันผู้ใหญ่บ้านในจังหวัดอุบลราชธานี หลังจากเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา สมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทยออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เรื่อง “ข้อเสนอประเด็นสำคัญเพื่อประกอบการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ฯ” เข้าสู่ที่ประชุม สปท. ก่อนได้รับความเห็นชอบจากทีประชุม แล้วให้นำเรื่องเสนอต่อไปยังคณะรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และกระทรวงมหาดไทย เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

นายช่วน จันทร์สมาน อายุ 60 ปี อดีตกำนัน ต.โนนก่อ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานีกล่าวถึงการลดวาระกำนัน ผู้ใหญ่บ้านให้เหลือวาระเพียง 5 ปี ว่า มีข้อดีคือประชาชนสามารถคัดเลือกคนดีเข้ามาทำหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านหรือเปลี่ยนตัวผู้ใหญ่บ้านได้เร็วขึ้น ทำให้ได้คนที่ต้องการบริการประชาชนได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องรอนานไปจนถึงอายุครบ 60 ปี และผู้ใหญ่บ้านไม่ยึดกับตำแหน่งและอำนาจมากจนเกินไป

นายช่วน จันทร์สมาน อดีตกำนัน ต.โนนก่อ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ผู้ที่อยู่ในวงการกำนันผญบ.มานานกว่า 30 ปี

“การที่มีกำนันผู้ใหญ่บ้านมีวาระนานๆ จะส่งผลต่อประชาชนที่จะมีความอึดอัด หากกำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นคนไม่ดีและไม่เอาใจใส่ในการทำงาน แต่ก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลของแต่ละคนของกำนันผู้ใหญ่บ้าน หากกำนันผู้ใหญ่บ้านมีคุณธรรมมีศีลธรรมมีความจริงใจมีความเสียสละและมีความอ่อนน้อมถ่อมตนแล้วจะอยู่นานแค่ไหนประชาชนก็สามารถยอมรับได้ ส่วนหากกำนันผู้ใหญ่บ้านคนใดเป็นคนไม่ดียึดติดกับอำนาจอย่าว่าแต่วาระ 5 ปี แม้กระทั้งจะลดวาระลงเหลือ 1 ปี หรือ 2 ปี ชาวบ้านก็รับไม่ได้” นายช่วน กล่าว

แต่การลดวาระกำนันผู้ใหญ่บ้านให้เหลือคราวละ 5 ปีก็มีข้อเสียเช่นกัน นายช่วนบอกว่า การเลือกตั้งบ่อยครั้งจะสิ้นเปลืองงบประมาณ รวมไปถึงจะมีผลกระทบในทางอ้อมคือการสร้างความแตกแยกมีการแบ่งพรรคแบ่งพวกของประชาชนเพราะต้องมีการแข่งขัน

“หากมีการลดวาระกำนันผู้ใหญ่บ้านลงมาเหลือวาระเพียง 5 ปี กลุ่มผู้มีอิทธิพลหรือนักการเมืองจะใช้โอกาสนี้เข้ามาแทรกแซงการทำงานส่งผลให้กำนันผู้ใหญ่บ้านทำงานไม่เต็มที่ เมื่อมีการเลือกตั้งผู้มีอิทธิพลและนักการเมืองจะสนับสนุนเงินทุนให้คนของตนให้ลงเลือกตั้งซึ่งก็อาจจะนำไปซื้อเสียง หากคนของผู้มีอิทธิพลและนักการเมืองมาเป็นกำนันผู้ใหญ่บ้าน การทำงานจะถูกควบคุมโดยนักการเมือง” อดีตกำนัน ต.โนนก่อกล่าว

ทั้งนี้ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง มีสาระสำคัญ ดังนี้

1.เสนอให้กำนันประจำตำบลที่นอกจากต้องเป็นผู้ใหญ่บ้านแล้วยังต้องมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของราษฎรและมีวาระ 5 ปี

2.ให้ผู้ใหญ่บ้านได้รับการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ทุก 3 ปีตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ผู้ใหญ่บ้านเดิมให้ดำรงตำแหน่งต่อไปจนอายุครบ 60 ปี จากนั้นให้ผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ที่ได้รับการเลือกตั้งอยู่ในตำแหน่งวาระละ 5 ปี

ส่วนกรณีมีกระแสสังคมบางส่วนระบุว่า  ควรยกเลิกตำแหน่งกำนันผู้ใหญ่บ้านเนื่องจากมีองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และเทศบาลคอยดูแลประชาชนในแต่ละหมู่บ้านนั้น นายช่วนกล่าวว่า สิ่งนี้เป็นความคิดที่ผิด เพราะงานของกำนันผู้ใหญ่บ้านแตกต่างจากงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

“กำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้ปกครองท้องที่ในระดับฐานรากที่มีบทบาทที่สำคัญคือการรักษาความสงบเรียบร้อย การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม การนำนโยบายและข้อมูลข่าวสารจากทางราชการมาบอกประชาชน กำนันผู้ใหญ่บ้านยังเป็นตัวแทนประชาชนในการนำความเดือดร้อนไปเสนอต่อหน่วยงานราชการและผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น เมื่อเกิดปัญหา น้ำไม่ไหล ไฟไม่สว่าง ทางไม่สะดวก กำนันผู้ใหญ่บ้านจะผลักดันปัญหาเหล่านี้ไปสู่การแก้ไข บทบาทหน้าที่นี้ยากที่ใครจะเข้ามาทำได้ง่ายๆ และยากที่ สมาชิกอบต. หรือ สมาชิกเทศบาลจะทำได้” นายช่วนกล่าว

ขณะเดียวกันแนวคิดของนายช่วนมีบางส่วนที่ไม่สอดคล้องกับแนวคิดของนายเฉลิมพล มาลาคำ ผู้ใหญ่บ้านท่าเจริญ ม.11 ต.ท่าลาด อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี นักร้องหมอลำชื่อดังซึ่งออกมาหนุนให้ลดวาระกำนันผู้ใหญ่บ้านเหลือเพียง 5 ปี

นายเฉลิมพล มาลาคำ ผู้ใหญ่บ้านท่าเจริญ ม.11 ต.ท่าลาด อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี

“ผมเปรียบเทียบให้ฟังนะตำรวจใครก็สั่งย้ายได้ถ้าทำไม่ดีแต่กำนันผู้ใหญ่บ้านสั่งย้ายไม่ได้มันพิเศษตรงนี้ การอยู่นานๆ มันเป็นการคุมอำนาจมันไม่เป็นเรื่องดีนะ การเป็นกำนันผู้ใหญ่บ้านไม่เหมือนข้าราชการทั่วไป ผมคิดว่าอยู่ในวาระ 5 ปี มันดีเป็นการเปลี่ยนถ่ายมันกระตือรือร้นมากกว่า ถ้าคุณเป็นคนดีทำงานเพื่อส่วนรวม ชาวบ้านก็เลือกคุณตลอดนั่นแหละ แต่ถ้าอยู่แล้วไม่ทำงานทำตัวมีอำนาจก็ไม่ไหวคือการอยู่นานมันทำงานต่อเนื่องได้ก็จริง แต่ไม่เห็นจะทำอะไรกัน” นายเฉลิมพลกล่าว

ณ พื้นที่ชายแดนระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นายคำแพง มุ่งดี ผู้ใหญ่บ้านแหลมทอง ม.2 ต.โนนก่อ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า ที่ผ่านมากำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลโนนก่อได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยให้ประชาชนช่วยกันออกเงินและซ่อมแซมถนนลูกรังหรือถนนดินแดง พร้อมได้ทำเรื่องของบประมาณจากอบต.และองค์การบริหารส่วนจังหวัดมาสร้างถนนใหม่ รวมถึงการสร้างระบบสาธารณูปโภคอื่นๆ

นายคำแพง มุ่งดี ผญบ.แหลมทอง พร้อมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ในต.โนนก่อ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ลงขันร่วมซ่อมถนนทางเข้าหมู่บ้านแหลมทองร่วมกับชาวบ้าน

“เราไม่ใส่ใจวาระการดำรงตำแหน่งว่าจะอยู่ได้กี่ปี เพราะเราแต่ละคนมีความสำนึกในบทบาทหน้าที่จากการได้รับการเลือกตั้งว่าได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมาแล้วเราต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และเราจะเดินไปคนเดียวไม่ได้เราต้องมีพรรคพวกนั่นคือเพื่อนกำนันผู้ใหญ่บ้านซึ่งต้องร่วมมือกัน วิถีของคนอีสานคือการมีน้ำใจต่อกัน เราอยู่กันแบบพี่น้องร่วมกันทุกข์และสุข” นายคำแพงกล่าว

มีข้อสังเกตถึงระบบการประเมินผลการทำหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านทุก 5 ปีว่ายังมีความหละหลวมอยู่ นางประคอง พลหาญ อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านสวนป่า ม.11 ต.ช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า ควรปรับปรุงกระบวนการประเมินผลผู้ใหญ่บ้านใหม่ทั้งหมด เนื่องจากการสุ่มสำรวจความเห็นของประชาชนในหมู่บ้านไม่สามารถสะท้อนปัญหาได้จริงทำให้การประเมินผลไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

“การประเมินผลครั้งล่าสุดที่หมู่บ้านสวนป่ามีผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านกว่า 500 คน แต่มีการคัดเลือกประชาชนไปออกความคิดเห็นเพียงแค่ 20 คน คำถามในการประเมินผลก็เป็นคำถามปลายปิดที่ไม่เกี่ยวข้องกับผลการทำงานของผู้ใหญ่บ้าน” นางประคองกล่าว

นางประคองยังบอกว่าอีกการดำรงตำแหน่งจะกี่ปีก็ไม่สำคัญ แต่การประเมินผลงานจะต้องให้คุณให้โทษได้ ควรเปิดกว้างให้ประชาชนส่วนใหญ่และควรเปิดเผยผลการประเมินให้ประชาชนได้รับทราบ