ขบวนพลัง “ฅนรักษ์บ้านเกิด”: เปิดปูมกิจกรรมทางตรงเพื่อยกเลิกการประชุมต่อสัญญาเหมืองแร่

บทความรับเชิญ โดย แฮนนาห์ โคเอน, ลูซี บอสต์วิก, แคโรไลน์ แค็มป์เบลล์, ไมเคิล แอ็กเคิล, มารียา บราโว, แม็กเคนซี ไมเดิล, และแอนดรู ลิ้มทองวิรัตน์ วิดีโอโดย ไมเคิล แอ็กเคิล, ตัดต่อโดย ชญานนท์ ร่วมเจริญ และคริสทีน ดิกเคอร์สัน

เลย, 16 พฤศจิกายน 2559 – พลังงานและเสียงประท้วงคุกรุ่นอยู่ในอากาศภายนอกที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่ง  ประชาชนจากบ้านนาหนองบงและหมู่บ้านใกล้เคียงอีก 5 หมู่บ้านได้ปิดกั้นทางเข้าอาคารเพื่อยับยั้งการประชุมที่จะมีขึ้น ในเช้าวันนั้น เจ้าหน้าที่อบต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จะทำการลงคะแนนเสียงเพื่อต่ออายุใบอนญาตการใช้พื้นที่ป่าในเขตภูทับฟ้าซึ่งดำเนินการโดยบริษัท ทุ่งคำ จำกัด หากอบต.เขาหลวงต่ออายุใบอนุญาตดังกล่าว บริษัทฯ ก็จะมีใบอนุญาตครบถ้วนสำหรับการเริ่มการขุดเหมืองแร่ทองคำอีกครั้ง ระหว่างที่ผู้นำชุมชนกระตุ้นผ่านโทรโข่ง ชาวบ้านก็เปล่งเสียงว่า “ยกเลิกการประชุม”

ป้ายประท้วงป้ายหนึ่งเขียนข้อความว่า “บ้านของกู ‘มึง’ จะขายกินไม่ได้ THIS IS MY HOME YOU CANNOT SELL IT.”

ผู้หญิงสองคนถือป้ายนี้ไว้ ศีรษะของพวกนางคลุมด้วยผ้าพันคอหลากสีซึ่งทอกันเองในชุมชน

nnb1

กลุ่มแม่ญิงผู้อยู่แนวหน้าการประท้วงของกลุ่ม “ฅนรักษ์บ้านเกิด” ต่อการต่อใบอนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้ของบริษัททำเหมืองทองคำ ได้นำขบวนไปยังอบต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย เป็นครั้งที่สี่แล้วที่มีการประท้วงลักษณะนี้ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เริ่มเดินขบวนกันตั้งแต่ก่อนเวลา 4 นาฬิกา ภาพ: อันโดนี อัลเมดา

03.16 น.

ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งในเสื้อกันหนาวและผ้าคลุมไหล่ค่อยๆ ฝ่าความหนาวไปรวมตัวกันที่จุดนัดพบ ดวงอาทิตย์ยังไม่โผล่ อากาศนิ่งสงบห่มด้วยหมอกหนา

กลุ่มคนนี้มีจำนวนเล็กน้อย แต่พลังงานในกลุ่มก็กำลังขยายตัวขึ้น ด้วยก้าวหนักๆ และดวงตาของคนอดนอน ชาวบ้านเคลื่อนตัวไปตรงทางเข้าบ้านหลังที่มีการวางแผนกันเมื่อคืนเพื่อการประท้วงที่กำลังจะมีขึ้น เสียงเกียร์รถดังฮึมๆ ขณะผู้คนขี่มอเตอร์ไซค์เข้าออกบ้านหลังนั้น

เสียงกระหึ่มของเครื่องยนต์ของรถบรรทุกดังสะท้าน ลำโพงใหญ่หลายตัวตั้งอยู่บนกระบะหลัง เสียงพึมพำของคนค่อยดังขึ้นตามจำนวนผู้มารวมตัว ภายในไม่กี่นาทีก็มีชาวบ้านกว่ายี่สิบสามสิบคน และมีแต่จะเพิ่มขึ้น

nnb2

ระหว่างการเตรียมตัวเดินขบวน ชาวบ้านหุง “อาวุธ” ของพวกเขาซึ่งก็คือไม้ไผ่อัดด้วยข้าวเหนียวและถั่วหรือข้าวหลามนั่นเอง หลังจากรับประทานแล้ว ส่วนกระบอกแข็งสีเขียวจะใช้เป็นเครื่องป้องกันตัวเองแบบตามอัตภาพหากเกิดเหตุรุนแรง ภาพ: ไมค์ แอ็กเคิล

03.47 น.

ชาวบ้านกลุ่ม “ฅนรักษ์บ้านเกิด” เริ่มเดินรณรงค์ให้คนอื่นๆ มาเข้าร่วม พวกเขาเดินขบวนไปตามเส้นทางในหมู่บ้าน ตามหลังรถกระบะบรรทุกลำโพงใหญ่ ขณะเดียวกันผู้หญิงในแนวหน้าคนหนึ่งซึ่งเรียกกันว่า “สตรีเหล็ก” ก็ส่งเสียงกระตุ้นปลุกใจผ่านไมโครโฟน

รถคันนั้นขับวนรอบหมู่บ้านมาตั้งแต่เวลา 17.30 น. ของเย็นวันก่อนเพื่อรวมรวบผู้คนและกระจายเสียงเพลงต่อสู้ต่อต้านเหมืองแร่ ซึ่งชาวบ้านได้แต่งขึ้นเพื่ออธิบายความขัดแย้งที่ยังไม่ดำเนินต่อไป

กลางดึกในคืนเดียวกัน เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ชาวบ้านได้รวมตัวกันที่บ้านของผู้นำเพื่อวางแผนการประท้วง ภาพยนตร์สารคดีของการประท้วงครั้งก่อนๆ ฉายประกอบการพาแลง บรรดาผู้นำตัดสินใจรายละเอียดสุดท้าย ส่วนคนอื่นๆ ก็เขียนป้ายต่อต้านการทำเหมืองแร่

ผู้นำชุมชนคนหนึ่งย้ำเตือนผู้ประท้วงว่าอาจเกิดความรุนแรง อันเป็นสถานการณ์ที่พวกเขาเคยเผชิญหน้ามาก่อน เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2557 ขณะที่ชาวบ้านนาหนองบงพยายามกีดขวางเส้นทางไปเหมือง ก็มีกลุ่มคนร้ายกว่า 100 คนเข้าโจมตี ซึ่งหลายคนในนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ทหารนอกเครื่องแบบ จนถึงตอนนี้ มีเพียงทหาร 2 รายที่ถูกพิพากษาว่ามีความผิดฐานเข้าร่วมการบุกโจมตีในครั้งนั้น

ด้วยเหตุนี้ ผู้ประท้วงบางรายจึงเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ความรุนแรง ผู้ประท้วงรายหนึ่งอธิบายว่า “ถ้าจะต้องรุนแรงก็ได้ เพราะว่าถ้ามีเหตุรุนแรงแล้ว การประชุมก็ต้องถูกเลื่อนออกไป”

กว่าสิบปีที่ผ่านมา ชุมชนนาหนองบงได้รับผลกระทบจากประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น การรั่วไหลของไซยาไนด์ ความเป็นอยู่ทางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่อันเป็นผลมาจากผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ และปัญหาสุขภาพเช่นผื่นคันบนผิวหนังและผิวไหม้

ตลอดเวลาหลายชั่วโมงก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ผู้ประท้วงได้ร้องเรียกเพื่อนบ้านผ่านลำโพงเสียงกัมปนาท เคาะประตูบ้านมิตรสหายเพื่อพยายามรวบรวมผู้คนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขบวนประท้วงซึ่งส่วนมากเป็นผู้หญิงเพิ่มจำนวนจนเป็น 80 คน ส่วนผู้ชายก็ขับรถกระบะตามหลังขบวน รอจังหวะที่จะขับพาผู้ประท้วงไปบนกระบะรถในระยะสุดท้ายก่อนถึงที่ทำการอบต.เขาหลวง

เมื่อชาวบ้านลุกออกจากเตียงมากขึ้นเรื่อย ๆ กลุ่มผู้ประท้วงก็ขยายจำนวนมากขึ้น เสียงรวมตัวกันก็ดังมากขึ้น “พี่น้องเอ๊ย สู้บ่สู้” เสียงผู้หญิงตะโกนผ่านลำโพงไปยังฝูงชน “สู้!” ชาวบ้านตะโกนกลับ เสียงดังข้ามทุ่งข้าวราตรี

06.18 น.

“สตรีเหล็ก” คนหนึ่งตะโกนผ่านไมโครโฟน “พี่น้องเอ๊ย สู้บ่สู้” และได้รับการตอบรับว่า “สู้!” จากชาวบ้านผู้เดินขบวนตามเธอมา

“สตรีเหล็ก” คนหนึ่งตะโกนผ่านไมโครโฟน “พี่น้องเอ๊ย สู้บ่สู้” และได้รับการตอบรับว่า “สู้!” จากชาวบ้านผู้เดินขบวนตามเธอมา ภาพ: อันโดนี อัลเมดา

เมื่อขบวนได้เดินทางมาใกล้ที่ทำการอบต.เขาหลวง ราว 5 กิโลเมตรจากจุดเริ่มต้น และพระอาทิตย์เริ่มโผล่พ้นขอบฟ้า รถยนต์ก็ปล่อยกลุ่มชาวบ้านที่ยังคงเปล่งเสียงอยู่ลงจากรถ ถึงพื้นแล้วประชาชนก็กรูไปยังประตูทางเข้าที่ทำการอบต.เขาหลวง มุ่งไปทางห้องประชุม

เมื่อเข้าไปถึงตัวอาคาร กลุ่มสตรีเหล็กได้ขวางบันไดอันเป็นชัยภูมิสำคัญเพราะเป็นทางเข้าเดียวที่นำไปสู่ห้องประชุม ผู้ประท้วงหญิงคนอื่นๆ สมทบที่ว่างรอบๆ

ต่อมาผู้ชายในหมู่บ้านก็เข้ามาสมทบกับกลุ่มผู้หญิง ทุกคนแต่งกายเหมือนกันในชุดเสื้อมีหมวกสีดำ พันผ้าพันคอ พวกเขาคล้องแขนกันเป็นวงล้อมรอบผู้หญิง เพื่อสร้างแนวกีดขวาง จากนั้นพวกเขาก็ปักหลักในที่ชุมนุมเป็นเวลาหลายชั่วโมง รอคอยการมาถึงของฝ่ายตรงข้ามอย่างกระวนกระวายใจ

บริษัทขุดแร่ทองคำอาศัยการต่อใบอนุญาตเข้าใช้พื้นที่ป่าเพื่อที่จะเริ่มดำเนินการทำเหมืองอีกครั้ง หลังจากถูกสั่งให้หยุดพักไปตั้งแต่ปี 2556 ใบอนุญาตนี้เป็นหนึ่งในใบอนุญาตจำนวนมากที่จำเป็นต่อการดำเนินการขุดเหมืองแร่ในประเทศไทย ซึ่งทางบริษัทฯ ยังขาดใบอนุญาตเพียงใบเดียว

การอนุมัติใบอนุญาตจำเป็นต้องผ่านเสียงโหวตส่วนใหญ่ของอบต.เขาหลวง ซึ่งมีสมาชิกทั้งหมด 26 คน ในจำนวนนี้มีกว่า 16 คนซึ่งอาศัยอยู่นอกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการทำเหมือง

ชาวบ้านผู้ร่วมประท้วงมั่นใจว่าสมาชิกอบต.ทั้ง 16 คนจะลงคะแนนเสียงให้ต่อใบอนุญาตได้ ผู้ประท้วงจึงไม่ยอมให้การประชุมเกิดขึ้น ผู้ประท้วงต่อต้านแนวคิดที่จะยอมยกอำนาจการตัดสินใจในผืนดินของพวกเขาให้ผู้อื่น

การประชุมครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 4 แล้วในปีนี้ซึ่งทางอบต.เขาหลวงพยายามที่จะพิจารณาใบอนุญาต แต่ครั้งที่ผ่านๆ มาถูกชาวบ้านกลุ่ม “ฅนรักษ์บ้านเกิด” ขัดขวาง

การต่อต้านอุตสาหกรรมลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องของหมู่บ้านนาหนองบงเพียงชุมชนเดียว ชาวบ้านจากบ้านคอนสาและบ้านสาธร ซึ่งอยู่ห่างไปจากบ้านนาหนองบงกว่า 1 ชั่วโมงขับรถ ก็กำลังรณรงค์ต่อต้านการทำเหมืองถ่านหินซึ่งให้คำมั่นไว้ว่าจะนำพาความเจริญมาสู่ชุมชน ในวันนี้ประชาชนสี่คนจากหมู่บ้านทั้งสองได้เข้าร่วมการประท้วงที่อบต.เขาหลวงด้วย โดยกล่าวว่าตนรู้สึกร่วมไปกับการต่อสู้ที่นาหนองบง และต้องการมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้

ผู้เข้าร่วมการประท้วงแต่ละคนรู้ดีว่ากำลังเสี่ยงกับอะไร หลายปิดใบหน้าด้วยหน้ากากที่ทำจากผ้า บางคนปิดใบหน้าทั้งหมดยกเว้นบริเวณดวงตา ก่อน 07.00 น. ผู้ประท้วงได้นำเต๊นท์ขนาดใหญ่มาตั้งเพื่อกันแดดและหลบจากสายตาสอดส่องของกล้องวงจรปิด

ในประเทศไทยปัจจุบันไม่มีสิทธิการชุมนุม ตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 ห้ามมิให้มีการชุมนุมเกินกว่า 5 คนเพื่อเรียกร้อง สนับสนุน คัดค้าน หรือแสดงความคิดเห็นในเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยแสดงออกต่อประชาชนทั่วไป ฉะนั้นแล้วการวางแผน เดินขบวน และประท้วงของชาวเลยครั้งนี้ล้วนเป็นการแข็งข้อต่อคำสั่งของรัฐบาลในตัวของมันเอง

ใต้หลังคาผ้าใบ ผู้ประท้วงเตรียมพร้อมต่อสู้จนกว่าจะทำให้การประชุมของอบต.เขาหลวงยกเลิกได้สำเร็จ แต่ละคนต่างนำความมั่นคงปลอดภัยของตนมาเสี่ยงเพื่อที่จะปกป้องชุมชน

07.26 น.

nnb50

ชาวบ้านผู้ประท้วงบางคนเลือกที่จะปิดบังตัวตน ในประเทศไทยการชุมนุมทางการเมืองมากกว่า 5 คนขึ้นไปนั้นผิดกฎหมาย และชาวบ้านหลายคนก็ต้องคดีอาญาอยู่ก่อนแล้ว ภาพ: อันโดนี อัลเมดา

รถตู้สองคันนำเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารประมาณ 12 นายเข้าสู่พื้นที่ที่ทำการอบต.

เจ้าหน้าที่ทหารนายหนึ่งขอร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้ผู้ประท้วงยุติการชุมนุมและยอมให้การประชุมของอบต.เขาหลวงดำเนินการได้ เขาเร่งเร้าให้ชาวบ้านอยู่ในที่ตั้งและอยู่ในความสงบ เมื่อถูกขอร้องเช่นนี้ ชาวบ้านผู้ประท้วงส่งเสียงไม่พอใจและตอบรับด้วยการเปล่งเสียงประท้วง

09.13 น.

ผู้นำหมู่บ้านหลายคนผลัดกันพูดผ่านโทรโข่งเป็นเวลา 45 นาที

“ขั้นเจ้าอยากสิเข้ามาเฮ็ดโครงการพัฒนากะต้องเฮ็ดให้เชื่อมั่นได้ว่ามันสิเฮ็ดให้ชีวิตของหมู่บ้านและชาวบ้านดีขึ้น” หนึ่งในกลุ่มสตรีเหล็กประกาศ

ผู้ประท้วงอีกคนหนึ่งกล่าวต่อว่า “ตำแหน่งประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลนั้นบ่ว่าแม่ญิงหรือพ่อซายกะต้องดูแลชาวบ้าน จังซั่น เป็นหญังชาวบ้านจังถืกส่อถืกฟ้อง เจ้าเคยเบิ่งเคยแลมาญังหมู่เฮาบ่ เจ้าเคยใส่ใจหมู่เฮาแหน่บ่ เจ้าฮู้บ่ว่าหมู่เฮาเสียน้ำตาญ้อยไปท่อใด๋แล้ว นี่ล่ะเป็นเหตุให้เฮาต้องมาอยู่หม่องนี้ ญ้อนว่าบ่มีรัฐบาลใดสิมาซอยเหลือเฮา”

nnb4

ผู้ชุมนุมกล่าวว่าจะปิดกั้นทางเข้าห้องประชุมจนกว่าจะมีเอกสารอย่างเป็นทางการจากอบต.เขาหลวงแจ้งเลื่อนการประชุม ในภาพนี้นายสมัย ภักดิ์มี ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลเขาหลวง (ซ้ายสุด) กำลังอ่านคำประกาศยกเลิกอย่างเป็นทางการ ภาพ: อันโดนี อัลเมดา

ต่อมา นายสมัย ภักดิ์ดี ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลเขาหลวงได้เข้าไปหากลุ่มผู้ชุมนุมและอ่านหนังสือราชการซึ่งอบต. ได้ยื่นต่อนายอำเภอ

“นี่เป็นการประกาศอย่างเป็นทางการ” นายสมัยกล่าว “กระผมได้พยายามจะที่จัดการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลเขาหลวง แต่ไม่สามารถกระทำได้เนื่องจากชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบไม่ต้องการให้มีการประชุมเกิดขึ้น”

เขากล่าวต่อว่า “สภาจะแจ้งวันเวลาในการประชุมครั้งต่อไปในโอกาสหน้า”

ประชาชนยืนกรานให้อบต.เขาหลวงเปลี่ยนข้อความในประกาศดังกล่าว โดยให้ชี้ชัดไปว่าจะไม่มีการประชุมในอนาคต ชาวบ้านประกาศว่าจะรอจนถึงเวลา 12.00 น. เพื่อให้มีเอกสารที่มีถ้อยคำที่หนักแน่นกว่าเดิม ซึ่งลงนามโดยสภาองค์การบริหารส่วนตำบลเขาหลวง ผู้ประท้วงยื่นคำขาดว่าหากสภาฯ ไม่ทำตามคำขอ กลุ่มผู้ประท้วงจะเดินทางไปพบนายอำเภอด้วยตนเอง

“บอกอำเภอไปว่าให้ท่าหมู่เฮาได้เลย” ผู้หญิงคนหนึ่งกล่าว ในระหว่างที่รอให้อบต.เขาหลวงออกเอกสารตามที่ร้องขอไปนั้น ผู้ชุมนุมปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำขอให้อยู่ในความเงียบ

หลังจากรอการตอบรับจากสภาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ผู้ประท้วงก็ลงมือจัดการปัญหาด้วยตนเอง นั่นคือตัดสินใจเขียนจดหมายในนามประชาชนและเรียกร้องให้ประธานสภาอบต. นำส่งต่อไปยังที่ว่าการอำเภอ

ก่อนเวลาเที่ยงตรงไม่นาน นายสมัยได้ปรากฎตัวต่อชาวบ้านที่รออยู่และนำจดหมายของพวกเขาส่งต่อไปให้นายอำเภอ

15.15 น.

หลังจากถูกนายอำเภอเรียกเข้าไปพูดคุยหารือเรื่องจดหมายดังกล่าว ตัวแทนผู้ประท้วง 10 คนและสมาชิกสภาอบต. ที่อยู่ฝ่ายต่อต้านการทำเหมือง 10 คนกลับออกมาพบกับผู้ชุมนุมประท้วง

นายอำเภอผู้รับเรื่องเพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้ 3 สัปดาห์เท่านั้น แต่ก็ได้สัญญาว่าจะตรวจสอบปัญหาของชาวบ้านต่อไป ข้างผู้ประท้วงไม่เต็มใจนักที่จะเชื่อคำมั่นของนายอำเภอ เนื่องจากประสบการณ์ด้านลบกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ผ่านมา ผู้ประท้วงเชื่อว่าความปรารถนาดีของนายอำเภอที่มีต่อพวกเขานั้นเป็นกลลวง

เมื่อตัวแทนผู้ชุมนุมทั้ง 10 คนเดินทางกลับมาถึง กลุ่มสตรีเหล็กคว้าโทรโข่งและประกาศว่าการประชุมใดๆ เรื่องการต่อใบอนุญาตการขอใช้พื้นที่ป่าของบริษัททุ่งคำจะต้องถูกเลื่อนออกไปจนกว่าที่ว่าการอำเภอจะดำเนินการตรวจสอบความเดือดร้อนของชาวบ้านบ้านนาหนองบง

ชาวบ้านผู้เข้าร่วมการปิดล้อมตลอดวันที่ผ่านมาปรบมือให้กับชัยชนะของตน แต่กระนั้นก็หาได้มีความโล่งใจอยู่ทั่วไป เมื่อถูกถามว่าขั้นตอนต่อไปจะต่อสู้อย่างไร ผู้ชุมนุมหลายคนก็ให้คำตอบด้วยการยักไหล่และบอกว่า “I don’t know” เช้าวันนี้ก็เป็นเพียงอีกวันหนึ่งในการต่อสู้ที่ยังไม่สิ้นสุด


แฮนนาห์ โคเอน มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน, ลูซี บอสต์วิก วิทยาลัยมิดเดิลบิวรี, แคโรไลน์ แคมป์เบลล์ มหาวิทยาลัยทูเลนแห่งลุยเซียนา, ไมเคิล แอ็กเคิล มหาวิทยาลัยพิวจิตซาวด์, มารียา บราโว วิทยาลัยเดวิดสัน, แม็กเคนซี ไมเดิล วิทยาลัยแมคคาเลสเตอร์, และแอนดรู ลิ้มทองวิรัตน์ มหาวิทยาลัยเพนน์ซิลเวเนีย เป็นนักศึกษาที่กำลังเรียนรู้ประเด็นเรื่องการพัฒนาจากชุมชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ