จำเลย “คดีชายชุดดำ” ไม่มีเงินยื่นประกันตัว

ทนายความชี้ขอประกันตัวจำเลยคดีชายชุดดำที่ศาลชั้นต้นยกฟ้องไม่ได้ เพราะไม่มีหลักทรัพย์เพียงพอ ขณะที่ นปช. ไม่เคยให้ความช่วยเหลือ เกรงจะถูกครหาว่าเกี่ยวข้องกับชายชุดดำ

นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ กลุ่มนักกฎหมายอาสาเพื่อสิทธิมนุษยชน ทนายความในคดีชายชุดดำ ภาพจาก : www.alittlebuddha.com

ขอนแก่น – นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความกลุ่มนักกฎหมายอาสาเพื่อสิทธิมนุษยชน (กนส.) กล่าวถึงกรณีหลังศาลอาญาตัดสินยกฟ้องจำเลย 3 จาก 5 คน ใน “คดีชายชุดดำ” จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมทางการเมืองปี 2553 เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2560 ที่ผ่านมาว่า หลังการตัดสิน ศาลให้คุมขังจำเลยไว้ระหว่างอุทธรณ์ ปัจจุบันยังไม่มีการยื่นขอประกันตัวจำเลยอีกครั้ง      โดยสาเหตุที่ยังไม่ยื่นขอประกันตัวเพราะยังไม่มีหลักทรัพย์เพียงพอ ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้หลักทรัพย์มูลค่าสูงถึง 6 แสนบาทต่อคน เท่ากับจำนวนที่เคยยื่นขอประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน ทั้งนี้หนึ่งในจำเลยที่ถูกยกฟ้องคือ นายรณฤทธิ์ สุริชา เป็นชาวจังหวัด จ.อุบลราชธานี  การตัดสินเมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2560 นั้น ศาลตัดสินยกฟ้องเนื่องจากโจทก์ไม่มีประจักษ์พยานนำสืบว่าจำเลยได้ครอบครองและใช้อาวุธปืนตามข้อกล่าวหาในคดีชายชุดดำ ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ฯ กล่าวหาว่าใช้อาวุธสงครามต่อสู้และทำร้ายทหารระหว่างเข้าสลายการชุมนุมที่แยกคอกวัวเมื่อปี 2553

นายวิญญัติกล่าวอีกว่า ขณะนี้กำลังรวบรวมหลักทรัพย์จากผู้สมัครใจช่วยเหลือ ซึ่งยังไม่มีผู้ใดแจ้งความประสงค์มา และได้ขอให้ญาติของจำเลยทั้ง 3 คนช่วยกันรวบรวมทรัพย์สินอีกทาง แต่ยังไม่มีกำลังทรัพย์เพียงพอ

ทนายความ กนส. คนดังกล่าวเสริมอีกว่า ตนได้บอกให้ญาติจำเลยไปยื่นซื้อกรมธรรม์ประกันอิสรภาพแล้ว แต่เชื่อว่า ญาติจำเลยจะซื้อกรมธรรม์ไม่ได้ เพราะบริษัทประกันภัยเคยแจ้งนโยบายว่า ถ้าเป็นคดีการเมืองจะไม่สนับสนุน แต่ตนเห็นว่านโยบายของบริษัทประกันภัยไม่ควรพิจารณาว่า คดีใดเป็นคดีการเมืองหรือไม่ หรือเลือกปฏิบัติต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในการขายกรมธรรม์ฯ  แต่ควรให้ความช่วยเหลือจำเลยทุกคนอย่างเท่าเทียม

นอกจากนี้ ในส่วนของความช่วยเหลือจากแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ซึ่งเป็นกลุ่มผู้จัดการชุมนุมเมื่อปี 2553 ที่แยกคอกวัว พื้นที่ที่ถูกกล่าวอ้างมีชายชุดดำนั้น นายวิญญัติบอกว่า นปช. ไม่เคยยื่นความจำนงให้ความช่วยเหลือในคดีนี้มาตั้งแต่แรก คงเป็นเพราะ นปช. กังวลจะถูกสังคมกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันหรืออยู่เบื้องหลังคดีนี้

ขณะที่ญาติจำเลย (ไม่ประสงค์ระบุนาม) กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีหลักทรัพย์ไม่เพียงพอ เนื่องจากหลักทรัพย์มูลค่า 6 แสนบาทถือว่าสูงมากสำหรับตนซึ่งเป็นคนหาเช้ากินค่ำ จึงคาดว่าต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรในการรวบรวมหลักทรัพย์

ญาติจำเลยคนดังกล่าวบอกอีกว่า ในเมื่อศาลชั้นต้นตัดสินยกฟ้องแล้วก็ถือว่าจำเลยไม่มีความผิด ฉะนั้นศาลควรปล่อยตัวชั่วคราว ส่วนกรณีศาลกังวลว่าจำเลยอาจจะหลบหนีนั้น ตนคิดว่าจำเลยคงไม่หลบหนีเพราะคดีนี้ศาลยกฟ้องแล้ว

image_pdf