‘ไผ่’ ขึ้นศาลทหารสอบพยานหลักฐาน นักนิติศาสตร์ร่วมสังเกตการณ์ แนะโอนคดีสู่ศาลพลเรือน

img_3554-e1477884667345-333x500

นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา “ไผ่ จตุภัทร์” จำเลยคดีความผิดร่วมกันมั่วสุมและชุมนุมทางการเมือง เกิน 5 คนขึ้นไป ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ในกิจกรรมครบรอบ 1 ปีรัฐประหาร ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2559

นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา “ไผ่” จำเลยคดีความผิดร่วมกันมั่วสุมและชุมนุมทางการเมือง เกิน 5 คนขึ้นไป ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ในกิจกรรมครบรอบ 1 ปีรัฐประหาร ทลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา

ขอนแก่น – วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา ศาลทหาร มณฑลทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร์ จังหวัดขอนแก่น นัด ‘ไผ่’ และโจทก์ในคดีชูป้ายไม่เอารัฐประหาร ครบรอบ 1 ปีรัฐประหาร 2557 ศาลนัดสืบพยานวันที่ 30 มกราคม 2560

การตรวจสอบพยานหลักฐานครั้งนี้มีตัวแทนจากคณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (International Commission of Jurists – ICJ) ร่วมสังเกตการณ์ด้วย นายคิงสลีย์ แอ๊บบอต ที่ปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศอาวุโสโครงการเอเชีย-แปซิฟิกกล่าวว่าตนเคยไปสังเกตการณ์ที่ศาลทหารเชียงรายและกรุงเทพฯ พบว่าเมื่อเปรียบเทียบกับศาลทหารกรุงเทพแล้ว กระบวนการพิจารณาคดีก็ไม่ได้แตกต่างกัน เพียงแต่ว่าศาลทหารที่กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางอำนาจ มีความโอ่โถงและน่าเกรงขามมากกว่า และตุลาการเข้มงวดเรื่องกฎระเบียบความประพฤติมากกว่าศาลทหารขอนแก่น

นายคิงสลีย์กล่าวว่า สำหรับ ICJ แล้วจุดยืนที่สำคัญคือ หลักการแบ่งแยกและคานอำนาจระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายตุลาการ ยิ่งในปัจจุบันประเทศไทยมีรัฐบาลที่เป็นทหาร กระบวนการยุติธรรมดังกล่าวทหารก็ไม่ควรมีอำนาจตุลาการเหนือคดีของพลเรือน ซึ่งควรจะให้ศาลที่เป็นอิสระ ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด และมีความเชี่ยวชาญมาพิจารณาคดี

“ที่รัฐบาลอ้างว่าต้องใช้ศาลทหารเพื่อพิจารณาคดีพลเรือนเพราะสถานการณ์ทางการเมืองไม่ปกตินั้น เป็นคำกล่าวที่ย้อนแย้ง เพราะพื้นที่ที่กล่าวได้ว่ามีสถานการณ์ไม่ปกติที่สุดอย่างสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็มิได้ใช้ศาลทหารพิจารณาคดีของพลเรือนแต่อย่างใด” นายคิงสลีย์กล่าว

นายคิงสลีย์ แอ๊บบอต กล่าวว่าถึงแม้รัฐบาลจะยกเลิกการนำพลเรือนขึ้นศาลทหารแล้ว แต่ก็ยังมีคดีสำคัญๆ ที่ยังติดค้างอยู่ที่ศาลทหาร เช่นคดีขอนแก่นโมเดล และคดีวางระเบิดที่ศาลพระพรหมเอราวัณ แยกราชประสงค์

คิงสลีย์ แอ๊บบอต ที่ปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศอาวุโสโครงการเอเชีย – แปซิฟิค จากคณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (ICJ) ร่วมสังเกตการณ์ด้วยการตรวจสอบพยานหลักฐานครั้งนี้ด้วย

นายคิงสลีย์ แอ๊บบอต ที่ปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศอาวุโสโครงการเอเชีย-แปซิฟิค คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (ICJ) ร่วมสังเกตการณ์การตรวจสอบพยานหลักฐานครั้งนี้ด้วย

ถึงแม้ว่าเมื่อไม่นานมานี้ทางรัฐบาลประกาศยกเลิกการนำคดีความของพลเรือนขึ้นศาลทหาร ทาง ICJ รู้สึกยินดีกับการกระทำของรัฐบาลครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลควรโอนคดีของพลเรือนที่เกิดขึ้นในช่วงหลังรัฐประหารมาพิจารณาคดีที่ศาลพลเรือนทั้งหมด

นายอานนท์ นำภา ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ทนายความของจำเลยนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่” ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่าวันนี้ยังไม่มีอะไร ศาลทหารเพียงแค่นัดตรวจสอบพยานหลักฐานและกำหนดวันนัดสืบพยาน เป็นวันที่ 30 มกราคม 2560 ทั้งนี้โจทก์ที่ยื่นฟ้องในคดีนี้ได้มาแสดงหลักฐานและพยานทั้งหมด 5 ปาก ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ที่อยู่เหตุการณ์วันนั้น 4 คน และพนักงานสอบสวน 1 คน ส่วนจำเลยมีพยานทั้งหมด 4 ปาก มีตัวจำเลย นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อีก 2 ปาก เบื้องต้นทั้งโจทก์และจำเลยไม่ยอมรับข้อเท็จจริงของอีกฝ่าย ฉะนั้นต้องรอในขั้นตอนสืบพยานต่อไป

สืบเนื่องจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้อายัดตัวนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ในวันที่ 19 สิงหาคม 2559 ที่เรือนจำภูเขียว จ.ชัยภูมิ ในข้อหาร่วมกันมั่วสุมและชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนขึ้นไป ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 อันเนื่องมาจากการทำกิจกรรมครบรอบ 1 ปีรัฐประหาร ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2558

การอายัดตัวดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องกับการคุมขังนายจตุภัทร์ในคดีแจกเอกสารความเห็นแย้งร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ก่อนการลงประชามติ โดยนายจตุภัทร์ถูกคุมขังตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคมถึงวันที่ 19 สิงหาคม 2559

ทั้งนี้ นายจตุภัทร์ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำกลางจังหวัดขอนแก่นในวันที่ 23 สิงหาคม 2559

image_pdf