ชาวบ้านโวยบ่อขยะวารินชำราบ ส่งกลิ่น-ฝุ่นควัน-น้ำเสีย วอนเทศบาลเร่งแก้ไข

วารินชำราบ, อุบลราชธานี – ชาวบ้านโวยการจัดการขยะของเทศบาลเมืองวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี สร้างผลกระทบต่อชาวบ้าน ทั้งเรื่องกลิ่นและฝุ่นควัน รวมถึงมีการปล่อยน้ำเสียลงคลองสาธารณะ ด้านผู้เกี่ยวข้องอ้างเดินหน้าแก้ไขแล้ว แต่ชาวบ้านระบุยังไม่มีใครมาทำอะไร

เขียนโดย  สกุลรัตน์ ดีวงศ์ และธันย์ชนก แท่นแก้ว

ภาพที่ 1 ปัจจุบันบ่อขยะของเทศบาลอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งอยู่ห่างจากหมู่บ้านดอนผอุงไม่ถึง 5 กิโลเมตร ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาต่างๆด้านสิ่งแวดล้อม ภาพที่ 2 เตาเผาขยะติดเชื้อ ส่งควันพิษกระจายไปรอบๆบริเวณ ส่งผลต่อสุขภาพของชาวบ้านดอนผอุง ที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง

ปัจจุบันบ่อขยะของเทศบาลอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งอยู่ห่างจากหมู่บ้านดอนผอุงไม่ถึง 5 กิโลเมตร ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาต่างๆด้านสิ่งแวดล้อม

แม้เว็บไซต์ของเทศบาลเมืองวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี จะระบุว่า บ่อขยะที่ใช้ในการจัดการขยะมูลฝอยในพื้นที่รับผิดชอบ มีจำนวน 282 ไร่ ตั้งอยู่บ้านดองผอุงห่างจากเขตเทศบาล 30 กิโลเมตร บนเส้นทางวารินชำราบ-เดชอุดม แต่การจัดการขยะของเทศบาลวารินชำราบก็ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่อาศัยในชุมชนใกล้เคียงที่มีจำนวนกว่า 100 ครัวเรือน

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สัมภาษณ์ชาวบ้านหลายรายที่อยู่อาศัยใกล้กับบ่อขยะดังกล่าว ได้รับข้อมูลว่า บ่อพักขยะและบ่อบำบัดน้ำเสียหลายบ่อใช้การไม่ได้ และถูกเทขยะทับถมจนเต็มบ่อ ส่วนการเผาขยะติดเชื้อก็มีการเผาตลอด 24 ชั่วโมง ส่งผลให้ควันและฝุ่นจากเตาเผาขยะติดเชื้อลอยเข้าไปในหมู่บ้าน นอกจากนี้ น้ำขยะยังซึมลงไปใต้ดินส่งผลให้ชาวบ้านไม่สามารถกรองน้ำฝนหรือสูบน้ำใต้ดินมาใช้อุปโภคบริโภคได้

นายประสิทธิ์ นิลเกษ ผู้ใหญ่บ้านดอนผอุง กล่าวว่า ตอนเข้ามาทำบ่อขยะและโรงงานจำกัดขยะ ชาวบ้านไม่รู้ว่าจะส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง แต่ช่วงหลังเมื่อขยะเพิ่มมากขึ้น ลมพัดมาแต่ละครั้งก็ได้กลิ่น และเมื่อมีการเผาขยะติดเชื้อ ฝุ่นควันจากขยะก็ลอยเข้ามาในชุมชนรวมถึงนาข้าว ซึ่งนายประสิทธิ์อ้างว่าทำให้น้ำในนาข้าวเน่า จนแม้แต่ตนเองก็ยังไม่กล้ากินข้าวที่ตนปลูก และน้ำเสียที่ถูกปล่อยลงคลองสาธารณะก็ทำให้ปลาตาย

นายประสิทธิ์กล่าวว่า ครั้งหนึ่งตนเคยพาชาวบ้านเข้าไปตรวจสอบบ่อขยะและเตาเผาขยะติดเชื้อว่าเกิดข้อขัดข้องอะไรจึงส่งผลกระทบหลายประการ แต่กลับถูกขัดขวางจากเจ้าหน้าที่ โดยอ้างว่าถ้าเข้าไปจะถูกตั้งข้อหาบุกรุก จึงจำใจต้องอยู่กับสถานการณ์เช่นนี้ต่อไป

“เมื่อเราทำอะไรไม่ได้ ก็ต้องอยู่กับมันต่อไป แต่อยากให้ทางผู้เกี่ยวข้องลงมาแก้ปัญหาและเยียวยาชาวบ้านเรื่องสุขภาพ เช่น อยากให้มีการตรวจสุขภาพชาวบ้าน รวมถึงซ่อมแซมถนนที่ชำรุดจากการขนขยะมาทิ้ง และทำความสะอาดให้เรียบร้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้” ผู้ใหญ่บ้านดอนผอุงกล่าว

นายเชิดศักดิ์ ลาสว่าง ชาวบ้านดอนผดุง หนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบ กล่าวว่า แม้คนในชุมชุนอื่นๆ ของ อ.วารินชำราบจะได้ประโยชน์จากบ่อขยะและเตาเผาขยะ แต่ชาวบ้านดอนผอุงไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ยกเว้นคนเก็บขยะมาขายซึ่งมีจำนวนไม่เกิน 5 คนในชุมชน ทั้งนี้ การเผาขยะตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ควันพิษจากบ่อขยะลอยเข้ามาในหมู่บ้านตลอดเวลา จนคล้ายควันไฟจากเรือเดินสมุทร เมื่อฝนตกลงมา ชาวบ้านก็ไม่กล้ากรองน้ำไว้ดื่มเพราะกลัวสารพิษ วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าคือไปซื้อน้ำมาดื่ม ทำให้ค่าใช้จ่ายในครัวเรือนสูงขึ้น

“แต่พูดไปก็คงไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะชาวบ้านเปรียบเสมือนปากนกกระจอกที่เปล่งเสียงแล้วไม่มีใครได้ยิน เมื่อเทียบกับตีนช้างแล้วก็มีแต่เหยียบปากนกให้จมลง” นายเชิดศักดิ์กล่าว

ด้านนายนิติพันธ์ แสนสุข นักวิชาการสุขาภิบาล เทศบาลเมืองวารินชำราบ กล่าวถึงเสียงสะท้อนเรื่องผลกระทบจากบ่อขยะของเทศบาลเมืองวาริบชำราบต่อชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงว่า ยืนยันว่าการก่อสร้างบ่อขยะดังกล่าวปฏิบัติตามระเบียบวิศวกรรมทุกประการ มีการปูพลาสติกคลุมดิน มีระบบระบายน้ำ รวมถึงท่อระบายแก๊ส ทั้งนี้ นายนิติพันธ์กล่าวว่านายจีระชัย ไกรกังวาร นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองวารินชำราบ ได้ให้นโยบายมาว่า ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ อย่าปล่อยน้ำเสียลงคลองสาธารณะเพราะจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และในปัจจุบันได้มีการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียเพิ่มเติม โดยใช้พื้นที่ 30-40 ไร่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเสียจากบ่อขยะ ซึ่งเชื่อได้ว่าเทศบาลอื่นๆ ใน จ.อุบลราชธานีไม่มีการทำระบบเช่นนี้

เตาเผาขยะติดเชื้อ ส่งควันพิษกระจายไปรอบๆบริเวณ ส่งผลต่อสุขภาพของชาวบ้านดอนผอุง ที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง

เตาเผาขยะติดเชื้อ ส่งควันพิษกระจายไปรอบๆบริเวณ ส่งผลต่อสุขภาพของชาวบ้านดอนผอุง ที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง

“ยืนยันว่าไม่มีการปล่อยน้ำเสียลงไปในคูคลองหรือนาข้าวของชาวบ้านตามที่มีการร้องเรียน เรื่องนี้เกิดจากการให้ข้อมูลที่ผิดพลาดของอาจารย์หรือนักศึกษาที่ไปลงพื้นที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด” นายนิติพันธ์กล่าว

นางธิติมา โคตรุโร หัวหน้าฝ่ายบริหารงานสาธารณะสุข เทศบาลเมืองวารินชำราบ กล่าวถึงผลกระทบเรื่องการเผาขยะติดเชื้อที่ทำให้มีฝุ่นควันลอยไปในชุมชนใกล้เคียงว่า หลังจากมีชาวบ้านร้องเรียนเข้ามาเรื่องการเผาขยะ 24 ชั่วโมง ทางเทศบาลก็ลดระยะเวลาในการเผา โดยจะเผาเฉพาะตอนเวลากลางวัน ไม่เผาตอนเวลากลางคืนแล้ว เพื่อลดผลกระทบด้านมลพิษทางอากาศ

“แต่ถ้าจะแก้ปัญหาให้ยั่งยืน ชาวบ้านต้องร่วมมือกับทางเทศบาลด้วย” นางธิติมากล่าวโดยมิได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

หลายเดือนหลังจากที่ได้สัมภาษณ์ตัวแทนเทศบาลเมืองวารินชำราบ ล่าสุดผู้สื่อข่าวก็ได้กลับไปลงพื้นที่บ่อขยะบ้านดอนผอุงอีกครั้ง แต่ปรากฏว่าชาวบ้านหลายคนกล่าวว่า ปัญหาจากบ่อขยะยังไม่ได้รับการแก้ไข แม้จะมีการร้องเรียนไปที่เทศบาลหลายครั้ง ซึ่งปัญหาต่างๆ จะทวีความรุนแรงมากขึ้นในช่วงฤดูฝน

ทั้งนี้ ข้อมูลจากรายงานเกี่ยวกับการจัดการขยะมูลฝอยของเทศบาลเมืองวารินชำราบ ระบุว่า ปริมาณขยะที่นำไปทิ้งที่บ่อขยะบ้านดอนผอุงมีราว 300 ตัน/วัน โดยเป็นขยะที่อยู่ในพื้นที่เทศบาลวารินชำราบเองเพียง 30-40 ตัน/วัน และส่วนใหญ่จะไม่มีการคัดแยกขยะมาก่อน


สกุลรัตน์ ดีวงศ์ และธันย์ชนก แท่นแก้ว เป็นผู้เข้าร่วมโครงการอบรมนักข่าวภาคอีสาน รุ่นที่ 1

image_pdf