6 ผู้ต้องหางานเสวนาประชามติเดินเท้าพบตร.ตามหมายเรียก ชาวบ้านร่วมสมทบ

นาฬิกา 6 ผู้ต้องขัดคำสั่งคสช..มั่วสุมชุมนุมเกิน 5 คนขึ้นไปกรณีจัดเวที "พูดเพื่อสิทธิ์ชีวิตคนอีสาน" และกลุ่มนามูน-ดูลสาด กำลังเดินทางไปยัง สภ.เมืองขอนแก่น

นาฬิกา 6 ผู้ต้องขัดคำสั่งคสช..มั่วสุมชุมนุมเกิน 5 คนขึ้นไปกรณีจัดเวที “พูดเพื่อสิทธิ์ชีวิตคนอีสาน” และกลุ่มนามูน-ดูลสาด กำลังเดินทางไปยัง สภ.เมืองขอนแก่น

ขอนแก่น – วันนี้ (31 สิงหาคม 2559) เวลา 11 นาฬิกา 6 ผู้ต้องหาขัดคำสั่งหัวหน้า คสช. 3/2558 มั่วสุมชุมนุมเกิน 5 คนขึ้นไปกรณีจัดเวที “พูดเพื่อเสรีภาพ รัฐธรรมนูญกับคนอีสาน?” ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมชาวบ้านจากกลุ่มอนุรักษ์นามูล-ดูนสาดจังหวัดขอนแก่นประมาณ 20 คน ร่วมกันเดินเท้าจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่นเพื่อเข้ารับฟังข้อกล่าวหาและให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน

ณัฐพร อาจหาญ หรือ บี จากกลุ่มอีสานใหม่  หนึ่งในผู้ต้องหา  กล่าวก่อนออกเดินว่า “เรามีสิทธิแสดงออกอย่างสันติ มีสิทธิพูดมีสิทธิเดิน เราจะไปเพื่อยืนยันสิทธิ โดยจะเดินจากอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตยขอนแก่นไป สภ.เมืองขอนแก่น”

สืบเนืองจากในวันที่ 31 กรกฏาคม  ที่ผ่านได้มีการจัดงานเสวนาเรื่องประชามติร่างรัฐธรรมนูญ “พูดเพื่อเสรีภาพ รัฐธรรมนูญกับคนอีสาน?” จัดโดยกลุ่มพลเมืองคนรุ่นใหม่ (New Generation Citizen – NGC) ร่วมกับขบวนการประชาธิปไตยใหม่-อีสาน (NDM) ในช่วงกลางเดือนสิงหาคม พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่นได้ส่งหมายเรียกผู้ต้องหา 6 ราย ได้แก่ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา นักศึกษา ม.ขอนแก่นผู้ต้องหาที่ 1, ฉัตรมงคล เจนเชี่ยวชาญ สมาชิกกลุ่มดาวดิน ผู้ต้องหาคนที่ 2, ณรงค์ฤทธิ์ อุปจันทร์ กลุ่มพลเมืองคนรุ่นใหม่ ผู้ต้องหาคนที่ 3, ณัฐพร อาจหาญ ขบวนการอีสานใหม่ ผู้ต้องหาคนที่ 4, ดวงทิพย์ ฆารฤทธิ์ เจ้าหน้าที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ผู้ต้องหาคนที่ 5 และ นีรนุช เนียมทรัพย์ เจ้าหน้าที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ผู้ต้องหาคนที่ 6

บรรยากาศบริเวณ สภ.เมืองจังหวัดขอนแก่น ขณะที่ผู้ต้องหาทั้ง 6 คนพร้อมทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน  ได้เข้าไปรับฟังข้อกล่าวหาและให้การเบื้องต้นแก่เจ้าหน้าที่ภายในอาคารทำการสภ.เมืองจังหวัดขอนแก่น ก็มีกลุ่มอาจารย์มหาวิทยาลัยขอนแก่น ชาวบ้านจากกลุ่มอนุรักษ์นามูล-ดูนสาดและประชาชนทั่วไปปักหลักรอให้กำลังใจอยู่ภายนอก  นายยุทธ แพนดี  ชาวบ้านจากกลุ่มอนุรักษ์นามูล-ดูนสาด  เล่าให้ฟังถึงสาเหตุที่มาในวันนี้ว่า ทางกลุ่มต้องการมาให้กำลังใจกับผู้ต้องหาทั้งหก เพราะเห็นว่าเป็นการตั้งข้อหาที่ไม่เป็นธรรม  อีกทั้ง ณัฐพร อาจหาญ หนึ่งในผู้ต้องหาก็เป็นคนทำงานเกี่ยวกับปัญหาการขุดเจาะปิโตรเลียมในพื้นที่และร่วมเคลื่อนไหวกับทางกลุ่มมาโดยตลอด

“มาให้กำลังใจครับ  จริงๆ แล้วการทำอย่างนี้ไม่น่าจะมีความผิดอะไรแต่สภาวะอย่างนี้ก็มีอะไรแบบนี้เยอะ  แต่ยังมองว่ามันเป็นการจำกัดสิทธิ์” นายยุทธกล่าว

บรรยายการอ่านแถลงการณ์ของผู้ต้องหาทั้ง 6 คน บริเวณ สภ.เมืองขอนแก่น

บรรยายการอ่านแถลงการณ์ของผู้ต้องหาทั้ง 6 คน บริเวณ สภ.เมืองขอนแก่น

หลังจากเสร็จสิ้นการให้การ  เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 6 คนให้การปฏิเสธข้อหาที่พนักงานสอบแจ้ง  โดยจะให้รายละเอียดจะให้การเป็นเอกสาร  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนัดมาให้การอีกในวันที่ 4 ตุลาคมนี้  จากนั้นผู้ต้องหาทั้ง 6 ได้ร่วมกันอ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกคำสั่งที่จำกัดสิทธิและเลิกดำเนินคดีกับผู้เห็นต่าง โดยเนื้อหาในแถลงการณ์มีดังนี้

แถลงการณ์ 6 ผู้ต้องหาคดีพูดเพื่อเสรีภาพ

ในวันที่ 30 และ 31 สิงหาคม 2559 เพียงแค่จัดเวที พูดเพื่อเสรีภาพ รัฐธรรมนูญกับคนอีสาน สำหรับคนในยุคสมัยนี้นั้น ทำให้เราต้องกลายเป็นผู้ต้องหา รัฐธรรมนูญซึ่งสำคัญกับชีวิตของเรา เพียงแค่เราเห็นต่างจากรัฐเผด็จการก็มีการกีดกันการมีส่วนร่วม เสรีภาพในการแสดงออกในปัจจุบันถ้าไม่ใช้เพื่อสนับสนุนรัฐเผด็จการแล้ว เราก็จะถูกกักขัง โดยกระบวนการ(อ)ยุติธรรม

ในทีนี้เรายืนยันเจตนารมณ์เช่นเดิมว่ามนุษย์ทุกผู้ทุกนามต่างมีเสรีภาพ เสรีภาพที่จะกำหนดชีวิตตน เสรีภาพที่จะกำหนดวิถีทางทางการเมืองที่เขาต้องการ ไม่ใช่ใครที่จะบังคับให้เขาเดินบนทางที่วางไว้ แต่เป็นหนทางที่เขาเลือกเอง

ในที่นี้วนเวียนมาอีกครั้งที่ความมืดมิดปกคลุมยุคสมัย อำนาจเถื่อนท้าทายความกล้าหาญของผู้ถูกกดขี่ ในภาวการณ์เช่นนี้หลายพื้นที่ในสังคม มีผู้คนที่เชื่อในสิทธิธรรมชาติ เขาถูกเผด็จการกดหัวให้ก้มลง ประชาชนที่ต่อสู้เพื่อบ้านเกิดของตัวเอง ถูกรัฐและทุนเถื่อนคุกคาม เสรีภาพที่ในการกำหนดชะตากรรมของชีวิต และการกำหนดทิศทางการพัฒนาถูกพรากไป พื้นที่เสรีภาพในการแสดงออกถูกสงวนไว้ให้แต่ผู้ที่สนับสนุนรัฐเผด็จการเท่านั้น ผู้เห็นต่างจากเขา กลายเป็นผู้ต้องหา หลายคนต้องหนีไปหรือไม่ก็ถูกกักขัง

เหตุนี้เราขอเรียกร้องต่อผู้คนในสังคม จะไม่เรียกร้องต่อเผด็จการ เพื่อให้ทุกคนมาสรรค์สร้างสังคมไทยที่มีพื้นที่การแสดงออกอย่างเสรี ดังนี้

1) ยกเลิกคำสั่งที่ริดรอนเสรีภาพที่ 3/58

2) การใช้อำนาจศาลทหารกับประชาชน

3) ยกเลิกการดำเนินคดีกับผู้เห็นต่างทางการเมือง

ผู้ถูกกดขี่จงใคร่ครวญและพากันลุกขึ้นเถิด ใช้ความกล้าหาญของท่านต่อต้านและต่อสู้กับอำนาจเลวนั้น ปลดปล่อยนักโทษทางความคิด ให้บรรดาเราและชนรุ่นหลังได้พบสังคมใหม่ที่เราสามารถใช้สิทธิในการกำหนดเจตจำนงเสรีของเราเองได้

31 สิงหาคม 2559

image_pdf